พรรณรำเพย นามพระจันทร์ (จิ๊บ)
ช่วงนี้เรายังคงคุยกับนักเรียนที่มีประสบกับปัญหาต่างๆ เพื่อเพื่อนๆ จะได้ทราบและนำเรื่องราวของแต่ละท่านมาเป็นสิ่งคอยเตือนว่า หากท่านต้องประสบปัญหาเช่นเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน จะต้องทำอย่างไร หรือทำอะไรได้บ้าง ครั้งนี้ น้องจิ๊บ-พรรณรำเพยก็มาเล่าปัญหาของเธอให้พวกเราฟัง
สวัสดีครับ ก็ขอทราบเกี่ยวกับการมาศึกษาของน้องจิ๊บคร่าวๆ ก่อนจะตรงไปเรื่องอื่นๆ
ได้รับทุนจากศูนย์พันธุกรรมแห่งชาติมาศึกษาปริญญาโท-เอกด้าน Microbiology ที่ Michigan State U. คะ ที่เลือกมาเรียนที่นี่ก็เพราะมี Center for Microbiology ที่สมบูรณ์แบบ สมัครมาเรียนที่นี่ที่เดียวจากเมืองไทย และก็ได้รับเข้ามาเรียนเลยคะ ที่ Department นี้ หนูเป็นนักเรียนไทยคนแรกที่มาศึกษาสาขานี้ของ MSU นักเรียนไทยที่นี่ก็มีมากพอสมควร แต่เรียนกันในสาขาอื่นๆ คะ
ขอบคุณที่แถมวิวสวยๆ จากแคมปัสให้ด้วยนะครับ น้องจิ๊บสำเร็จปริญญาโทแล้วตั้งแต่ปลายปี 47 ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าปริญญาเอก ช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นจึงไม่ได้ศึกษาติดต่อเลยครับ
คือกว่าที่หนูจะสำเร็จปริญญาโทนั้น ก็ใช้เวลานานกว่าปกติ เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ยอมให้จบ ผลการทดลองต่างๆ ที่ทำไป อาจารย์ไม่พอใจสักที ให้ทดลองเพิ่ม ให้ทำเพิ่มอยู่ตลอดมาเป็นปี ซึ่งพอช่วงต่อที่จะเข้าปริญญาเอกทำให้เลยกำหนดที่จะตอบรับเข้าปริญญาเอก และอาจารย์ก็ยังไม่ให้จบโท ก็ทำให้ผ่าน Fall 04 ไป พอหนูบอกเขาว่าตอนนี้หนูถูกตัดทุนแล้วนะ อาจารย์ถึงยอมให้จบเมื่อธันวา 04 ที่ผ่านมา
แล้วขณะนี้ที่ได้รับอนุมัติให้พักการศึกษาชั่วคราว ช่วยเล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงว่าทำอย่างไร ขอพักนานเท่าไร ฯลฯ
อย่างที่หนูเล่ามานั้นนะคะ ก็พอตอนศึกษาปริญญาโทไปครบ 2 ปีแล้ว อาจารย์ยังไม่ให้จบ หนูก็ขอขยายเวลาศึกษาต่อไปอีกครึ่งปีซึ่งคาดว่าอาจารย์คงจะให้จบได้ แต่ก็ไม่เป็นดังนั้น พอใกล้ถึง 2 ปีครึ่งหนูก็ต้องขออนุมัติขยายเวลาศึกษาอีกครึ่งปี ซึ่งต้องอยู่ด้วยทุนส่วนตัว พอจะครบ 3 ปี ก็ยังไม่มีทีท่าที่อาจารย์จะให้จบ ก็รู้ว่าเข้าปริญญาเอกไม่ทันแน่ ก็จึงทำเรื่องขออนุมัติพักการศึกษาชั่วคราวเพื่อรอการตอบรับเข้าปริญญาเอกในภาคต่อไป ก.พ.ก็ได้อนุมัติให้พักการศึกษาชั่วคราว 1 เทอมในภาค Fall 04 แต่อาจารย์กว่าจะให้จบก็สิ้นภาคนั้น พอภาค Spring 05 เริ่ม ก็ยังเข้าศึกษาปริญญาเอกไม่ได้อีก หนูก็ต้องขออนุมัติพักการศึกษาต่ออีก ซึ่งก็ได้รับอนุญาตให้พักจนถึงช่วงที่จะเข้า Fall 05 ก็จะเป็นการเริ่มปีการศึกษาใหม่พอดี
ที่อาจารย์ไม่ยอมให้จบสักทีนั้น จิ๊บคิดว่าอะไรคือปัญหาครับ
หนูคิดว่าปัญหาน่าจะเป็นระหว่างตัวเรากับอาจารย์ หนูอาจจะไม่ค่อยเข้าหาหรือคลุกคลีกับอาจารย์เท่าที่ควร เพราะลักษณะของนักเรียนไทยที่เรียนมาคนละแบบ เด็กไทยเรามักจะเคารพอาจารย์ จนดูเหมือนว่าเป็นการกลัวอาจารย์มากกว่าและไม่เข้าปรึกษาเมื่อมีปัญหา สำหรับหนูเองก็มักจะหาหรือขอคำปรึกษาจากพวกพี่ๆ ที่ทำ Post-doc มากกว่าที่จะหาอาจารย์ อาจารย์คงไม่ชอบแบบนั้น แต่เรื่องงานหรือการทดลองต่างๆ ที่อาจารย์ให้ทำ หนูก็ทำอย่างต็มที่โดยตลอด ไม่เคยเกี่ยง แต่ก็ไม่ถึงจุดที่อาจารย์จะพอใจ จนในที่สุดที่ต้องบอกอาจารย์ไปว่าหนูไม่ได้รับทุนแล้ว
แล้วอยู่อย่างไรครับ ไม่ได้รับทุน แต่ยังคงต้องมีค่าใช้จ่ายทุกอย่างปกติ ไม่ว่าจะเป็นค่าเรียน ค่าบ้าน ค่ากินอยู่และใช้สอยอื่นๆ
ก็ทางบ้านช่วยบ้างคะในช่วงแรกๆ พอต่อมาหนูก็เช็คกับ International student office ของโรงเรียนว่าเขามีอะไรช่วยเราได้บ้าง ที่ MSU นี่ดีมากคะ เขามีโปรแกรม Emergency tuition จากโรงเรียน ซึ่งเป็นการให้ทำ Academic training เป็นการช่วยเหลือนักเรียนทุกคน ถึงแม้จะเป็นนักเรียนต่างชาติก็ตาม เพราะหนูต้องลงทะเบียนรักษาสถานภาพแค่ 3 หน่วย แต่สิ่งที่ต้องทำก็เพียงงานการทดลอง ก็ได้รับความช่วยเหลือตรงนั้นมาตั้งแต่รัฐบาลฯ หยุดให้ทุนในช่วงปริญญาโท แล้วหนูก็ขออาจารย์ให้ช่วยด้วย ซึ่งก็ได้รับประมาณ $300 ต่อเดือนจากอาจารย์
ช่วงพักการศึกษานั้น ทำไมไม่ได้กลับไปอยู่เมืองไทยครับ
ก็เพราะอาจารย์ยังคงให้ทำการทดลองให้พอใจ ซึ่งเพิ่งสำเร็จปริญญาโทจริงๆ เมื่อธันวา 04 ที่ผ่านมา ก็ทำให้หนูรอฟังผลว่าจะได้รับเข้าปริญญาเอกหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ทราบจนกว่าจะเดือนมิถุนายนนี้
แล้วน้องจิ๊บคิดว่าโอกาสที่จะได้ศึกษาต่อปริญญาเอกมีมากน้อยแค่ไหนครับ
คิดว่า 50-50 คะ เพราะหนูทราบมาคร่าวๆ ว่าอาจารย์เขาเขียน Recommendation ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร หนูก็ยังกังวลอยู่ เพราะหากไม่ได้ก็ต้องยุติการศึกษาแล้วกลับ ซึ่งหนูยังคงอยากศึกษาต่อ
สมัครปริญญาเอกไว้หลายแห่งหรือเปล่าครับ
ไม่ได้สมัครที่อื่นเลยคะ เพราะอยากเรียนต่อที่นี่อยู่แล้ว หากต้องย้ายไปที่อื่น คงต้องไปปรับตัวกันใหม่อีก แล้วก็มีเพื่อนๆ อยู่ที่นี่มากมาย หนูคุ้นและลงตัวกับที่นี่หมดแล้ว
อย่างนี้ก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่นสิครับ คือต้องได้อย่างเดียวไม่งั้นก็ต้องกลับ เตรียมแผนการเตรียมใจไว้อย่างไรหากทราบผลการพิจารณาว่าจะได้ศึกษาต่อปริญญาเอกหรือไม่ ที่ถามเช่นนี้ก็เพราะอยากให้เห็นว่า ทั้งได้หรือไม่ได้ก็มีสิ่งที่น้องจิ๊บต้องคิดหลายเรื่อง หากได้ ก็จะมีเวลาได้รับทุนอีกเพียง 3 ปีครึ่งแล้วก็ต้องอยู่ด้วยทุนส่วนตัวอีก ซึ่งศึกษาปริญญาเอก เวลาเท่านั้นคงไม่พอแน่ หรือหากสถานศึกษาตอบไม่รับ ก็ต้องกลับ ต้องไปทำงานที่หน่วยงานไหน เตรียมตัวเตรียมใจเผื่อไว้หรือเปล่า
คะ...ใจจริงหนูอยากเรียนต่อปริญญาเอกมากเลยนะคะ เคยไปที่ศูนย์พันธุกรรมซึ่งเป็นที่จะต้องกลับไปทำงาน ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้โชว์แผนงานของหน่วยงาน และชี้ให้เห็นว่าเราจะเข้าไปอยู่ในส่วนไหนของแผนงาน และก็แนะนำรุ่นพี่ๆ ว่าเนี่ยคนทำงานของเราก็มาจากนักเรียนทุนรัฐบาลฯ แทบทั้งนั้น ส่วนใหญ่ก็จะจบปริญญเอก ปริญญาโท ซึ่งปริญญาเอกนั้นมีถึง 70% มีปริญญาโทนิดหน่อย ที่เหลือก็เป็นเจ้าหน้าที่และพวก admin. หนูก็รู้สึกว่าไม่อยากได้แค่โทกลับไป คงรู้สึกเสียหน้าคะและก็คงเสียใจด้วย คงจะเครียดนะคะ แต่ถ้าหากได้เรียนปริญญาเอกสมใจ ก็ทราบคะว่าเหลือเวลารับอีกไม่มาก ซึ่งก็คงจะหาทางทำงานในช่วงท้ายๆ อีก เพราะ MSU ดีตรงนี้ที่ช่วยเหลือนักเรียนอย่างดีมาก จนเรารู้สึกรักสถานศึกษานี้
ฟังเรื่องแล้วก็เครียดแทนนะครับ อยากให้ช่วยชี้แนะรุ่นน้องๆ สักหน่อยที่วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะต้องมาอยู่ในจุดเดียวกับน้องจิ๊บที่ประสบอยู่
ความจริงความเครียดนั้นจะมีมากในช่วงปีแรก โดยเฉพาะเทอมแรกคะ เพราะเราใหม่กับทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็เครียดนิดหน่อยในช่วงที่ใกล้จะจบ แต่ถูกยื้อโดยอาจารย์ไม่ให้จบสักที ถ้าจะให้บอกจากประสบการณ์ของหนู หนูคิดว่าคงเป็นเรื่องภาษาอังกฤษคะ ถึงแม้เรารู้ว่าอยากพูดอะไร จะพูดอย่างไร แต่ความไม่กล้าหรือกลัวไม่สุภาพ ฯลฯ ทำให้ไม่พูด ไม่แสดงออก ไม่กล้าถามไม่แลกเปลี่ยนความคิด มีปัญหาจึงเก็บไว้กับตัวเอง นี่คือสิ่งที่ไม่ดี และไม่ใช่การศึกษาในระบบของอเมริกัน อาจเป็นเพราะเราศึกษามาอย่างไทย เป็นคนละสไตล์คนละรูปแบบ ก็อยากฝากน้องๆ เพื่อนๆ รุ่นข้างหน้าว่า ให้กล้าพูด กล้าแสดงออก มีอะไรพูดไปเลย ไม่ต้องกลัวเขาจะเสียความรู้สึก ไม่ต้องกลัวจะพูดผิด มิฉะนั้นก็อาจจะเจอกับปัญหาเช่นเดียวกับหนู สำหรับกับอาจารย์ที่ปรึกษา หนูคิดว่าอาจารย์ฝรั่งชอบที่จะให้เราเข้าหา ชอบให้เราถามให้ปรึกษา คลุกคลีเห็นหน้าเป็นประจำ ซึ่งเราควรจะปรับตัวในเรื่องนี้ให้เข้ากับระบบ อีกเรื่องที่หนูคิดว่าสำคัญเช่นกัน ก็คือเรื่องความกดดัน ซึ่งหนูคิดว่าสิ่งนี้จะมีกับนักเรียนทุนมาตั้งแต่รู้ผลว่าได้รับทุนฯ อย่างบ้านเราพอลูกหลานได้ทุน ผู้ใหญ่ก็จะพูดให้คนอื่นฟังได้อย่างภูมิใจว่าเราได้รับทุนไปเรียนต่อนอก เราก็ฉลองกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มมาศึกษา อยากฝากทั้งรุ่นน้องๆ และผู้ปกครองของนักเรียนทุนทั้งหลายด้วยคะ ว่าเอาไว้ฉลองใหญ่กันตอนท้ายเลยจะดีกว่า เพราะเมื่อนักเรียนมาเรียนจริงๆ แล้ว ก็จะเจอกับปัญหามากมายในการเรียน เมื่อภาพที่เราฉลองกันนั้นได้อยู่ในหัวแล้ว มันจะทำให้เราคิดมากและเกิดความเครียดภายหลัง ก็เพราะเราได้ป่าวประกาศให้ชาวบ้านทราบกันทั่วแล้ว แต่ถึงเวลาจริงๆ ไม่สามารถทำได้ ไม่สามารถจบตามที่คุยไว้ เราจะไม่กล้ากลับไปสู้หน้า
ขอบคุณน้องจิ๊บมากครับ ครั้งนี้ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ คงได้อะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะรุ่นน้องๆ ปัญหาของน้องจิ๊บนั้นน่าจะเป็นปัญหาคลาสสิกอยู่แล้ว ปัญหากับอาจารย์มีให้เห็นเสมอ นอกจากจะได้ทราบเกี่ยวกับการขอลาพักการศึกษาชั่วคราวแล้ว ผมเชื่อว่าเรื่องความเครียดก็คงจะเกิดขึ้นกับนักเรียนแทบทุกคนเช่นกัน แต่ความเครียดอีกแบบที่เพิ่งได้ทราบครั้งนี้ ก็เห็นจะเป็นเรื่องท้ายสุดที่น้องจิ๊บนำมาฝากทั้งน้องๆ รุ่นใหม่ และผู้ปกครอง อยากให้มองไกลออกไปถึงยามที่ตัวนักเรียนต้องไปเผชิญปัญหาการศึกษาเอง อยากให้ประสบการณ์ของน้องจิ๊บเป็นเครื่องชี้นำ เป็นเครื่องบอกทางว่า ถนนการศึกษาข้างหน้านั้น ไม่ใช่ถนนที่ราบรื่น ไม่ง่ายดังใจนึกจะให้เป็น ดังนั้น อย่าเพิ่งไชโยกันก่อนจนกว่าจะถึงวันที่สำเร็จถึงจุดหมาย เราชาวสนร. ก็ขอเอาใจช่วยน้องจิ๊บ ขออวยพรให้ได้เข้าศึกษาปริญญาเอกดังหวังนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดี