สมฤดี ศรีทับทิม
ก่อนจะข้ามแคนาดากลับมาอเมริกา ขอพบอีกสักราย ครั้งนี้ เราพบคุณสมฤดี ด้วยเหตุผลที่ต่างจากนักเรียนรายอื่นๆ นั่นคือ เธออยู่ศึกษามานาน จึงทำเราให้เราอยากทราบว่าเหตุใด อุปสรรคใด ที่ทำให้เธอต้องใช้เวลานานมาก แล้วเธออยู่อย่างไร เมื่อต้องศึกษาด้วยทุนส่วนตัว
ก่อนอื่น คุณสมฤดีช่วยเล่าเกี่ยวกับวิชาที่ศึกษา และสถานศึกษาให้เราทราบคร่าวๆ หน่อยครับ ถ้ามีภาพบรรยากาศของ Campus ให้ดูด้วยจะขอบคุณมากเลยนะครับ
กำลังศึกษาด้าน BioTech เกี่ยวกับการทำงานของพืช หรือที่เราเรียกว่า Cell Signaling โดยเรามีพืชโมเดลคือ Arabidopsis วิทยาศาสตร์ทางด้านนี้ เพิ่งเริ่มต้นมีมาไม่นาน ยังไม่ถึงกับสามารถนำผลไปใช้งานกับพืชเศรษฐกิจได้ ยังต้องค้นคว้า ทดลอง และศึกษากันอีกมากคะ
วิทยานิพนธ์ที่ทำอยู่มีชื่อว่า Functional Analysis of Arabidopsis Mitogen-Activated Protein Kinase (MAPK) Gene Family วิจัยศึกษายีนต์ของพืชหลายๆ ตัว ตอนนี้ส่งไปแล้ว ผ่านการตรวจเรียบร้อย และกำลังจะตีพิมพ์คะ
ที่ U. of B.C. นี้ เป็นสถานศึกษาที่ใหญ่ สวยงามมาก อาจารย์เยอะ มี Facility พร้อมสรรพทุกอย่าง มี Seminar เป็นประจำ มีนักเรียนต่างชาติเยอะมาก จนทำให้เราไม่รู้สึกว่าเป็นชนชั้นสอง น่าเรียนมากคะ มาเรียนแล้วจะรู้สึกดี ที่นี่เป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย จึงทำให้มีพร้อมในทุกๆ ด้าน การคมนาคมสะดวก อาหารการกิน (อาหารเอเชีย) บริบูรณ์
ท่องเที่ยว คำนี้ถูกใจ มีอะไรน่าสนใจบ้างครับ
ที่ Vancouver นี้มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม มีชื่อหลายๆ อย่าง เช่น South Mountain, Stanley Park (ป่าในเมือง แบบเดียวกับ Central Park ในนิวยอร์ก) มีที่เล่นสกี มีภูเขา มีทะเล (Public access ด้วย) เหล่านี้ก็คงทำให้ไม่เครียดนักเมื่อยามเราต้องการพักผ่อนจากการเรียน
ก่อนที่จะมาศึกษาป.เอก ที่ U. of B.C. ศึกษาที่ไหนมาก่อนครับ
มาศึกษาปริญญาโทที่ Simon Fraser U. ที่แคนาดานี่เหมือนกันคะ ซึ่งก็อยู่ใน British of Columbia ไม่ไกลจากสถานศึกษาปัจจุบันเท่าไร
ไม่ค่อยคุ้นชื่อนี้ โรงเรียนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
Simon Fraser U. เป็นมหาวิทยาลัยเล็กๆ แต่เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีเช่นกัน มีชื่อเสียงในด้าน Art Education บรรยากาศทั่วไปก็ดีคะ การคมนาคมสะดวก อยู่ในเมืองที่มีทุกสิ่งพร้อม นักศึกษาก็ดูเป็นมิตรที่ดี
U. of B.C. คงจะมีนักเรียนไทยบ้างพอสมควรใช่ไหมครับ
ก็ไม่มากนักคะ สัก 10 คนเห็นจะได้ เป็นนักเรียนทุนก็ 7 คนแล้ว
และก็มาถึงคำถามที่อยากให้เพื่อนๆ ทุกท่านได้ทราบว่า ทำไมคุณสมฤดี จึงอยู่ศึกษานานมาก อันนี้โปรดอย่าคิดว่าเป็นเรื่องไม่ดีนะครับ เราอยากให้เพื่อนๆ ได้ทราบจากประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน ซึ่งอีกหน่อยรุ่นน้องๆ อาจจะต้องเจอปัญหาคล้ายกัน ทำให้ต้องใช้เวลาศึกษายาวนาน ว่าเมื่อเราต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกัน จะแก้ปัญหา หรือหาทางออกแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่โดยที่ทุนหมดแล้ว คุณสมฤดีโปรดนำประสบการณ์มาแบ่งปันน้องๆ ได้ไหมครับ
คะ....เริ่มมาศึกษาปริญญาโทที่แคนาดานี้ ก็ตั้งแต่ปี 2538 ที่ Simon Fraser U. ใช้เวลาช่วงนั้นไปประมาณ 4 ปี แล้วก็มาศึกษาต่อปริญญาเอกที่ U. of British Columbia เมื่อปี 2542 ซึ่งตอนนี้คาดไว้ว่าประมาณปลายปีจะสำเร็จคะ ปัญหาจริงๆ แล้วนั้น น่าจะพูดได้ว่าเป็นเพราะการเลือกทำโปรเจคของเราไม่ถูกทางมากกว่า ตั้งแต่เริ่มโปรเจคมานั้น ก็เปลี่ยนหัวข้อเรื่องมาบ่อย เปลี่ยนมาเรื่อยๆ เพราะมันไม่ลงตัว นั่นคือสิ่งที่ทำให้ต้องใช้เวลาอยู่ศึกษานานกว่าปกติที่ควรจะเป็น ซึ่งเชื่อว่าเป็นปัญหาที่นักเรียนปริญญาโท-เอก แทบทุกคนต้องเจอ แต่ของดิฉันนั้นอาจจะต่างจากรายอื่นๆ เพราะสาขาที่ศึกษาด้วย ซึ่งก็เพิ่งมาลงตัวกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ได้บอกไปแล้วในปีหลังๆ นี้ ความจริงเป็นงานที่ดี Thesis ก็ส่งไปเรียบร้อยแล้ว กำลังทำการตีพิมพ์
จะบอกว่าอยู่อย่างไรหากทุนหมดลงนั้น ดิฉันก็คิดว่าคงจะลำบาก ที่ผ่านมาช่วงที่ไม่อยู่ในทุนของพสวท.นั้น ก็ทำ TA/RA ไม่เพียงแต่จะได้การช่วยในเรื่องค่าเรียนเท่านั้น แต่สิ่งที่เราได้นั้นคือประสบการณ์ที่อยากจะแนะนำให้น้องๆ ทุกคนเป็น TA/RA เช่นกัน มันทำให้เราได้รู้ระบบการทำงาน ได้เห็นได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมากมาย
ปกติแล้ว จะไม่ค่อยเห็นนักเรียนทุนที่ใช้เวลาอยู่ศึกษานานขนาดนี้ ทุนพสวท.มีอะไรพิเศษกว่าทุนอื่นๆ หรือเปล่าครับ จึงได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงเกิน 10 ปีแล้ว
อันนี้ต้องขอบคุณสสวท. เจ้าของทุนคะ ที่ให้โอกาสได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่จนใกล้จะสำเร็จแล้ว ถึงจะต้องใช้เวลานานขนาดนี้ เราติดต่อกับต้นสังกัดสม่ำเสมอ รายงานความคืบหน้าให้ทราบ อีกทั้ง พี่ๆ ทุกท่านนั้น เราสนิทสนม เข้ากันได้เป็นอย่างดี คือ พสวท.เขามี Environment ที่ดีมากๆ ทำให้เรามีความรู้สึกที่ดี รักและอยากกลับไปทำงานด้วยตลอดเวลา อีกทั้งเราก็มีความสามารถที่อยู่ได้โดยได้รับทุนช่วยเหลือจากอาจารย์มาตลอด ไม่ลำบากอะไร พสวท.ก็เข้าใจสถานการณ์และฟังเหตุผล ทุกอย่างก็ราบรื่นด้วยดีคะ
อย่างนี้เรื่องปรับเงินให้กับนักเรียนแคนาดาก็ไม่ได้มีผลอะไรกับคุณสมฤดีเลย
คะ…ไม่มีผลแต่อย่างไร เพราะถึงปรับมากกว่านี้ ก็ไม่ได้รับอยู่ดี แต่ก็สงสารน้องๆ ที่ได้ปรับแค่เพียงเล็กน้อยซึ่งค่าครองชีพมันก็สูงขึ้นไปมากมาย อัตราแลกเปลี่ยนก็เสียเปรียบมากขึ้น แต่คิดว่าทางรัฐบาลก็คงมีเหตุผลอื่นๆ มากมายหลายอย่างที่จำเป็น และทำได้เพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตามอยากฝากให้ช่วยพิจารณาอีกครั้งนะคะ
ศึกษาด้านนี้ มีประชุมทางวิชาการอะไรบ้างไหมครับ
มีบ้างคะ และก็กำลังจะไปอีกที่ Seattle ในงาน Plant Biology 2005 กลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ครั้งนี้ก็จะได้ขึ้นไปพูดไปแสดงผลงานของเรา ไปประชุมวิชาการทำให้เราได้พบปะคนในสาขาเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ได้ฟังเรื่องของคนอื่นเช่นเดียวกับที่เขาก็จะได้ทราบว่าเราทำอะไรด้วย เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากคะ
คงต้องจากกันแล้ว ขอคำแนะนำฝากน้องๆ หน่อยครับ
ก็อยากฝากถึงน้องๆ ในประเทศไทยมากกว่า ว่าหากมีโอกาส ก็น่าจะหาทางมาศึกษาต่อในต่างประเทศ ไม่ว่าจะได้ทุนหรือไม่ก็ตาม จะเพียงมาศึกษาภาษาอังกฤษก็ได้ เพราะการที่ได้มาเรียนในต่างประเทศนี้ จะทำให้เราได้เห็นชีวิต ได้รู้จักวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรา ได้เห็นความคิดของชนชาติอื่น มันจะเป็นสิ่งเสริมสร้างคุณค่าให้ชีวิตของเราเป็นอย่างมากคะ
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณสำหรับวิวสวยๆ จากสถานศึกษาด้วย เห็นแล้ว ร่มเย็นสวยงาม เป็นอีกสถานศึกษาที่น่าเรียนนะครับ ครั้งนี้ได้เกร็ดดีๆ จากคุณสมฤดี อยากจะขอยกสิ่งที่คุณสมฤดีได้พูดไปแล้ว มากล่าวซ้ำให้เพื่อนๆ นักเรียนทุนอีกครั้งก็คือ การที่เราไม่ขาดการติดต่อกับต้นสังกัดหรือผู้ดูแลฯ นั้น เป็นสิ่งที่ช่วยตัวเราเอง อย่างเช่นคุณสมฤดีรายนี้ ถึงแม้จะอยู่ศึกษานาน แต่ทุกก้าวที่เธอเดิน ทุกสิ่งที่เธอทำ ได้รายงานกลับไปถึงเจ้าของทุนอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นแล้ว เพื่อนๆ ทุกคนก็เช่นกันนะครับ มีปัญหาไม่ว่าจะส่วนตัว หรือการศึกษา อย่าคิดเองคนเดียว เพื่อนๆ ยังมีเราคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลานะครับ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ