สุกานดา วีวงษ์
สวัสดีครับ ขณะที่เราโพสเพื่อนนักเรียนทุนรายนี้ ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับ คุณสุกานดา วีวงษ์ ซึ่งเดินทางมาศึกษาต่อที่ U. of Michigan, Ann Arbor เมื่อเทอม Fall 03 และสำเร็จการศึกษาสดๆ ร้อนๆ ในเทอม Fall 04 นี้ เธอมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันสุดท้ายของปี ไปเริ่มปีใหม่ 05 ในเมืองไทย เป็นบุคคลากรเป็นกำลังสำคัญของราชการอีกราย
สาขาที่มาเรียนนั้นเป็นอย่างไรครับ
มาเรียนทาง Physics – Atmospheric & Space Science เทอมแรกก็เรียนวิชาพื้นฐานก่อนคะ ฟิสิกส์ เคมี ของ Atmosphere พอเทอมที่สองก็เรียนเกี่ยวกับ Space โดยเน้นเรื่อง Media ของ Space เช่น Plasma สิ่งที่มีอิทธพลและลักษณะต่างๆ ของ Space คะ บอกตรงๆ เลยนะคะว่ายากทีเดียวคะ
ก่อนมาศึกษาต่อที่ U. of Michigan เรียนอะไรมาจากที่ไหนก่อนครับ ทำงานหรือรับราชการมาก่อนหรือเปล่า
จบวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยมหิดลมาคะ ซึ่งก็เป็นคนละเรื่องกับที่มาเรียนนี้เลย แต่ที่เลือกมาเรียนทางนี้ก็เพราะอยากเรียน อยากรู้คะ ชอบด้วย ความจริงก็จบมาได้สักพักใหญ่แล้ว ทำงานที่ DTAC อยู่ 3 ปี เป็น Operation Management Engineer แล้วก็ไปสอบชิงทุนจึงได้มาศึกษาจนถึงบัดนี้คะ
ช่วยเล่าเกี่ยวกับ U. of Michigan, Ann Arbor ให้ทราบคร่าวๆ หน่อยครับ
มหาวิทยาลัยนี้เหมาะสำหรับการเรียนอย่างมากคะ Ann Arbor เป็นเมืองเล็ก ไม่วุ่นวาย ไม่มีสิ่งยั่วยุ Downtown ที่นี่เล็กมาก นักเรียนที่นี่ก็ขยันกันมากเลยคะ เรียนกันจริงจัง มหาวิทยาลัยมีห้องสมุดเยอะมาก และก็มีคนใช้กันมากด้วย นักเรียนส่วนใหญ่ก็จะอยู่กันใน Campus การเรียนที่นี่หนักไม่แพ้มหาวิทยาลัยดังๆ อื่น แต่เราก็พอมีเวลาที่จะพักผ่อน เบรกได้บ้าง อย่างเข้า Fitness ว่ายน้ำ เล่นกีฬา ทำกิจกรรมต่างๆ ชุมนุม ฯลฯ ในตัวมหาวิทยาลัยมีทุกอย่างที่จำเป็นครบครัน รวมถึงโรงพยาบาลด้วย ส่วนอาจารย์ก็ดีคะ มีปัญหาอะไร เราสามารถคุยกับอาจารย์ได้ตลอด
กิจกรรม กีฬา ชุมนุม ฟังดูน่าสนใจ เล่าเพิ่มอีกสักนิดสิครับ
เพราะในมหาวิทยาลัยมีทุกอย่างครบครัน เราจึงมีที่ออกกำลังกายมากมาย เราทำกิจกรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะนักเรียนไทยที่นี่มีประมาณ 100 คน เห็นจะได้ เรามี Thai Student Association (TSA) พอเปิดเทอมใหม่เราก็มีการพบปะเลี้ยงน้องกัน เด็กนักเรียนไทยช่วยกันจัดกิจกรรมหลายอย่าง เช่น งานลอยกระทง ซึ่งพวก Undergrad.จัด งาน Thai Night ซึ่งมักจะจัดในช่วง Winter โดยขายบัตร ก็มีคนสนใจเป็นประจำปี ขายบัตรหมดทุกครั้ง คนดูประมาณ 200-300 คนเห็นจะได้ สำหรับงาน Thai Night นั้น นักเรียนไทยที่นี่ร่วมกันจัดกับนักเรียนไทยจาก Eastern Michigan U.ซึ่งเป็นอีกสถานศึกษาในแถบนี้ที่มีนักเรียนไทยมาก (มีประมาณ 40-50 คน) อีกกิจกรรมที่ทำกันจนเป็นประเพณีแล้วก็คือ กีฬา 5M ซึ่งเป็นการนัดพบของนักเรียนไทยใน Michigan จาก 5 สถาบัน Western Michigan U., Eastern Michigan U., Michigan State U., U. of Michigan และ Central Michigan U. เราจะมาแข่งกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์กันปีละครั้ง
ค่าครองชีพละครับ เป็นอย่างไร
สูงมากคะ ยกตัวอย่างค่า Apartment 2 ห้องนอนก็ประมาณ $900 – 1,200 ต่อเดือน รวมค่าน้ำ แต่ยังต้องออกค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่า Cable TV ซึ่งรวม Internet ที่เป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้อย่างมาก ถ้าเป็นห้องนอนเดียวก็ $700-800 แล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะ Share กันแบบ 2 ห้องนอน ค่าอาหารก็ถือว่าแพง ประมาณว่าถ้าซื้อกิน มื้อกลางวันก็คง $7 มื้อเย็นก็ $10-13 เห็นจะได้ แต่เราก็หาซื้อกับข้าวจาก Grocery มาทำเองบ้าง
ค่าเล่าเรียนหละครับ
ค่าเล่าเรียนแพงมากคะ ที่นี่ตกประมาณเทอมละ $14,000 (รวมประกันสุขภาพ) เป็นแบบเหมาจ่ายคะ นักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะลงทะเบียนเทอมละมากๆ เพื่อให้คุ้มกับค่าเรียน แต่ถ้าไปเทียบกับ Eastern Michigan U. ซึ่งอยู่ใกล้กันนิดเดียว ของเขาค่าเรียนเพียงเทอมละประมาณ $5,000 เอง ทั้งๆ ที่ก็อยู่ในเขตใกล้เคียงกันมาก
ที่อยากทราบมากๆ อีกอย่างก็คือ ทำไม อย่างไร คุณสุกานดาถึงสำเร็จการศึกษาได้ภายในเวลาอันสั้นครับ
โปรแกรมที่เรียนนี้ Require 30 หน่วยกิตคะ เทอมแรกลงไป 10 หน่วยกิต Summer ลงไปหนึ่งตัว 4 หน่วยกิต Spring ลงอีก 13 หน่วยกิต และเทอมนี้ลงแค่ 3 หน่วยกิต (ต้องไปทำเรื่องขออนุญาต เพราะเพียง 3 หน่วยกิตไม่เป็น Fulltime student) ที่จบได้เร็วนั้นคงเพราะเลือกจบโดยไม่ทำวิทยานิพนธ์คะ เพราะเขาให้เลือกได้ว่าจะเก็บ Course Work อย่างเดียวหรือทำวิทยานิพนธ์ด้วย คนที่ทำวิทยานิพนธ์ด้วย ส่วนใหญ่จะเรียนต่อปริญญาเอก แต่เรามาเรียนแค่ระดับปริญญาโท ก็เลยเลือกจบโดยไม่ทำวิทยานิพนธ์คะ
ที่คุยกันมา ฟังดูแล้ว มาเรียนใน Michigan คงค่อนข้างอบอุ่น ราบรื่น ปัญหามีอะไรบ้างไหมครับถ้ารุ่นน้องๆ เลือกที่จะมาศึกษาที่นี่อย่างคุณสุกานดา
หนาวมากคะ ที่ Michigan นี่หนาวจริงๆ
ขอคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จากประสบการณ์ของคุณสุกานดาที่ได้มาอยู่ที่นี่ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา
คิดว่านักเรียนส่วนใหญ่ ก่อนที่จะมาก็คงจะได้เตรียมตัวกันมาบ้างพอสมควรนะคะ ทั้งเรื่องภาษาก็คงจะพร้อมในระดับนึงแล้ว การไปเรียนแต่ละแห่งก็คงจะแตกต่างกันไป แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องขยันและตั้งใจเรียนคะ อย่างอาจารย์ เขาก็ต้องคิดว่าภาษาเราก็ดีแล้วถึงเข้ามาเรียนได้ อีกอย่างก็ต้องไม่เครียดด้วยนะคะ พยายามอย่าให้มีความกังวล เราจะไปเรียนที่ไหนนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรียนที่ไหนก็เหมือนกันคะ เราได้ความรู้เหมือนกัน เรากอบโกยได้เท่าไรก็อยู่ที่เรา
สิ่งที่อยากแนะนำเหรอคะ...... อยากให้ทุกๆ คนได้สิ่งที่มีคุณค่ากลับไป เมื่อเรามาอยู่ในอีกสังคม อีก Culture หนึ่งซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมบ้านเกิดเรา เราก็น่าจะได้อะไรกลับไป อยากให้เรียนรู้สภาพความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรมของบ้านเขา ไปเปิดหูเปิดตา ชมสถานที่ต่างๆ เมื่อมีโอกาส อย่ามุ่งแต่เรียนอย่างเดียว โดยไม่ได้สิ่งรอบตัวติดมือกลับไป บ้านเมืองเขาก็มีอะไรที่แตกต่างจากเรามาก นั่นจะเป็นประโยชน์ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีสำหรับตัวเราเองคะ
คุณสุกานดามาอยู่เพียงระยะสั้น มีโอกาสได้ไปเที่ยวเมืองอื่นๆ บ้างหรือไม่ครับ แล้วเรียนทุกเทอมติดกันอย่างนั้น หาเวลาปลีกตัวอย่างไรครับ
ได้ไปมาบ้างเหมือนกันคะ อย่าง New York, Florida, Seattle, Las Vegas ก็หาเวลาช่วงปิดเทอม หรือหยุดยาวๆ ไปท่องเที่ยวคะ อย่างได้หยุด 2 อาทิตย์ ก็จะไปต่างรัฐพักผ่อน
ขอขอบคุณคุณสุกานดามากๆ ขอให้เดินทางปลอดภัย และประสบความสำเร็จ เจริญก้าวหน้าในชีวิตราชการที่จะเริ่มขึ้นในปีใหม่ 05 นี้ครับ ผมเชื่อว่า คุณสุกานดา คงเป็นนักเรียนทุนอีกท่านที่มีเกร็ดดีๆ มาฝากท่านผู้อ่านกันในครั้งนี้ หลายๆ สิ่งที่เธอเล่าให้ฟังนั้น เป็นประโยชน์อย่างดี ถึงแม้เธอจะกลับไปแล้ว ประสบการณ์ของเธอคงเป็นเครื่องชี้ทางได้ดีอย่างยิ่งสำหรับรุ่นน้องๆ ที่กำลังจะตามกันมาศึกษาในวันข้างหน้า แล้วพบกันใหม่ Merry Christmas & Happy New Year ถึงเพื่อนๆ ทุกท่านครับ