การดูแลจัดการการศึกษา
ข้อบังคับ ก.พ.
ว่าด้วยการจัดการการศึกษา ควบคุมดูแล และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐ
และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๑
------------------
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษา ควบคุมดูแลและการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐ และนักเรียนในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘(๙) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ก.พ.จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการจัดการการศึกษา ควบคุมดูแล และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๑”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการดูแลจัดการการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๘ และ ข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยการดูแลจัดการการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนในต่างประเทศ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๔ ให้เลขาธิการ ก.พ. รักษาการตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๕ ในข้อบังคับนี้
“บุคลากรภาครัฐ” หมายความว่า ข้าราชการทุกประเภทรวมทั้งพนักงาน ลูกจ้างของส่วนราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐ ที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. แต่ไม่รวมถึงข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ซึ่งรับทุนของรัฐบาล
“นักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.”
(ก) นักเรียนทุนของรัฐบาล
(ข) นักเรียนทุนส่วนตัว
“นักเรียนทุนของรัฐบาล” หมายความว่า นักเรียนซึ่งรับทุนของรัฐบาลเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรม หรือผู้รับทุนของรัฐบาลเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการศึกษา ทั้งนี้ ทุนดังกล่าวเป็นทุนซึ่งจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดิน หรือทุนที่ได้จากแหล่งทุนอื่นที่ ก.พ. กำหนดให้เป็นทุนของรัฐบาล และให้หมายความรวมถึงนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงด้วย
“นักเรียนทุนส่วนตัว” หมายความว่า นักเรียนทุนอื่นๆ ที่ไม่ใช่นักเรียนทุนของรัฐบาลที่ฝากอยู่ในความดูแลของ ก.พ.
“ศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน หรือการวิจัยตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิชาชีพ เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพและให้หมายความรวมถึงการฝึกฝนภาษา การรับคำแนะนำก่อนเข้าศึกษา การฝึกอบรม หรือการ ดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา หรือต่อจากการศึกษานั้นด้วย
“ฝึกอบรม” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์ด้วยการเรียนหรือการวิจัยตามหลักสูตรของการฝึกอบรม หรือการสัมมนา อบรมเชิงปฏิบัติการ การดำเนินงานตามโครงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ การไปเสนอผลงานทางวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ และให้หมายความรวมถึงการฝึกฝนภาษา การรับคำแนะนำก่อนเข้าฝึกอบรมหรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม หรือต่อจากการฝึกอบรมนั้นด้วย
“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานที่ที่บุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.เข้าศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ
“ผู้ฝากและออกค่าใช้จ่าย” หมายความว่า บุคคลซึ่งทำความตกลงกับสำนักงาน ก.พ. รับเป็นผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายให้แก่บุคลากรภาครัฐ หรือนักเรียนทุนส่วนตัวที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.
“สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน” หมายความว่า สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนราชการสังกัดสำนักงาน ก.พ. ที่ทำหน้าที่ดูแลบุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.และให้หมายความรวมถึงสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือสำนักงานของบุคคลอื่นที่สำนักงาน ก.พ.มอบหมายให้ทำหน้าที่ดังกล่าวด้วย
ข้อ ๖ ให้สำนักงาน ก.พ.เป็นผู้ดูแลจัดการการศึกษา ควบคุมดูแล และการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.ตามข้อบังคับนี้ ในการนี้สำนักงาน ก.พ.จะมอบหมายให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนเป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้
หมวด 1 สถานศึกษา
ข้อ ๗ บุคลากรภาครัฐต้องเข้าศึกษา ณ สถานศึกษาที่ ก.พ.รับรอง การย้ายสถานศึกษา จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติในแต่ละประเภททุน ตามหลักเกณฑ์วิธีการหรือ ระเบียบที่กำหนดไว้
ข้อ ๘ นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเข้าศึกษา ณ สถานศึกษาที่สำนักงาน ก.พ.กำหนด การย้ายสถานศึกษาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแล-นักเรียน
ข้อ ๙ นักเรียนทุนส่วนตัวจะเข้าศึกษา ณ สถานศึกษาใด หรือจะย้ายสถานศึกษา ให้เป็นไปตามที่ผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายได้ทำความตกลงไว้กับสำนักงาน ก.พ. หากไม่มีข้อตกลง ให้เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.พ.หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนดให้
หมวดที่ ๒ ที่พักอาศัย
ข้อ ๑๐ บุคลากรภาครัฐต้องพักอาศัยในสถานที่ที่เหมาะสม ทั้งนี้ จะต้องแจ้งที่พักอาศัยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดและสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทราบ ในกรณีมีการย้ายที่พักอาศัยจะต้องแจ้งที่พักอาศัยแห่งใหม่ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดและสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทราบโดยด่วนทุกครั้ง
ข้อ ๑๑ นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องพักอาศัยในสถานที่ที่เหมาะสม หากสำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนพิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสม สำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแล-นักเรียนอาจจัดให้ใหม่หรือแนะนำให้ย้ายไปพักในที่ที่เหมาะสม ทั้งนี้ จะต้องแจ้งที่พักอาศัยให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทราบ ในกรณีมีการย้ายที่พักอาศัย จะต้องแจ้งที่พักอาศัยแห่งใหม่ให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทราบโดยด่วนทุกครั้ง
ข้อ ๑๒ นักเรียนทุนส่วนตัวอาจจัดหาหรือย้ายที่พักอาศัยได้ตามที่ผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายได้ทำความตกลงไว้กับสำนักงาน ก.พ. หากไม่มีข้อตกลงให้เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนดให้ ทั้งนี้ จะต้องแจ้งที่พักอาศัยให้สำนักงานผู้ดูแล-นักเรียนทราบ ในกรณีมีการย้ายที่พักอาศัย จะต้องแจ้งที่พักอาศัยแห่งใหม่ให้สำนักงานผู้ดูแล-นักเรียนทราบโดยด่วนทุกครั้ง
หมวด ๓ การศึกษา
ข้อ ๑๓ บุคลากรภาครัฐต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา ดังนี้
(๑) ต้องศึกษาตามสาขาวิชา ระดับการศึกษา ภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติจากทางราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดโดยเคร่งครัด หากจำเป็นจะต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงสาขาวิชา ระดับการศึกษา หรือขยายเวลาในการศึกษา จะต้องยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติในแต่ละประเภททุนก่อน
(๒) ต้องตั้งใจศึกษา อุทิศเวลาให้แก่การศึกษาอย่างเต็มที่ และพยายามศึกษาให้สำเร็จภายในระยะเวลาที่ทางราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดอนุมัติ หากศึกษาครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ยังไม่สำเร็จ และไม่ประสงค์จะขอขยายเวลาการลาต่อไป หรือไม่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาการลา ก็ให้ยุติการศึกษา
(๓) ต้องรายงานผลการศึกษาต่อส่วนราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดและสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทุกๆ สิ้นภาคการศึกษา หรือตามระยะเวลาที่ทางราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดกำหนด หากมีอุปสรรคในการศึกษา ก็ให้รายงานทันทีโดยทำรายงานผ่านสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน และในกรณีที่จำเป็นต้องทำคำรับรองต่อสถานศึกษา ยินยอมให้สถานศึกษาส่งรายงานผลการศึกษาไปยังสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนโดยตรง
ข้อ ๑๔ นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา ดังนี้
(๑) ต้องศึกษาตามสาขาวิชาและระดับการศึกษาที่ ก.พ. หรือ หน่วยงานเจ้าของทุนกำหนดโดยเคร่งครัด หากจำเป็นจะต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงสาขาวิชาหรือระดับการศึกษา จะต้องได้รับอนุมัติจาก ก.พ. หรือ หน่วยงานเจ้าของทุนก่อนแล้วแต่กรณี
(๒) ต้องตั้งใจศึกษา อุทิศเวลาให้แก่การศึกษาอย่างเต็มที่ และพยายามศึกษาให้สำเร็จภายในระยะเวลาที่สำนักงาน ก.พ.กำหนด หรือที่สำนักงาน ก.พ.ขยายให้ หากศึกษาครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วยังไม่สำเร็จ สำนักงาน ก.พ. จะให้ยุติการศึกษา และเดินทางกลับประเทศไทย หรือจะอนุญาตให้อยู่ศึกษาต่อตามระยะเวลาที่สำนักงาน ก.พ.กำหนด โดยสำนักงาน ก.พ.จะระงับการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับผู้นั้นในระหว่างนั้น เว้นแต่ค่าพาหนะเดินทาง และค่าขนส่งสิ่งของกลับประเทศไทยก็ได้
(๓) ต้องรายงานผลการศึกษาต่อสำนักงาน ก.พ. ทุกๆ สิ้นภาคการศึกษาหรือตามระยะเวลาที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด หากมีอุปสรรคในการศึกษา ก็ให้รายงานทันที โดยทำรายงานผ่านสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน และในกรณีที่จำเป็นต้องทำคำรับรองต่อสถานศึกษา ยินยอมให้สถานศึกษาส่งรายงานผลการศึกษาไปยังสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนโดยตรง
ข้อ ๑๕ นักเรียนทุนส่วนตัวต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา ดังนี้
(๑) ต้องศึกษาตามแนวการศึกษาที่ผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายได้ทำความตกลงไว้กับสำนักงาน ก.พ. โดยเคร่งครัด การเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงสาขาวิชา หรือระดับการศึกษา กระทำได้ตามที่ผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายได้ทำความตกลงไว้กับสำนักงาน ก.พ.
(๒) ต้องรายงานผลการศึกษา ความคืบหน้าต่อสำนักงาน ก.พ. ทุกๆ สิ้นภาคการศึกษา หรือ ตามระยะเวลาที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด โดยทำรายงานผ่านสำนักงานผู้ดูแล-นักเรียน และในกรณีที่จำเป็นต้องทำคำรับรองต่อสถานศึกษา ยินยอมให้สถานศึกษาส่งรายงานผลการศึกษาไปยังสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนโดยตรง
หมวด ๔ การใช้จ่ายเงิน
ข้อ ๑๖ เงินค่าใช้จ่ายของบุคลากรภาครัฐให้เป็นความรับผิดชอบของตัวบุคลากรภาครัฐเอง โดยไม่ต้องส่งเงินผ่านสำนักงาน ก.พ. เว้นแต่หน่วยงานเจ้าของทุนหรือหน่วยงานเจ้าสังกัดได้ทำข้อตกลงฝากอยู่ในความดูแลของ ก.พ. ให้กำหนดเงินค่าใช้จ่ายตามข้อตกลงนั้น ในกรณีที่ไม่มีข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายให้กำหนดเงินค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกับนักเรียนทุนของรัฐบาล
ข้อ ๑๗ นักเรียนทุนของรัฐบาลต้องศึกษาและทำความเข้าใจคู่มือการเบิกจ่ายเงินของนักเรียนทุนของรัฐบาลและต้องใช้จ่ายเงินตามประเภทค่าใช้จ่ายในหมวดนี้
ข้อ ๑๘ นักเรียนทุนส่วนตัวต้องศึกษาและทำความเข้าใจประเภทค่าใช้จ่าย และวิธีการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงฝากอยู่ในความดูแลของ ก.พ.
ข้อ ๑๙ ทุนการศึกษาของนักเรียนทุนของรัฐบาลประกอบด้วยค่าใช้จ่ายประเภทต่างๆ ตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดดังต่อไปนี้
๑. ค่าตรวจสุขภาพและอนามัย
๒. ค่าธรรมเนียมในการทำและต่ออายุหนังสือเดินทาง
๓. ค่าธรรมเนียมในการขออนุมัติและต่อวีซ่า
๔. ค่าใช้จ่ายในการจัดหาสถานศึกษา
๕. ค่าเรียนภาษาต่างประเทศ และค่าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการทดสอบความรู้เพื่อใช้ประกอบในการสมัครเข้าศึกษา
๖. ค่าธรรมเนียมในการทดสอบความรู้เพื่อใช้ประกอบในการสมัครเข้าศึกษา
๗. ค่าเครื่องแต่งกาย
๘. ค่าเครื่องคอมพิวเตอร์
๙. ค่าพาหนะเดินทางและขนส่งสิ่งของ
๑๐. ค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางไปประเทศที่ศึกษาและกลับประเทศไทย
๑๑. ค่าธรรมเนียมในการศึกษา และค่าเล่าเรียน
๑๒. ค่าประกันสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล
๑๓. ค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นในการครองชีพ
๑๔. ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา
๑๕. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ฝึกงานและดูงาน
๑๖. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
ข้อ ๒๐ เงินค่าใช้จ่ายและวิธีการเบิกจ่ายสำหรับนักเรียนทุนส่วนตัวให้เป็นไปตามที่ผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายได้ทำความตกลงไว้กับสำนักงาน ก.พ.
ข้อ ๒๑ งบประมาณค่าใช้จ่าย รายละเอียดเกี่ยวกับเงินที่จะจ่าย จำนวนเงินที่จะจ่าย กำหนดเวลาที่จะจ่ายเงิน และวิธีการเบิกจ่ายเงินตามข้อ ๑๗ และข้อ ๑๙ ให้เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินทุนของรัฐบาลเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการไปศึกษาของผู้รับทุนให้จ่ายตามข้อตกลงระหว่างสำนักงาน ก.พ. และผู้รับทุนตามที่กำหนดไว้ในสัญญาการรับทุน ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดเรื่องต่อไปนี้ จำนวนเงินที่จะจ่าย กำหนดเวลาที่จะจ่ายเงิน วิธีการเบิกจ่ายเงิน การประเมินผลการปฏิบัติงาน การควบคุมดูแลการศึกษา การเข้ารับราชการ หรือปฏิบัติงานของทางราชการ การชดใช้เงินทุนกรณีผิดสัญญา
ข้อ ๒๓ ให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทำรายงานค่าครองชีพในประเทศซึ่งรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายในการครองชีพของทุนอื่นๆ ที่ให้กับนักเรียนทุนที่ศึกษาในประเทศนั้น พร้อมความเห็นว่าสมควรปรับปรุงค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับประเทศหรือเมืองในประเทศนั้นหรือไม่ต่อสำนักงาน ก.พ. อย่างน้อยทุก ๒ ปี เพื่อให้สำนักงาน ก.พ.พิจารณาปรับปรุงค่าใช้จ่ายตามความในหมวดนี้ให้เหมาะสมต่อไป
หมวด ๕ เงินชดเชยค่าใช้จ่าย
ข้อ ๒๔ ให้สำนักงาน ก.พ. เรียกเก็บเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการดูแลจัดการการศึกษาของบุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ ตามอัตราที่ ก.พ. กำหนด
หมวด ๖ วินัยและการปฏิบัติตน
ข้อ ๒๕ บุคลากรภาครัฐ นักเรียนทุนของรัฐบาล และนักเรียนทุนส่วนตัวในความดูแลของ ก.พ.ในต่างประเทศ ต้องรักษาวินัยและปฏิบัติตนตามที่บัญญัติในหมวดนี้โดยเคร่งครัด
ข้อ ๒๖ ก่อนการศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ
(๑) บุคลากรภาครัฐ ต้องรายงานตัวต่อส่วนราชการ หรือ หน่วยงานเจ้าสังกัดและต้องรับทราบและถือปฏิบัติตามระเบียบและข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
(๒) นักเรียนทุนของรัฐบาล และนักเรียนทุนส่วนตัว ต้องรายงานตัวต่อสำนักงาน ก.พ. และต้องรับทราบและถือปฏิบัติตามระเบียบและข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๒๗ เมื่อเดินทางถึงประเทศที่ศึกษาหรือฝึกอบรม และระหว่างที่ศึกษาหรือฝึกอบรมอยู่ในต่างประเทศ
(๑) บุคลากรภาครัฐ นักเรียนทุนของรัฐบาลและนักเรียนทุนส่วนตัวต้องรายงานตัวต่อสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนโดยด่วน ในกรณีที่ไม่อาจไปรายงานตัวด้วยตนเองได้ ก็ให้ส่งรายงานการเดินทางและแจ้งสถานที่พักอาศัย
(๒) บุคลากรภาครัฐ และ นักเรียนทุนของรัฐบาลที่อยู่ระหว่างศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ หากประสงค์จะทำการสมรสให้รีบรายงาน พร้อมส่งหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทราบ ในกรณีจะทำการสมรสกับชาวต่างชาติ ต้องแสดงเหตุผลให้เป็นที่พอใจว่าจะไม่สละสัญชาติไทย
สำหรับนักเรียนทุนส่วนตัวให้เป็นไปตามข้อตกลงของผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายที่ได้ทำไว้กับสำนักงาน ก.พ.
(๓) บุคลากรภาครัฐ และ นักเรียนทุนของรัฐบาลจะทำงานเพื่อหารายได้ในระหว่างศึกษาหรือฝึกอบรมมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงาน-ผู้ดูแลนักเรียน
สำหรับนักเรียนทุนส่วนตัวให้เป็นไปตามข้อตกลงของผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายที่ได้ทำไว้กับสำนักงาน ก.พ.
(๔) บุคลากรภาครัฐ และ นักเรียนทุนของรัฐบาลจะเดินทางกลับประเทศไทย หรือ เดินทางออกจากประเทศที่กำลังศึกษาหรือฝึกอบรมมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน
สำหรับนักเรียนทุนส่วนตัวให้เป็นไปตามข้อตกลงของผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายที่ได้ทำไว้กับสำนักงาน ก.พ.
(๕) บุคลากรภาครัฐ นักเรียนทุนของรัฐบาล และนักเรียนทุนส่วนตัวในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ ต้องปฏิบัติตน ดังต่อไปนี้
(ก) ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับของประเทศที่ศึกษาหรือฝึกอบรมอยู่ และประเทศที่เดินทางผ่านโดยเคร่งครัด
(ข) ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และคำแนะนำของสำนักงาน ก.พ. และสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนโดยเคร่งครัด
(ค) ต้องรักษาความสามัคคี ในระหว่างนักเรียนและคนไทยด้วยกัน และต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนของประเทศที่ไปศึกษาด้วย
(ง) ต้องไม่รายงานเท็จ หรือ รายงานโดยปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อสำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน
(จ) ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาประโยชน์จากทางราชการโดยมิชอบ
(ฉ) ต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ช) ต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่เกียรติยศชื่อเสียงของตน เช่น ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เสพของมึนเมาจนไม่สามารถครองสติได้ หมกมุ่นในการพนัน ก่อหนี้สินจนเป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงของตน ก่อการวิวาท แสดงกิริยาอันไม่สุภาพเรียบร้อย ก่อเรื่องชู้สาว เสพหรือค้ายาเสพติดให้โทษ
(ซ) การอื่นซึ่งสำนักงาน ก.พ. ประกาศกำหนด
ข้อ ๒๘ บุคลากรภาครัฐ นักเรียนทุนของรัฐบาล และนักเรียนทุนส่วนตัวในความดูแลของ ก.พ.ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือฝ่าฝืนข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ หรือข้อ ๒๗ แห่งข้อบังคับนี้ ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัยตามระเบียบนี้ ต้องได้รับการพิจารณาความผิดและกำหนดโทษตามความร้ายแรงแห่งกรณี ดังนี้
(๑) ในกรณีที่เป็นบุคลากรภาครัฐ สำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน อาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
(ข) ให้ยุติการศึกษา และเดินทางกลับประเทศไทย
(ค) แจ้งให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัด ดำเนินการทางวินัยตามกฎหมาย
(๒) ในกรณีที่เป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล สำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงาน-ผู้ดูแลนักเรียน อาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
(ข) ชะลอการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่สำนักงาน ก.พ.เห็นสมควร
(ค) ให้คืนเงินค่าใช้จ่ายที่ได้รับไปโดยไม่มีสิทธิ์แก่ทางราชการ
(ง) ให้ยุติการศึกษา และเดินทางกลับประเทศไทย
(จ) แจ้งให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเจ้าสังกัด ดำเนินการทางวินัยตามกฎหมาย
(๓) ในกรณีที่เป็นนักเรียนทุนส่วนตัว สำนักงาน ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน อาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
(ข) เสนอให้ผู้ฝากชะลอการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือน หรือยุติการศึกษา และเดินทางกลับประเทศไทย
(ค) ให้พ้นจากความดูแลของ ก.พ.
(ง) แจ้งให้ผู้ฝากหรือออกค่าใช้จ่าย ดำเนินการทางวินัยตามกฎหมาย
ข้อ ๒๙ เมื่อสำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ หรือเมื่อทางราชการ ไม่อนุมัติให้อยู่ศึกษาหรือฝึกอบรมต่อ หรือได้รับอนุมัติให้ยุติการศึกษา ให้ปฏิบัติ ดังนี้
(๑) บุคลากรภาครัฐ และนักเรียนทุนของรัฐบาลต้องเดินทางกลับประเทศไทยและรายงานตัวภายในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และดูงาน ณ ต่างประเทศ
(๒) นักเรียนทุนส่วนตัวให้เป็นไปตามข้อตกลงของผู้ฝากและออกค่าใช้จ่ายที่ได้ทำไว้กับสำนักงาน ก.พ.
ข้อ ๓๐ ให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนมีหน้าที่ ดังนี้
(๑) ให้ความช่วยเหลือแก่บุคลากรภาครัฐและนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ตามที่ประกาศกำหนด
(๒) รวบรวมรายชื่อ ที่อยู่ที่ติดต่อได้ของบุคลากรภาครัฐและนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ซึ่งสำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมแล้ว และติดตามการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งสร้างเครือข่ายหรือร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป
(๓) หน้าที่อื่นตามที่ ก.พ. กำหนด
ประกาศ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
(ลงชื่อ) ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
(นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล)
รองนายกรัฐมนตรี
ประธาน ก.พ.