อัมพิกา บันสิทธิ์ (เปิ้ล) สุพินดา วัชโรทน (ป้อ)
สวัสดีครับ ครั้งนี้พบทีเดียว 2 รายพร้อมกัน จากสถานศึกษาเดียวกัน ก็เลยขอถือโอกาสคุยไปพร้อมๆ กันทั้งน้องเปิ้ลและน้องป้อ จาก Northwestern University ซึ่งได้เดินทางมาพักผ่อนในกรุงวอชิงตัน และได้แวะมาเยือนสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ ด้วย
สวัสดีครับ น้องทั้งสอง ช่วยแนะนำตัวเอง กันหน่อย ว่าใครเรียนอะไรกันอยู่ครับ
เปิ้ล-อัมพิกา บันสิทธิ์ คะ ได้ทุนก.วิทย์ฯ ตามความต้องการของภาควิศวกรรมวัสดุ ม.เกษตรศาสตร์ มาศึกษาปริญญาโท-เอก สาขาวัสดุศาสตร์-วิศวกรรมเซรามิก สำหรับปริญญาโทนั้น สำเร็จจาก Stanford U., CA แล้ว วัสดุศาสตร์เป็นสาขาที่กว้าง มีวิชาเรียนให้เลือกเยอะมาก ทำให้เราเห็นภาพที่กว้างกว่าเมื่อเปรียบเทียบวิศวกรรมเซรามิกกับสาขาอื่นๆ เมื่อตอนที่ศึกษาปริญญาโทนั้น เลือกศึกษาเน้นไปทาง Electrical ตอนที่ทำวิทยานิพนธ์ (The operation of Nanowire furnace for the growth of SI Nanowires) ก็ทำให้ตัวเองรู้ว่าไม่ค่อยชอบทาง Electrical นัก ก็มองหาที่จะศึกษาปริญญาเอกที่อื่นในด้านอื่น ซึ่งในที่สุดก็ได้พบว่า Northwestern U. นั้นยิ่งมีสาขาให้เลือกกว้างกว่า ก็สมัครไปและได้ตอบรับ โดยเรียนเพิ่มอีก 8 ตัว ขณะนี้วิทยานิพนธ์ที่ทำอยู่เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการสร้าง Bone Implant พูดเป็นภาษาไทยได้คือ เกี่ยวกับเรื่องโลหะคืนรูป-การที่โลหะคืนกลับสู่สภาพเดิมได้ หรือ Shape Memory Alloy หัวข้อวิทยานิพนธ์ให้ชื่อว่า POROUS NICKEL TITANIUM ALLOY FOR BONE IMPLANT APPLICATION คะ
ป้อ-สุพินดา วัชโรทน คะ ได้ทุนก.วิทย์ฯ ตามความต้องการของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ มาศึกษาปริญญาโท-เอก สาขาวิศวกรรมเครื่องกล เน้นนาโนเทคโนโลยี ความจริงเขาให้ทุนเพื่อมาศึกษาทาง Electrical แต่ตอนที่ได้รับทุนนั้น สมัครสถานศึกษาไว้ก่อนแล้วทาง Mechanical แล้วค่อยมาเลือกรับทุนภายหลัง ก็จึงต้องขออนุมัติและได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนสาขา เมื่อศึกษาไปก็รู้ว่าได้ศึกษาถูกทางที่ตนเองชอบด้วย เพราะได้ศึกษาและรู้กว้างเกี่ยวกับ Mechanical Property อาทิเช่น nanowires ชนิดต่างๆ สามารถนำไปทำเป็น device ได้หลายๆ แบบ เริ่มมาศึกษาปริญญาโทที่ Northwestern U. ได้หนึ่งปีแล้วคะ
Northwestern U. เป็นอย่างไรบ้างครับในความเห็นของน้องทั้งสอง นักเรียนไทยมีมากไหม พบปะกันบ้างหรือเปล่า
ชอบมากคะ Evanston มี Campus ใหญ่ สวย สงบ บรรยากาศดี แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองใหญ่ Chicago, IL ทำให้เรารู้สึกได้ว่ามีทุกแบบครบถ้วน ทั้งสงบเงียบและแสงสีในขณะเดียวกัน ปลอดภัยและก็ไม่อันตราย 3 ทุ่มร้านค้าต่างๆ ก็ปิดกันหมด เป็นเมืองที่เหมาะกับการมาศึกษา และที่นี่ก็เป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงและน่าเรียนมากคะ ที่นี่มีนักเรียนไทยมากพอควร ราว 40-50 คน ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนปริญญาตรี เราก็พบกันบ้าง มีนัดทานข้าวกัน มีการจัดงาน Thai Night กันประจำปีด้วย
แล้วค่าครองชีพหละครับ
ก็พอสมควรนะคะ อย่างค่าเช่าอพาทเม้นท์ก็อยู่ราวๆ ห้องละ $800-900 ถ้าหาเพื่อนแบ่งได้ ก็จะช่วยเล็กน้อย แต่พวกเราอยู่ดอร์มของโรงเรียนคะ ค่าเช่าก็แพงหน่อย ประมาณ $1,100 ต่อเดือน ส่วนอาหารนั้นก็มีพร้อมสมบูรณ์ ร้านอาหารไทยก็พอหาได้ แต่ไม่ใช่ร้านใหญ่โตนัก กับเงินเดือนใหม่ที่ได้รับสำหรับนักเรียนที่ศึกษาที่นี่ ($1,400) ก็พอช่วยให้อยู่ได้ดีขึ้นเล็กน้อยคะ
เมื่อถึงวันสำเร็จ น้องเปิ้ลซึ่งเคยเป็นอาจารย์ม.เกษตรฯ อยู่ก่อน ต้องกลับไปทำงานที่เดิมใช่ไหม แล้วน้องป้อหละครับ ยังไม่เคยทำงานมาก่อน ทราบหรือยังว่าจะกลับไปอยู่หน่วยงานใด
(น้องเปิ้ล) ที่เดิมคะ กลับไปสอนที่ม.เกษตรฯ เปิ้ลว่าดีนะคะ ที่ได้กลับไปสู่ที่เดิมที่เราคุ้นเคย การได้มาเรียนนี่ ทำให้เราได้หลายสิ่งหลายอย่างกลับไปพัฒนา อะไรที่เราขาด อะไรที่เราควรเปลี่ยนแปลง เราได้เห็นได้ศึกษาจากที่นี่ ก็จะได้นำกลับไปปรับปรุงบ้านเราให้ดีขึ้นคะ
(น้องป้อ) สำหรับป้อก็จะกลับไปทำงานที่ศูนย์นาโนเทค ถึงจะยังไม่เคยทำงานมาก่อน แต่ก่อนมานั้น ได้ไปเยี่ยมชมศูนย์ฯ ซึ่งก็จะเป็นที่ๆ เราได้กลับไปทำงานในอนาคตมาแล้วคะ
น้องๆ เดินทางมาพักผ่อนกันครั้งนี้ เรามาคุยกันเรื่องสนุกๆ ดีกว่า มาเที่ยวครั้งนี้กันนานเท่าไรครับ
มาทั้งหมด 5 วันคะ มากัน 3 คน แต่เพื่อนอีกคนกลับไปแล้ว มีขับรถไปเที่ยวนิวยอร์กวันหนึ่ง ที่เหลือก็อยู่เที่ยวในดี ซี ซึ่งตอนนี้รู้ว่า ที่มานี่เวลาน้อยเกินไป เที่ยวไม่ทั่วหรอกคะ คงต้องหาโอกาสมาอีก
ชอบไหมครับ เมืองหลวงดี ซี เล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันหน่อย ว่าไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง ชักชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวกันเลย หากผมพูดเองเดี๋ยวเพื่อนๆ จะหาว่าโม้ ต้องให้น้องๆ จากที่อื่นนี่แหละเล่าถึงจะดี
เหมือนเมืองไทยเลยคะ มาถึงแล้วทำให้นึกถึงเมืองไทย ผู้คนมากมาย สถานที่สวยงาม ตัวอย่างนะคะ เห็น Capitol Hill แล้วก็นึกถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม The Mall ตรงที่มี Museum อยู่มากๆ ก็เหมือนสนามหลวงบ้านเรา Park ที่นี่เยอะมาก ระบบขนส่งดีมาก นั่งรถไฟใต้ดินเที่ยวสะดวกจริงๆ คะ ไปที่ไหนๆ ใช้เวลานิดเดียวก็ถึง ที่ชอบมากๆ เลยนะคะ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ Smithsonian, Museum, Capitol, Monument, White House ฯลฯ เข้าฟรีหมด รวมทั้งสวนสัตว์ที่อยู่ใกล้ที่พักและใกล้สนร.ก็ฟรีเช่นกัน
ต้องขอโทษน้องๆ ทั้งสองอีกครั้งที่ช่วงที่น้องมากัน เราปิดซ่อมหอพักทำให้น้องต้องเสียเงินมากเช่าโรงแรม หมดกันไปขนาดไหน เล่าให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยครับ
เนื่องจากซื้อตั๋วไว้แล้ว ก็ต้องมาคะ เช่าโรงแรมคืนละร้อยกว่าเหรียญ ก็ยังดีที่แชร์กัน 3 คน (เพื่อนอีกคนกลับไปแล้ว) แต่ถึงยังไงก็ตาม มาเที่ยวดี ซี ต้องนับได้ว่าคุ้มค่ามากคะ ถ้าเพื่อนๆ ได้พักหอพักสนร.จะดีมากสบายมากเลยคะ
น้องๆ อุตส่าห์แวะมาเยี่ยมสนร.ด้วย เราจึงถือโอกาสนำชมหอพัก และทักทายพี่ๆ สนร. เป็นอย่างไรบ้างครับเมื่อมาเห็นสนร.ด้วยตาตนเอง ช่วยเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันหน่อย
ดีมากเลยคะ พี่ๆ ที่สนร.ใจดี หอพักพอซ่อมแซมใหม่แล้วสวยงามน่าอยู่ได้อย่างสบายเลยคะ กลับมาเที่ยวคราวหน้า คงได้มาพักที่สนร.นี่นะคะ
ก็ขอฝากไปชักชวนเพื่อนๆ ที่ Northwestern U. มาด้วยก็แล้วกัน เพราะน้องทั้งสองก็ได้มาเห็นด้วยตนเองแล้ว เรากำลังจะทำเวปหน้าหอพักสนร. แยกออกมาต่างหาก แล้วจะประกาศให้เข้าไปชมกันนะครับ ชักชวนกันมาเที่ยวกลุ่มใหญ่ รับรองเราจัดเลี้ยงรับน้องแน่ ตอนนี้กลัวน้องตกเครื่องกันก่อนกลับ คงต้องจบเท่านี้ มีอะไรอยากแนะนำเพื่อนๆ เกี่ยวกับการศึกษาไหมครับ
(น้องเปิ้ล) เมื่อมาศึกษาเทอมแรกนั้น คงต้องปรับตัวกันมากนะคะ จะว่าการเรียนหนักไหมนั้น ความจริงก็ไม่ได้หนัก เพียงแต่เรามาจากเมืองไทยใหม่ๆ นั้น ไม่คุ้นเคยกับระบบการเรียนการสอนที่นี่เอง เราต้องหัดคิด หัดใช้เหตุผล การอ่านหนังสือ ต้องเป็นการอ่านเพื่อให้เข้าใจ ไม่ใช่อ่านเพื่อท่องจำ การสอบก็แตกต่างจากบ้านเรา สอบของอเมริกัน เขาให้เวลาน้อย เพราะเขาเน้นความเร็วและความเข้าใจเป็นหลัก ไม่เหมือนกับบ้านเราสอบกันทีละ 2-3 ชั่วโมง เขาให้คะแนนกันจากความเข้าใจ เพราะฉะนั้น น้องๆ ที่เพิ่งมาศึกษาใหม่ๆ อย่าไปตกใจกับสิ่งเหล่านี้ เราต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองให้เข้ากับระบบ ต้องกล้าถาม กล้าพูด
(น้องป้อเสริม) ใช่คะ...รู้สึกได้แบบเดียวกันกับพี่เปิ้ลคะ ที่อยากเพิ่มก็คือการเรียน เราควรเรียนเป็นกลุ่ม หมายความว่า เราต้องมีการคุยแลกเปลี่ยนความรู้ เราจะได้หลายสิ่งหลายอย่าง ได้รู้ concept ได้ฟังความคิดเห็นคนอื่น หัดถาม กล้าพูด ทำงานและเรียนเป็นกลุ่ม ไม่ใช่เรียนเอง อ่านเอง คิดเอง เท่านั้น อีกอย่างการเรียนที่นี่ การบ้านเยอะมากกกกกก เราก็หาอาจารย์ หา TA ให้ช่วย ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของพวกเขาอยู่แล้ว อีกอย่างเพื่อนๆ รุ่นพี่เขาก็จะมีข้อสอบเก่าๆ ซึ่งเราสามารถจะศึกษาได้ และจะช่วยเราได้เป็นอย่างมากคะ
เอาหละครับ จบกันเถอะเห็นบอกว่าจะไป SPY MUSEUM กันก่อนขึ้นเครื่องอีกด้วย เดี๋ยวจะไม่ทัน
ขอเพิ่มอีกนิดได้ไหมคะ
(น้องเปิ้ล) อยากฝากเพื่อนๆ เรื่องสุขภาพนะคะ สุขภาพของเราต้องดูแลเอาใจใส่กันให้ดี เพราะเมื่อเจ็บป่วยแล้ว ก้จะมีผลกระทบไปหลายอย่าง ไม่เพียงแต่ร่างกาย จิตใจ แต่รวมไปถึงการศึกษาด้วย เปิ้ลเองก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอยู่เมืองไทยเราก็แข็งแรงดีไม่เคยเป็นอะไรเลย ขอฝากเตือนเพื่อนๆ ไว้เมื่อยามเจ็บป่วย อย่าคิดมาก ทำใจให้เข้มแข็ง หากเราพยายามดูแลสุขภาพของเราให้ดี ก็คงไม่เจ็บป่วยมาก ก็อย่ามองข้ามปล่อยปละละเลยกับสุขภาพของตนเองนะคะ
(น้องป้อเสริม) คะ...ขอเสริมด้วยคน ป้อเองก็ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรมากมายเมื่ออยู่เมืองไทย แต่มาอยู่นี่ ก็เคยป่วยมากไปแล้วเช่นกัน ก็ฝากเพื่อนๆ อย่าละเลยเรื่องทำประกันสุขภาพนะคะ ดูแลตนเองได้ดีเท่าไร ความเจ็บไข้ก็ยากที่จะมาถามหาเรา
แหม...ติดลม ยังไม่อยากจบการสนทนาใช่ไหม ขอบคุณน้องๆ ทั้งสองที่มาเยือนสนร.ถึงที่ แต่สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เพื่อนๆ ได้เห็นครั้งนี้แตกต่างจากที่น้องๆ ได้ฝากกันไว้ข้างต้นแล้ว ทั้งน้องเปิ้ลและน้องป้อ ใช้เวลาว่างจากการศึกษาท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตา พูดง่ายๆ ว่า ท่องโลกกว้าง “เรียนอย่างเดียว ไม่เที่ยวเลย” วันหนึ่งใครถาม จะไปตอบเขาอย่างไร มาศึกษาอเมริกาทั้งที เคยเห็น White House บ้างไหม เคยไปเมืองหลวงหรือเปล่า อยากให้เห็นจุดนี้กันครับ ทัศนศึกษา เปิดหูเปิดตากันไปพร้อมๆ กับการศึกษา จะทำให้เพื่อนๆ ได้ความรู้รอบกายอีกหลายๆ อย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นดี ซี นะครับ จะไป New York, Florida, Chicago, Las Vegas หรือที่ไหนก็ตาม ได้ความรู้ ความบันเทิงเหมือนกัน พักผ่อนคลายเครียดจากการศึกษาบ้าง อย่าถึงกับต้องโหมเรียนจนเครียด นั่นทำลายสุขภาพตัวเองอย่างไม่ตั้งใจครับ สวัสดี