เพรียวพงศ์ พัฒนวงศ์
สวัสดีครับ ฉบับนี้ สนร.ขอแนะนำนักเรียนทุนทหารเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง น้องเพรียวพงศ์มาจากนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร และต่อโรงเรียนนายเรืออากาศ ก่อนจะได้รับทุนมาศึกษาต่อใหสหรัฐอเมริกา ความจริงแล้ว นักเรียนทุนของทหารไม่ว่าจะสังกัดกองทัพบก เรือ หรืออากาศ จะขึ้นอยู่ในความดูแลของสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารแต่ละสังกัด เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักเรียนทุนของกองทัพอากาศก็ได้เริ่มเข้ามาร่วมโครงการ Prep.School กับนักเรียนทุนรัฐบาลฯ อื่นๆ
น้องเพรียวพงศ์ช่วยเล่าเกี่ยวกับทุนกองทัพอากาศให้ “เพื่อนนักเรียนทุน” ได้ฟังกันหน่อยครับ (อย่างเช่น ทุนที่ได้รับมาเป็นอย่างไร ให้ศึกษาถึงระดับไหน ฯลฯ)
ทุนที่ผมได้รับมาเป็นที่ให้ศึกษาถึงระดับปริญญาตรีครับ ก่อนที่ผมจะสอบคัดเลือก ผมสามารถเลือกประเทศที่จะมาศึกษาได้ ก็มี อเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, เยอรมัน, สเปน, ญี่ปุ่น แล้วก็เกาหลีใต้ครับ สำหรับผมเลือกเยอรมันเป็นอันดับหนึ่งเพราะทุนเยอรมันให้ศึกษาถึงระดับปริญญาโท แล้วอันดับสองก็เป็นอเมริกาครับ สำหรับการแข่งขันก็อาจจะไม่สูงเท่าทุนอื่นๆ ก็แข่งกันของภายในรุ่น นักเรียนนายเรืออากาศหนึ่งรุ่นมีประมาณ 110 คน มีทุนประมาณปีละ 10-11 ทุนครับ
Salisbury School เป็นอย่างไรบ้างครับ เล่าให้เพื่อนๆ ได้ฟังหน่อย
ที่นี่เป็นโรงเรียนชายล้วนครับ รู้สึกดีที่ได้ไปครับ ตอนแรกก็รู้สึกผิดหวังนิดๆ เพราะผมก็อยู่ชายล้วนมาตั้งแต่เตรียมทหาร แล้วก็เรืออากาศ แต่อยู่ไปเรื่อยๆ แล้วก็รู้สึกว่าดีครับ ตอนนี้ก็ชินแล้ว อาหารอร่อยครับ พวกเนื้อ นม ไข่ เพราะเป็นโรงเรียนชายล้วน แล้วก็เล่นกีฬากันเยอะ
อะไรเป็นปัญหาหนักใจในการมาศึกษาต่อบ้างครับ
ภาษาครับ ภาษาไม่ใช่ภาษาเรา มันก็ค่อนข้างยากกับการปรับตัวแล้วก็ต้องตั้งใจเรียนเป็นสองหรือสามเท่าเพื่อให้เข้าใจบทเรียน การบ้านก็ทำนานมากครับ แต่ผมได้เปรียบนิดนึงเพราะว่าเรียนมาแล้ว ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นวัฒนธรรมครับ เพราะต่างกันหลายๆ อย่าง
อยากเข้าเรียนต่อป.ตรีที่ไหนมากที่สุดครับ
สำหรับผมทุนทหารอากาศก็แน่นอนว่าต้องเป็น U.S. Air Force Academy เพราะว่าเป็นสายตรงครับ
นักเรียนทุนทหารฯ ทุกประเภทจะต่างกับนักเรียนทุนรัฐบาลฯ อื่นๆ เพราะหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว น้องเพรียวพงศ์จะขึ้นตรงกับสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารอากาศในทุกๆ เรื่อง เพรียวพงศ์คิดว่าได้ประโยชน์อย่างไรในการที่ได้เข้ามาร่วมโปรแกรมกับนักเรียนทุนอื่นๆ ภายใต้ความดูแลของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ ครับ
ประโยชน์อันดับหนึ่งเลยคือได้เพื่อนครับ ได้รู้จักกับกลุ่นเพื่อน นร.ทุนไทย เพราะในภายภาคหน้าเราอาจจะมีโอกาสติดต่อประสานงานกัน การเป็นเพื่อนกันมาก่อนและมีปัญหาอะไรมันก็คุยง่ายขึ้นครับ ตอนที่ไปอยู่รวมกันที่
Brewster Academy (Summer program) ก็ทำให้สนิทกันมากครับ เพราะมีพวกคนไทยด้วยกันน้อยก็เลยพูดกันเยอะทำกิจกรรมด้วยกันเยอะ
เมื่อสำเร็จกลับไปแล้ว น้องเพรียวพงศ์จะต้องกลับไปรับราชการทหารที่ไหน อย่างไรครับ พอทราบหรือยังครับ
ก็คงกลับไปรับใช้กองทัพอากาศแน่นอนครับ แต่เรื่องรายละเอียดยังไม่แน่นอน ผมเรียนสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ก็คงกลับไปใช้ความรู้ที่เรียนมาครับ
มีอะไรที่น้องๆ นักเรียนทุนกองทัพอากาศรุ่นต่อๆ ไปที่กำลังจะตามมาศึกษาแบบน้องเพรียวพงศ์ ควรทราบควรรู้ไว้ล่วงหน้า ช่วยแนะนำหน่อยครับ
มีหลายอย่างครับ ที่เน้นๆ ก็มีการเตรียมตัวสอบมาล่วงหน้ากับเรื่องภาษา ส่วนรายละเอียดนั้น ผมติดต่อน้องๆ รุ่นที่จะมาปีหน้าเรียบร้อยแล้วครับ
ขอบคุณน้องเพรียวพงศ์มากครับที่ได้มาคุยมาแบ่งปันประสบการณ์ให้ “เพื่อนนักเรียนทุน” ครั้งนี้ พบกันใหม่ครั้งต่อไปครับ