Personal tools
สารบัญ
Thaischolar Email Log in
แจ้งจุดบกพร่องของเว็บไซต์
 

นฤมล เนรมิตมานสุข (นุช)

Document Actions
Images
Naruemon Neramitmansook Naruemon Neramitmansook
U. of Rhode Island M. – Pharmaceutical Science, Cosmetics Science ทุน ก.วิทย์ฯ

สวัสดีครับ ก่อนที่เราจะคุยกับน้องนุช ก็ขอถือโอกาสแสดงความยินดีกับเธอที่สำเร็จกลับไปรับราชการอีกราย ก่อนที่เธอจะเดินทางกลับ เราก็เลยขอคุยแบ่งปันประสบการณ์ของเธอมาฝากเพื่อนๆ ครั้งนี้ครับ

 

ช่วยเล่าเกี่ยวกับการศึกษาคร่าวๆ ครับ

นุชได้รับทุนรัฐบาลของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ตามความต้องการของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ มาศึกษาเภสัชศาสตร์ เน้นเครื่องสำอาง โปรแกรมจริงๆ 2 ปี แต่นุชใช้เวลาเรียนถึง 6 semesters ก็เลยจบช้าหน่อย เพราะมีปัญหากับอาจารย์ด้วยคะ

 

ปัญหากับอาจารย์นั้นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วครับ อยากทราบเกี่ยวกับ U. of Rhode Island สักหน่อย

มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลับเล็กๆ เพราะรัฐ Rhode Island ก็เป็นรัฐที่เล็กที่สุดอยู่แล้ว นักเรียนไทยที่นี่ขณะนี้มีเพียง 2 คน เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลฯ ทั้งสอง เมืองนี้ก็เงียบเหงามากคะ อยู่ในป่า หากจะไปไหนมาไหนนอกแคมปัส ก็ต้องมีรถยนต์ เพราะถ้ารอรถเมล์คงเป็นชั่วโมง แต่สำหรับสาขาที่นุชเรียนนั้น ที่ดีเป็นที่มีชื่อเสียงคะ

 

ทราบว่าศึกษาป.ตรีมาทาง Food Technology ทำไมจึงมาศึกษาทาง Cosmetics ครับ และทำไมจึงเลือกที่นี่

คือตอนแรกได้คุยกับเจ้าของทุน คือต้นสังกัด เขาก็มีให้เลือกทั้งทาง Food Science และ Cosmetics แต่เพราะนุชได้เคยทำงานเอกชนมาก่อน ก็คิดว่าทาง Food Sci. มีคนเรียนเยอะมาก แต่ Cosmetics Sci. นั้น หาคนเรียนน้อยมาก ก็จึงอยากเลือกทาง Cosmetics  ความจริงก่อนจะได้มาศึกษาด้วยทุนนั้น นุชสอบมา 2 ครั้ง ครั้งแรกไม่ผ่านสัมภาษณ์ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ทุนของม.ปัตตานี  สอบครั้งที่ 2 ชิงทุนบุคคลทั่วไป จึงได้มาคะ  ความจริงมี U. of Cincinnati อีกที่ซึ่งพิจารณา แต่ตอนที่จะมานั้น มีข่าวคนถูกยิงตาย และที่เมืองนั้น เขาค่อนข้างเหยียดผิว ก็เลยเลือก Rhode Island

 

เมื่อกลับไปแล้ว งานที่จะทำเกี่ยวข้องกับที่ศึกษามาโดยตรงหรือไม่อย่างไร

ก็จะทำงานที่ศูนย์ฉายรังสี สำนักงานพลังงานปรณูเพื่อสันติแหละคะ คงจะเป็นนักวิจัย ไม่ได้กลับไปสอนเหมือนนักเรียนทุนส่วนใหญ่

 

ศึกษาเกี่ยวกับเครื่องสำอาง อยากถามหน่อยนะครับ เห็นสุภาพสตรีบ้านเราใช้เครื่องสำอางนอกกันทั้งนั้น อย่าง Estee, Clinique, Lancome ฯลฯ ใครๆ ก็ชอบฝากซื้อจากนอกทั้งนั้น เพราะอะไรครับ บ้านเราไม่มีเครื่องสำอางดีๆ เลยหรือ

โดยพื้นฐานแล้ว เครื่องสำอางแทบไม่มีอะไรนอกจากสารเคมี เช่น ครีม น้ำมัน ฯลฯ ที่ราคาแพงต่างกัน หรือที่เขาโฆษณาถึงคุณสมบัติต่างๆ กันนั้น เป็นเพราะเทคโนโลยีเครื่องสำอางของแต่ละบริษัทที่ใช้ถือเป็นความลับทางเทคโนโลยี ซึ่งทางบ้านเรายังคงต้องพัฒนาหรือหาสารเคมีใหม่ๆ ไปปรับปรุง

 

แต่เห็นบ้านเราก็พอเริ่มมีเครื่องสำอางที่คนไทยก็ใช้อยู่บ้าง (เห็นโฆษณานะครับ อย่างมิสทีน เทลมี ฯลฯ) คิดว่าน่าจะดี หรือว่ายังไม่ดีพอ เล่าให้ฟังหน่อยครับ แล้วถ้าเครื่องสำอางทั้งหลายในตลาดคล้ายคลึงกันเพราะสารเคมี ทำไมจึงมีความแตกต่างของราคาแพงมากถึงถูกมากครับ

พวกเครื่องสำอางบ้านเรานั้น คงเจาะผู้บริโภคเป็นเพียงบางระดับ เขาใช้พวก active ingredient มาทำเครื่องสำอาง ราคาก็จะออกมาใช้ผู้บริโภคระดับหนึ่งสามารถซื้อหาใช้ได้ แต่คนมีพอมีฐานะ ก็อาจจะเลือกใช้ของต่างประเทศอยู่ เพราะเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก้าวหน้ากว่า ส่วนเรื่องความแตกต่างของแบรนด์เนมนั้น คงเป็นเพราะผู้ใช้แต่ละคนอาจจะมีผิวที่ไม่เหมือนกัน ถูกหรือแพ้กับสารเคมีต่างกัน ตรงนี้จึงเกิดความหลากหลาย ทำให้คนใช้ยี่ห้อไม่เหมือนกัน ไม่เพียงแต่ราคาจะมีส่วนกำหนด แต่ผลของการใช้ด้วย

 

ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเครื่องสำอางนี้ ชื่อเรื่องอะไรครับ

นุชทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ Sunscreen ครีมกันแดด แต่จะเน้นหนักไปทาง Pharmaceutical มากกว่า Cosmetics โดยตรงคะ

 

ค่าครองชีพ และความเป็นอยู่ที่นี่กับเงินเดือนที่ได้รับเป็นอย่างไร

ถึงที่นี่จะเป็นเมืองเล็กๆ ก็ตาม แต่ค่าครองชีพก็จัดว่าแพงคะ เพราะอยู่ติดเมืองใหญ่อย่าง New York, Boston ควรเช่าอพาตเมนต์แบบแชร์ห้องกัน ถ้าอยู่ครเดียวก็ประมาณ $600-800 แต่ถ้าสามารถหาแชร์อพาตเมนต์แบบ 2-3 ห้องได้ซึ่งราคา $800-900 ก็จะทำให้เรามีตัวหาร จ่ายน้อยลงไปเยอะ เมื่อเทียบกับเงินเดือนที่ได้รับก็คงอยู่ได้ไม่ลำบากนัก เงินเดือนใหม่ที่ปรับให้ก็ช่วยได้มากคะ แต่สิ่งที่อยากบอกก็คือเรื่องค่าขนส่งของเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย แค่ $300 นั้น ไม่พอเพียงเลยคะ ขนาดอยู่ติดนิวยอร์ก ค่าส่งของยังส่งไม่ได้เลยคะ แค่เขามารับของก็โดนเรียกเก็บไปแล้ว $270 ยังไม่รวมค่าส่งซึ่งต้องควักเอง

 

ทราบว่าจะเดินทางกลับด้วยสายการบินไทย เมืองเล็กๆ นี้มีสายการบินที่ co. กับสายการบินไทยด้วยหรือครับ ได้ยินจากนักเรียนหลายท่านที่ต้องหันไปหาสายการบินอื่น เพราะสายการบินไทยไม่มี partner ในเมืองนั้น ทำให้ค่าตั๋วเครื่องที่ต้องบินไปต่อสูงมาก จนนักเรียนไม่ต้องการใช้บริการ

ที่นี่มีคะ อาจจะเป็นเพราะอยู่ใกล้เมืองใหญ่ก็ได้ ไม่ได้เป็นเมืองเล็กแบบโดดเดี่ยว ที่นุชกลับนี่ก็ราคาประมาณ $800 ความจริงนุชชอบใช้สายการบินไทยนะคะ เพราะมีความรู้สึกว่าเราถึงบ้านแล้ว แค่ก้าวขึ้นเครื่องก็อุ่นใจแล้วว่า เราถึงประเทศไทยแน่ ถึงแม้ใครๆ จะพูดกันว่า การบริการไม่ค่อยดี ถ้ารู้ว่าเป็นคนไทย เขาจะไม่ค่อยใส่ใจ ฯลฯ นุชก็ยังคงคิดว่า ยังไงการบินไทยก็ทำให้เราสบายใจกว่าใช้สายการบินอื่นคะ เพราะเราขึ้นไปแค่วันเดียวก็ถึงบ้านแล้ว ไม่ได้อยู่ตลอดปีตลอดเดือนบนเครื่อง

 

จากที่ได้มาศึกษาอยู่ 3 ปี น้องนุชมีอะไรอยากแนะนำหรือเตือนเพื่อนๆ ที่จะมาศึกษาที่นี่บ้างครับ

อย่างแรกก็คงเป็นเรื่องภาษาอังกฤษมั๊งคะ เชื่อว่าทุกคนมีปัญหาเรื่องไม่กล้าพูด แต่เวลาจะช่วยให้เราเก่งไปเอง จ้องกล้าและไม่อาย ไม่อยากให้คิดกังวล หรือเป็น culture shock ยิ่งถ้ามาถึงแล้วเจอฤดูหนาวทันทีด้วย บรรยากาศจะทำให้เรายิ่งมีความรู้สึกว้าเหว่ โดดเดี่ยว ท้อแท้เพิ่มเข้าไปอีก  ต้องคิดใหม่ว่า เราได้ถูกเลือกเป็นอย่างดีมาแล้ว ต้องไม่ล้มเหลว ต้องต่อสู้ทุกอย่างเพื่อให้สำเร็จกลับไป

พออยู่ไปปัญหาภาษาก็จะหายไป แต่ก็ไม่วายปัญหาอื่นต้องตามมาแน่นอน ทีนี้ปัญหาเรื่องเรียน ปัญหาส่วนตัว ปัญหาความรัก ฯลฯ แต่มันก็จะผ่านไปในที่สุด ตอนที่นุชมีปัญหาเรื่องเรียน ช่วงนั้น down มากๆ คิดทุกวัน ร้องไห้ทุกวัน พอได้คุยกับพี่ๆ ใครๆ ก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติ เจอปัญหาเรื่องเรียนกันทุกคน อย่าไปคิดมาก อึดเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไปเอง ชีวิตการมาเรียนที่นี่ก็สอนเราได้หลายอย่างในชีวิตคะ สิ่งที่เราเคยกำหนดได้ คาดหวังไว้ต่างๆ นาๆ นั้น อาจจะไม่เป็นดังที่วาดฝันไว้ เราต้องเรียนรู้ที่จะผิดหวัง

สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากเพื่อนๆ และรุ่นน้องๆ ก็คือ อยากให้มีจิตสำนึก ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด อยากให้ทุกคน ถ้ามีโอกาสก็น่าจะทำงานด้วย เช่น TA/RA หรือแม้จะเป็นงานอื่นๆ เราจะได้ความรู้ ได้เห็นได้เรียนในสิ่งอื่นๆ รอบตัวที่ไม่ได้อยู่ในชั้นเรียน ได้ฝึกภาษา กล้าพูดกล้าคุย กว่าที่นุชจะได้มาเรียนนั้น คนที่เขาเริ่มขอทุนนี้ เขาใช้เวลาขอทุนประมาณ 10 ปีผ่านไปจึงอนุมัติออกมา แถมนุชยังต้องไปสอบชิงทุนถึง 2 ครั้ง จบกลับไปพี่คนที่ขอตั้งทุนนี้มา เขาก็ออกไปจากระบบแล้ว กลับไปก็ไม่ได้ร่วมงานกัน ก็คงเล่ามามากแล้ว คงมีเท่านี้หละคะ

 

ขอขอบคุณน้องนุชมากครับ ขอให้ประสบความสำเร็จก้าวหน้าในงานที่จะกลับไปทำครับ เราชาวสนร.ต้องขอแสดงความยินดีอีกครั้ง เมื่อใดที่เรามีนักเรียนทุนฯ สำเร็จกลับไป ก็ถือว่าเราได้ช่วยให้อีกคนผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ กลับไปได้ด้วยดี ไปช่วยพัฒนาประเทศเรา เป็นกำลังสำคัญของชาติ  ถือเป็นความสำเร็จของทุกฝ่าย และนี่เป็นสิ่งที่เราอยากเห็น อยากให้เกิดกับเพื่อนๆ ทุกคนที่ได้รับทุนมาศึกษากัน แล้วพบกันใหม่กับเพื่อนนักเรียนทุนรายอื่นนะครับ สวัสดี


by OEA last modified 2005-10-05 15:27

สงวนลิขสิทธิ์ Copyright, All rights reserved. © 2000-2012 by Office of Educational Affairs

1906 23rd Street, N.W., Washington D.C. 20008 Tel. (202)667-8010 Fax. (202)265-7239