Personal tools
คุณอยู่ที่นี่: หน้าหลัก นักเรียนทุนและข้าราชการลาศึกษา รู้กฎรู้ระเบียบ ระเบียบ การให้ข้าราชการไปศึกษา
สารบัญ
Thaischolar Email Log in
แจ้งจุดบกพร่องของเว็บไซต์
 
Document Actions

การให้ข้าราชการไปศึกษา

by visootp last modified 2005-09-30 07:42

ประมวลระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ

ประมวลระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๑๒ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๑๘ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๑๘

ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๒๐ ฉบับที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๒๓ ฉบับที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๒๕

ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๓๓ ฉบับที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๓๕

     โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า  ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรมและ ดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๑๒.

ข้อ ๒. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่กระทรวงทบวงกรมฝ่ายพลเรือน

ข้อ ๓. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๑๒ เป็นต้นไป

ข้อ ๔. บรรดาระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีในส่วนที่มีกําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ ๕. ในระเบียบนี้

ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติ หมายความถึง

ก) นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด สําหรับตําแหน่งข้าราชการผู้ดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวง ปลัดทบวง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า

ข) ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าแล้วแต่กรณี สําหรับข้าราชการในสังกัด

ข้าราชการ. หมายความถึง ข้าราชการทุกประเภท ยกเว้นข้าราชการทหาร และข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม

ศึกษา หมายความถึง การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน หรือการวิจัย ตามหลักสูตรและสถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิชาชีพ เพื่อให้ได้มีซึ่งปริญญา หรือประกาศนียบัตร วิชาชีพตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการนั้น และหมายความรวมตลอดถึง การฝึกฝนภาษา และ การรับคําแนะนําก่อนเข้าศึกษา และการฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหรือต่อจากการศึกษานั้นด้วย

ฝึกอบรม หมายความถึง การเพิ่มพูนความรู้ ความชํานาญ หรือประสบการณ์ด้วยการเรียน การวิจัย การอบรมสัมมนา หรือการทํางาน โดยไม่มีการรับปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการนั้น และหมายความรวมตลอดถึง การฝึกฝนภาษา และการรับคําแนะนําก่อนเข้าฝึกอบรม หรือการดูงาน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม หรือต่อจากการฝึกอบรมนั้นด้วย

ดูงาน หมายความถึง การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการสังเกตการ

การปฏิบัติการวิจัย หมายความถึงการทํางานวิจัยเพื่อนําผลที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ของสถาบัน หรือหน่วยงานโดยตรง และไม่รวมถึงการวิจัยตามลักษณะของการศึกษา หรือฝึกอบรม

ทุน หมายความถึง เงินค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย และเพื่อการครองชีพระหว่างศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย และหมายความรวมตลอดถึง เงินค่าพาหนะเดินทางเพื่อการนี้ด้วย แต่ไม่รวมถึงเงินที่ได้รับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

ทุนประเภท ๑. ได้แก่

(ก) ทุนที่กระทรวงหรือกรมเป็นผู้ให้ ทั้งนี้ ไม่ว่าทุนนั้นจะจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย หรือจากเงินอื่นใดของทางราชการ

(ข) ทุนที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือนิติบุคคลต่างประเทศ มอบให้รัฐบาลไทยเพื่อส่งข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ และรัฐบาลไทยตกลงรับทุนนั้น ตามที่กรมวิเทศสหการจะได้ประกาศให้ทราบ ทั้งนี้ ไม่ว่าทุนนั้นจะจ่ายผ่านกระทรวง หรือกรม หรือจ่ายให้ผู้รับทุนโดยตรง หรือจ่ายโดยวิธีการอื่นใด

(ค) ทุนที่นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาในประเทศมอบให้แก่กระทรวงทบวงกรมเพื่อส่งข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ โดย ก.พ.พิจารณาเห็นชอบด้วย

ทุนประเภท ๒. ได้แก่ ทุนอื่นที่ไม่ใช่ทุนประเภท ๑

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๓ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับ

ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘)

ข้อ ๖. ให้มีคณะกรรมการกําหนดโครงการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า .ก.ข.ต.. ประกอบด้วย เลขาธิการ ก.พ. เป็นประธาน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือ ผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ หรือผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการ วิจัยแห่งชาติ หรือผู้แทน ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย หรือผู้แทน ผู้อํานวยการสํานัก งบประมาณ หรือผู้แทน อธิบดีกรมวิเทศสหการ หรือผู้แทนอธิบดีกรมบัญชีกลาง หรือ ผู้แทน เป็นกรรมการ เจ้าหน้าที่สํานักงาน ก.พ. ซึ่งเลขาธิการ ก.พ. แต่งตั้งเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๓ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๕)

คณะกรรมการนี้มีหน้าที่พิจารณากําหนดความสําคัญของสาขาวิชาที่ทางราชการต้องการ ซึ่งควรจะให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ตามลําดับก่อนหลัง โดยคํานึงถึงความรีบด่วน และความจําเป็นมากน้อยของโครงการหรือแผนงานที่ทางราชการกําหนดไว้ กับให้มีหน้าที่กําหนดหลักเกณฑ์ หรือข้อปฏิบัตินอกจากที่ระบุไว้ โดยเฉพาะในระเบียบนี้ ในเรื่องการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ และมี หน้าที่อื่นที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ และให้คณะกรรมการนี้มีอํานาจแต่งตั้งอนุกรรมการ เพื่อดําเนินการใด ๆ แทนได้

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๓ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๐ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๓ และ(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๕)

ข้อ ๗. การให้ข้าราชการผู้ใดไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ให้พิจารณาความจําเป็นและความต้องการของทางราชการที่จะได้ผู้ที่มีความรู้ ความชํานาญในสาขาวิชาและระดับความรู้ที่เหมาะสมแก่หน้าที่ที่กําหนดให้กลับมาปฏิบัติ ทั้งนี้ ให้กําหนดโครงการศึกษาหรือฝึกอบรม กับกําหนดแผนงาน หรือโครงการที่จะให้ข้าราชการผู้นั้นกลับมาปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้าเป็นการแน่นอน  สาขาวิชาและระดับความรู้ที่จะให้ข้าราชการไปศึกษา ณ ต่างประเทศ โดยปกติต้องเป็นสาขาและระดับที่ทางราชการต้องการมาก ซึ่งไม่มีการศึกษาในประเทศไทยหรือ มีแต่ยังไม่เพียงพอ หรือไม่สูงพอ ทั้งนี้ โดยปกติจะให้ไปศึกษาได้เฉพาะในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี และไม่สูงกว่าปริญญาโท แต่ถ้ากระทรวงทบวงกรมใดมีความจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใช้ผู้สําเร็จการศึกษาขั้นปริญญาตรีจากต่างประเทศในสาขาวิชาที่สําคัญมาก และจะให้ข้าราชการไปศึกษาในระดับนั้นก็ดี หรือต้องการจะใช้ผู้มีความรู้ระดับปริญญาเอกเป็นพิเศษ และจะให้ข้าราชการศึกษาในระดับนั้นก็ดี ให้ผู้มีอํานาจพิจารณาตามข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ หรือข้อ ๑๕ แล้วแต่กรณี พิจารณาอนุมัติเป็นพิเศษตามควรแก่กรณีเป็น ราย ๆ ไป แต่สําหรับการอนุมัติให้ศึกษาขั้นปริญญาเอก โดยปกติจะอนุมัติให้เฉพาะสําหรับผู้ที่จะกลับมาทําการสอนในระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาหรือมาทําการวิจัย หรือผู้ที่มีผลการศึกษาดีเด่นเป็นพิเศษเท่านั้น

ข้อ ๘. ให้กระทรวงทบวงกรมทําสัญญาผูกมัดให้ข้าราชการที่ไปศึกษาหรือฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ กลับมารับราชการตามแผนงานหรือโครงการที่ทางราชการกําหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของเวลาที่ข้าราชการผู้นั้นไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๓ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๕)

ข้าราชการผู้ใดไม่ได้รับราชการตามสัญญา ต้องชดใช้เงินให้แก่ทางราชการ ดังนี้

(๑) สําหรับผู้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยด้วยทุนประเภท ๑ ให้ชดใช้ทุน เงินเดือนที่ได้รับระหว่างศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย และเงินที่ทางราชการจ่ายช่วยเหลือ กับให้ใช้เงินอีกจํานวนสองเท่าของจํานวนทุน เงินเดือน และเงินที่ทางราชการจ่ายช่วยเหลือดังกล่าว ให้เป็นเบี้ยปรับแก่ทางราชการอีกด้วย

(๒) สําหรับผู้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ด้วยทุนประเภท ๒ ให้ชดใช้เงินเดือนที่ได้รับระหว่างศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติวิจัย และเงินที่ทางราชการจ่ายช่วยเหลือกับให้ใช้เงินอีกจํานวนสองเท่าของจํานวนเงินเดือน และเงินที่ทางราชการจ่ายช่วยเหลือดังกล่าว ให้เป็นเบี้ยปรับแก่ทางราชการอีกด้วย

(แก้ไขโดยระเบียบฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๓)ในกรณีที่ผู้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย กลับมาแล้วรับราชการไม่ครบกําหนดตามสัญญาก็ให้ลดเงินที่จะต้องชดใช้และเบี้ยปรับตาม (๑) หรือ (๒) ลงตามส่วนการทําสัญญาให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่กระทรวงการคลังกําหนด

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๕ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๘ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๕ และ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๕)

ข้อ ๙. การให้ข้าราชการไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ กระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัดต้องพิจารณาถึงอัตรากําลังที่มีอยู่ โดยให้มีผู้ปฏิบัติงานเพียงพอ ไม่ให้เสียราชการและไม่ต้องตั้งอัตรากําลังเพิ่ม ทั้งนี้ ให้อนุมัติได้ไม่เกินร้อยละหกของจํานวนข้าราชการ ตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไปของกรมนั้น และในจํานวนนี้จะอนุมัติให้ศึกษา หรือ ฝึกอบรมด้วยทุนประเภท ๒ ได้ไม่เกินร้อยละสอง เว้นแต่ข้าราชการในส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) ข้าราชการมหาวิทยาลัย ไม่เกินร้อยละสิบสอง โดยไม่จํากัดประเภททุน

(๒) ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ

(ก) กรมการฝึกหัดครู และกรมอาชีวศึกษา ไม่เกินร้อยละสิบสอง และในจํานวนนี้จะอนุมัติให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรมด้วยทุนประเภท ๒ ได้ไม่เกินร้อยละสี่

(ข) สํานักงานปลัดกระทรวง กรมสามัญศึกษา และกรมวิชาการ ไม่เกินร้อยละแปด และในจํานวนนี้จะอนุมัติให้ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ด้วยทุนประเภท ๒ได้ไม่เกินร้อยละสาม

(ค) นอกจากนี้ให้ใช้อัตราของข้าราชการทั่วไป

(๓) ข้าราชการสํานักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่เกินร้อยละสิบสองและในจํานวนนี้จะอนุมัติให้ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ด้วยทุนประเภท ๒ ได้ไม่เกินร้อยละสี่

(๔) ข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข ไม่เกินร้อยละหก โดยไม่จำกัดประเภททุน

เพื่อความสะดวกในการคิดอัตราร้อยละดังกล่าวข้างต้น ให้คิดอัตราสําหรับสํานักงานเลขานุการรัฐมนตรี รวมเข้าไว้ในสํานักงานปลัดกระทรวง และให้คิดอัตราสําหรับกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งกระทรวงเสมือนเป็นกรม  การคิดอัตราร้อยละของข้าราชการตามข้อนี้ ให้คิดจากจํานวนข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไปในขณะที่พิจารณาให้ข้าราชการผู้ใดผู้หนึ่งไปศึกษา ถ้าคํานวณแล้วมีเศษให้คิดเป็นอีกหนึ่งคน ถ้าคํานวณทั้งกรมได้ไม่ถึงหนึ่งคนให้คิดเป็นหนึ่งคน

ในกรณีมีข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับต่างประเทศที่จะต้องให้ข้าราชการไปศึกษา หรือฝึกอบรม เพื่อกลับมาปฏิบัติงานตามข้อตกลงนั้น นอกเหนืออัตราที่กําหนดไว้ หรือในกรณีมีเหตุผลความจําเป็นอื่นให้ ก.ข.ต. พิจารณาเพิ่มจํานวนได้ตามความจําเป็นเฉพาะกรณี

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๔ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๕)

การกําหนดอัตราข้าราชการที่จะพึงอนุมัติให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ตามความในข้อนี้ไม่ใช้บังคับสําหรับการอนุมัติให้ข้าราชการไปฝึกอบรมด้วยทุนประเภท ๑ เพียงระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี หรือด้วยทุนประเภท ๒ เพียงระยะเวลา ไม่เกิน ๖๐ วัน และ ข้าราชการที่ได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาหรือฝึกอบรม ตามผลการสอบที่ ก.พ. หรือผู้ทําการแทน ก.พ.จัดสอบแข่งขัน

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๔ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๐)

ข้อ ๑๐. การให้ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๒ หรือเทียบเท่าลงมาไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ จะกระทํามิได้ เว้นแต่กรณี ก.ข.ต. จะพิจารณาตามความจําเป็นเฉพาะราย หรือกรณีไปฝึกอบรมตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับต่างประเทศ

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๕ แห่งระเบียบว่าด้วยให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๒๐)

ข้อ ๑๑. ข้าราชการที่จะไปศึกษา ณ ต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ไปศึกษาขั้นปริญญาตรีต้องมีอายุไม่เกิน ๓๕ ปี ผู้ไปศึกษาขั้นสูงกว่าปริญญาตรีต้องมีอายุไม่เกิน ๔๐ ปี ทั้งนี้ นับถึงวันเดินทางไปต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจาก ก.ข.ต. เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

(๒) เป็นผู้มีวันรับราชการเป็นข้าราชการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี แต่ถ้ากระทรวงทบวงกรมใดมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ข้าราชการ ซึ่งมีวันรับราชการไม่ถึง ๑ ปี ไปศึกษา ณ ต่างประเทศ เป็นกรณีพิเศษ และขอยกเว้นคุณสมบัตินี้ก็ให้ ก.ข.ต.พิจารณายกเว้นได้เป็นราย ๆ ไป ตามควรแก่กรณี

(๓) เป็นผู้มีความรู้ภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการศึกษานั้นได้ ทั้งนี้ สําหรับผู้ไปศึกษาด้วยทุนประเภท ๒ ต้องมีความรู้ภาษานั้น ๆ ในระดับที่ ก.พ. กําหนด

(๔) เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์ และมีสุขภาพอนามัยดีพอที่จะไปศึกษา ณ ต่างประเทศได้ โดยผ่านการตรวจรับรองจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. สําหรับผู้ไปศึกษาด้วยทุนประเภท ๑ (ข) จะให้แพทย์อื่นที่ทางการของประเทศที่จะไปศึกษารับรองตรวจรับรองก็ได้

ข้อ ๑๒. การให้ข้าราชการที่ได้รับทุนรัฐบาลไทยตามที่ ก.พ. หรือผู้ทําการแทน ก.พ.จัดการสอบแข่งขันไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ และการให้อยู่ศึกษา หรือฝึกอบรมด้วยทุนเดิมให้ ก.พ. พิจารณาอนุมัติ

ข้อ ๑๓. ภายใต้บังคับข้อ ๑๒ การให้ข้าราชการไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนประเภท ๑ (ก) และ (ค) และการให้อยู่ศึกษาหรือฝึกอบรมต่อด้วยทุนเดิม ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติพิจารณาอนุมัติ เมื่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติ อนุมัติแล้วให้กระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัดรายงานให้ ก.พ.ทราบโดยเร็วอย่างช้าไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติสั่งอนุมัติพร้อมทั้งแจ้งวันกําหนดเดินทาง และส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย คือ

(๑) หลักฐานการได้รับทุน ซึ่งระบุลักษณะทุน จํานวนทุนและระยะเวลาให้ทุน

(๒) โครงการหรือแนวการศึกษาหรือฝึกอบรม

(๓) เหตุผลความจําเป็น และความต้องการของทางราชการที่จะต้องให้ข้าราชการผู้นี้ไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ตลอดจนแผนงานหรือโครงการที่จะให้ข้าราชการผู้นั้นกลับมาปฏิบัติตามข้อ ๗

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๔ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘)

ข้อ ๑๔. การให้ข้าราชการศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนประเภท ๑

(ข) ให้เจ้ากระทรวงหรือทบวงเจ้าสังกัด และกรมวิเทศสหการทําความตกลงกันก่อน โดยกระทรวง หรือทบวงเจ้าสังกัด ต้องส่งเอกสารไปเพื่อกรมวิเทศสหการพิจารณาดังต่อไปนี้ คือ

(๑) โครงการหรือแนวการศึกษาหรือฝึกอบรม เว้นแต่กรมวิเทศสหการ เป็นผู้จัดสรรทุนให้เอง

(๒) บันทึกแสดงเหตุผลความจําเป็นและต้องการของทางราชการที่จะต้องให้ข้าราชการผู้นั้นไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ตลอดจนแผนงาน หรือโครงการที่จะให้ข้าราชการผู้นั้นกลับมาปฏิบัติราชการตามข้อ ๗ 

เมื่อรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือนิติบุคคลต่างประเทศ ได้อนุมัติให้ทุน หรือให้อยู่ศึกษา หรือฝึกอบรมต่อด้วยทุนเดิมสําหรับข้าราชการผู้นั้นแล้ว ให้กรมวิเทศสหการรายงานไปยังกระทรวง หรือทบวงเจ้าสังกัดเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติพิจารณา เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ข้าราชการ ผู้นั้นจึงจะออกเดินทางไปต่างประเทศ หรืออยู่ศึกษา หรือฝึกอบรมต่อไปได้ แล้วให้กระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัดแจ้งรายชื่อผู้รับทุน พร้อมทั้งระยะเวลาให้ทุน และวันกําหนดเดินทางให้ ก.พ. และกรมวิเทศสหการทราบโดยเร็ว อย่างช้างไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่วันที่ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติสั่งอนุมัติ

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๕ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘)

ข้อ ๑๕. การให้ข้าราชการไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนประเภท ๒ ให้เจ้ากระทรวงทําความตกลงกับ ก.พ. โดยส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ไปเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.พ. คือ

(๑) โครงการหรือแนวการศึกษาหรือฝึกอบรม

(๒) บันทึกของกระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัด แสดงเหตุผลความจําเป็นและความต้องการของทางราชการที่จะต้องให้ข้าราชการผู้นั้นไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ตลอดจนแผนงาน หรือโครงการที่จะให้ข้าราชการผู้นั้นกลับมาปฏิบัติตามข้อ ๗

เมื่อ ก.พ. ได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติจึงจะอนุมัติให้ข้าราชการผู้นั้นไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศได้

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๖ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘)

ข้อ ๑๖. ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงกําหนดระยะเวลา สถานศึกษา หรือฝึกอบรม หรือแนวการศึกษาหรือฝึกอบรม ให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุมัติไว้มิได้ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้มีอํานาจดังต่อไปนี้

(๑) ก.พ. สําหรับผู้ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ด้วยทุนรัฐบาลไทย ตามที่ ก.พ. หรือผู้ทําการแทน ก.พ. จัดการสอบแข่งขัน

(๒) ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติ สําหรับผู้ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ด้วยทุนประเภท ๑(ก) และ (ค) ยกเว้นกรณีที่กล่าวใน (๑)

(๓) ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติ และกรมวิเทศสหการ สําหรับผู้ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ด้วยทุนประเภท ๑ (ข)

(๔) ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติ และ ก.พ. สําหรับผู้ไปศึกษา หรือฝึกอบรมด้วยทุนประเภท ๒

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๗ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘)

ข้อ ๑๗. ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนใด ๆ หากประสงค์จะอยู่ศึกษา หรือฝึกอบรมต่อ ด้วยทุนประเภท ๒ หลังจากครบกําหนดที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้ยื่นคําขอพร้อมด้วยหลักฐานเกี่ยวกับผลการศึกษา หรือฝึกอบรมที่ผ่านมาแล้ว และคําชี้แจงเหตุผลความจําเป็นที่จะต้องอยู่ศึกษา หรือฝึกอบรมต่ออีก ผ่านผู้ที่ ก.พ.มอบหมายให้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ โดยปกติไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ก่อนครบกําหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติไว้เดิu3617 ม เพื่อผู้ที่ ก.พ.มอบหมายให้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศจะได้ทําความเห็นรายงานให้ ก.พ. และผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติพิจารณาต่อไป เมื่อ ก.พ.เห็นสมควร และผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติ อนุมัติให้อยู่ศึกษาหรือฝึกอบรมต่อได้เป็นเวลาเท่าใด จึงจะอยู่ศึกษา หรือฝึกอบรมต่อได้ตามระยะเวลาที่ได้รับอนุมัตินั้น ทั้งนี้ภายใต้บังคับข้อ ๙ โดยให้อยู่ในจํานวนอัตราร้อยละสําหรับทุนประเภท ๑ หรือทุนประเภท ๒ ก็ได้  สําหรับข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนประเภท ๑(ข) ต้องได้รับอนุมัติจากกรมวิเทศสหการ แล้วจึงดําเนินการตามความในวรรคก่อนได้

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๘ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘)

ข้อ ๑๘. การให้ข้าราชการไปดูงาน ณ ต่างประเทศ จะกระทําได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) การให้ข้าราชการดูงาน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา หรือฝึกอบรม หรือต่อจากการศึกษา หรือฝึกอบรม อันถือเป็นการศึกษา หรือฝึกอบรมด้วย ต้องดําเนินการตามที่กําหนดไว้ สําหรับกรณีศึกษา หรือฝึกอบรม

(๒) การให้ข้าราชการดูงาน ด้วยทุนประเภท ๑(ก) นอกจากกรณีดังกล่าวใน (๑) ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติพิจารณาอนุมัติ

(๓) การให้ข้าราชการดูงานด้วยทุนประเภท ๑(ข) นอกจากกรณีดังกล่าวใน (๑) ให้กระทรวงหรือทบวงเจ้าสังกัด และกรมวิเทศสหการทําความตกลงกันก่อน แล้วเสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติพิจารณาอนุมัติ

(๔) การให้ข้าราชการดูงานด้วยทุนประเภท ๑(ค) หรือทุนประเภท ๒ นอกจากกรณีดังกล่าวใน (๑) ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจอนุมัติไม่เกิน ๖๐ วัน การให้ข้าราชการดูงานด้วยทุนประเภท ๑(ค) หรือทุนประเภท ๒ เกินกําหนด ๖๐ วัน จะต้องได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีเป็นพิเศษ

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๙ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๘)

ข้อ ๑๙. ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปดูงาน ณ ต่างประเทศ จะเปลี่ยนแปลงกําหนดระยะเวลา สถานที่ หรือแนวการดูงานให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุมัติไว้ไม่ได้ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้มีอํานาจตามข้อ ๑๘ แต่ถ้ามีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปu3621 ลงระยะเวลา สถานที่ หรือแนวการดูงานโดยกระทันหัน ซึ่งไม่อาจรอรับอนุมัติได้ ก็ให้รีบรายงานให้ผู้มีอํานาจดังกล่าวทราบพร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลความจําเป็นด้วย

ข้อ ๒๐. การให้ข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศจะกระทํามิได้

ข้อ ๒๑. ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศต้องอยู่ในความดูแลของ ก.พ. ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ หรือคําสั่งของ ก.พ. และปฏิบัติตามคําสั่งและคําแนะนําของผู้ที่ ก.พ. มอบหมายให้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ โดยเคร่งครัด

ข้าราชการที่ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนประเภท ๑(ข) ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือนิติบุคคลต่างประเทศ ที่ให้ทุนแก่ข้าราชการผู้นั้นแล้วแต่กรณี และต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ คําสั่ง หรือคําแนะนํา โดยเคร่งครัดอีกด้วย

ข้อ ๒๒. ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ เมื่อครบกําหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติหรือเสร็จจากการศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงานก่อนครบกําหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติ จะต้องรีบเดินทางกลับให้ถึงประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ควรจะเดินทางถึงได้ตามปกติ แล้วให้รีบรายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการและรายงาน ผลการศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงานต่อผู้บังคับบัญชาโดยด่วน

ข้อ ๒๓. เมื่อข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้วเมื่อใด ให้กระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัดรายงานให้ ก.พ. ทราบ และสําหรับผู้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ด้วยทุนประเภท ๑(ข) ให้กระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัดรายงานให้กรมวิเทศสหการทราบด้วย ทั้งนี้ ให้รายงานภายในกําหนด ๓๐ วันนับแต่วันกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ

ข้อ ๒๔. การอนุมัติให้ข้าราชการผู้ใดไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ ก่อนวันใช้ระเบียบนี้ หากเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบวิธีการที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ก็ให้เป็นอันใช้ได้ และให้ดําเนินการเรื่องการอยู่ศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงานต่อของข้าราชการผู้นั้นตามระเบียบวิธีการนั้นต่อไป แต่ทั้งนี้ สําหรับกรณีศึกษา และฝึกอบรม ต้องอยู่ในจํานวนอัตราร้อยละตามข้อ ๙ แห่งระเบียบนี้ด้วย

ส่วนราชการใดที่ยั้งไม่ได้ใช้ระบบจําแนกตําแหน่งให้เทียบระดับข้าราชการดังนี้

(๑) ข้าราชการระดับ ๓ หรือเทียบเท่า ให้หมายถึง ข้าราชการตั้งแต่ชั้นตรี หรือเทียบเท่า

(๒) ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๒ หรือเทียบเท่าลงมา ให้หมายถึง ข้าราชการชั้นจัตวา

(แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ ๖ แห่งระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๐)

ข้อ ๒๕. ให้ ก.พ. และกรมวิเทศสหการควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ในกรณีที่มีปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้ ก.ข.ต. เป็นผู้วินิจฉัย





สงวนลิขสิทธิ์ Copyright, All rights reserved. © 2000-2012 by Office of Educational Affairs

1906 23rd Street, N.W., Washington D.C. 20008 Tel. (202)667-8010 Fax. (202)265-7239