สัมภาษณ์พิเศษนักเรียนไทย Tulane U. ผู้ประสบภัยเฮอร์ริเคนแคทรีนา

(จากซ้าย) ฝน ปุ๊ก กล้วย พีท มาพักที่ สนร. นับตั้งแต่เกิดเหตุพายุแคทรีนา
กฤษณา ประสงค์จีน (ฝน)
จิรภา ห้องสวัสดิ์ (ปุ๊ก)
รำไพ พัตรปาน (กล้วย)
ธนวัฒน์ ลิขิตคีรีรัตน์ (พีท)
สวัสดีครับ พบเพื่อนนักเรียนครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งอย่างสิ้นเชิง เรามีเรื่องราวจากเพื่อนๆ ที่ Tulane U. มาเล่าเหตุการณ์ที่ประสบภัยเฮอร์ริเคนที่ Louisiana การหนีเอาตัวรอด และประสบการณ์ที่ได้รับมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นความรู้ที่ไม่อาจหาได้ในห้องเรียน เป็นประสบการณ์ที่อยากให้เพื่อนๆ ทราบว่า หากวันหนึ่งข้างหน้า เราต้องประสบภัยบ้าง เราควรทำอย่างไร สำหรับน้องอุรารัตน์นั้น เราได้คุยกับเธอทางโทรศัพท์หลังจากที่เธอรอดออกไปอยู่ Pittsburgh แล้ว แต่เรื่องราวของเธอมีอะไรที่ผมอยากมาแบ่งปันให้ฟังกันครับ
น้องๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ในช่วงที่เกิดเหตุครับ
(ปุ๊ก) วันนั้นเสาร์ที่ 27 ส.ค.48 พวกเราอยู่กันนอกบ้านคะ ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนๆ ว่าโรงเรียนประกาศปิด และให้ทุกคนอพยพออกไปจากเมือง เรากำลังซื้อของเข้าอพาตเม้นต์กันอยู่เลย พอกลับไปเก็บข้าวของก็ดูข่าวทีวี เขาประกาศกันจริงจังว่า Hurricane Katrina กำลังจะเข้า ซึ่งมีความรุนแรงระดับ 5 (Category 5) ซึ่งตอนนั้นกำลังจะเข้า และอยู่ห่างจากเมืองเพียงอีกไม่กี่ไมล์แล้ว ซึ่งปกติแล้วเรื่องพายุนี้ เขามักจะรู้กันล่วงหน้าสักพักใหญ่ พอมีเวลาเตรียมตัวกัน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านๆ มา เราไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนัก คว้าอะไรได้ก็รีบคว้าติดตัวและต้องรีบออกทันที
(ฝน) แต่ก็ยังมีบางคน รอดูสถานการณ์ คนพวกที่ไม่เชื่อประกาศว่ามันจะรุนแรงมากแบบนั้นคะ
(ปุ๊ก) พอดีเราโชคดีที่ได้เช่ารถยนต์ไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เพราะกำลังจะไปรับน้องใหม่ซึ่งเพิ่งจะมาเรียนที่นี่ ไม่งั้นคงไม่มีรถออกมาแน่ เราตั้งใจจะเช่าเพิ่มอีก 1 คัน แต่ทุกที่ถูกเช่าไปหมด ไม่เหลือเลย เราก็มาได้เพียง 5 คน พร้อมกับของติดตัวที่พอจำเป็น พออยู่ได้ 2-3 วัน
ก่อนที่จะมาดี ซี นี้ทราบว่าก็เจอกับปัญหาการเดินทางอย่างมาก ช่วยเล่าเพิ่มเติมครับ
(ปุ๊ก) เราออกจากที่นั่นเย็นวันเสาร์ โดยรถยนต์ที่เช่าไว้ ตอนแรกเราก็นึกเพียงว่าจะออกไปอยู่ชั่วคราวแค่ไม่กี่วัน เมื่อทุกอย่างสงบก็คงกลับไปได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราไปพักในโรงแรมที่ Natchez, Mississippi ก่อน 2 คืน เพื่อคอยฟังข่าวว่าจะกลับไปได้เมื่อไร พอวันจันทร์ เราก็ขับต่อไปถึง Houston, Texas ได้พักกับญาติของเพื่อน 2 วัน ต่อมาพอรู้ข่าวว่าเขื่อนแตก น้ำท่วมเมือง เราไม่มีทางกลับไปได้แน่นอน เพราะทุกอย่างมันเลวร้ายกว่าที่คาด และเขาก็ไม่อนุญาตให้ใครกลับเข้าไปด้วย ตอนนั้นเลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เลยโทรหาสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ ดี ซี พี่ๆ ก็บอกว่าให้มาเลย มาพักไม่ต้องเสียค่าที่พักใดๆ ด้วย เราก็ตั้งเป้ามุ่งขึ้นเหนือสู่ดี ซี ทันที แต่ระหว่างที่จะต้องมาดี ซี นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน เพราะเราต้องผ่านอุปสรรคมากมาย
อย่างแรกเลยก็คือเรื่องรถติด เพราะทุกคนต่างก็ต้องหนีออกกันหมดเช่นเดียวกับเรา ทำให้รถติดมาก เพราะถนนหลายสายขาด หลายถนนก็น้ำท่วม เราต้องนอนในรถกันคืนหนึ่งที่ Jackson, Mississippi ซึ่งก็เป็นเมืองที่โดนพายุด้วยแต่ยังไม่หนักเท่า New Orleans โรงแรมก็เต็มหมด เราเจอกับปัญหาน้ำมันไม่มี น้ำมันหมดเมือง มีเหลืออยู่เพียง 2 ปั๊ม ซึ่งคนก็คอยเข้าคิวกันยาวมาก คิวรถยนต์รอเติมน้ำมันยาวถึง 2 ไมล์ ในขณะที่คันหน้ารถเติมน้ำมันนั้น ก็ไม่ทราบว่ารออะไร หรือว่าน้ำมันไม่มี รอน้ำมันลงอยู่ เราก็เดินไปดู คนที่อยู่คันหน้าๆ บอกเราว่า เขารอตั้งแต่บ่าย 3 แล้ว จนป่านนี้ 3-4 ทุ่ม ก็ยังไม่ได้เติมเลย และคิวที่ยาวเป็นไมล์นั้นจะได้เติมเมื่อไร รอจนเช้าก็ไม่มีวี่แวว เราก็เลยถามศูนย์ที่เราเช่ารถ (Dollar) มีอยู่ที่ Memphis, Tennessee บอกเราว่าที่นั่นมีศูนย์คืนรถ ซึ่งถ้ารถน้ำมันหมดก็จะมีรถมาลากไปได้ เราก็ตัดสินมุ่งหน้าไปไม่คอยอีก ตอนนั้นรถเหลือน้ำมันเพียง 2 ขีด Memphis ยังอยู่ห่างจากเราอีกตั้ง 198 ไมล์ แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น ต้องไปเสี่ยงเอาข้างหน้า เราก็ปิดแอร์ เปิดกระจกหมด ขับช้าๆ ไปเรื่อย เพื่อประหยัดน้ำมันที่ยังคงเหลือในถัง ตลอดทางเราก็พยายามมองหาปั๊มน้ำมันไปเรื่อย ซึ่งก็ไม่มีเลย ขับไปได้ 90 ไมล์ ไฟก็ขึ้นเตือน เราก็ใจไม่ดีกลัวรถต้องตายกลางทาง แต่พอไปได้อีกไม่นานก็เจอปั๊มเล็กๆ ดีใจเป็นที่สุด เรารีบเข้าเติมทันที จากจุดนั้น เราก็ใช้เวลาอีก 4 วันกว่าเดินทางมาถึงดี ซี แต่ก็มาหลงใน ดี ซี นิดหน่อยกว่าจะหาสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ เจอ
ได้ยินแว่วๆ ว่าที่ขับมาดี ซี นี่ ขับเพียงคนเดียว ใครขับครับ
(ปุ๊ก) พี่พีทเป็นคนขับคะ เพราะเป็นคนเดียวที่ขับได้ พวกเราไม่ได้ขับ ไม่มีใบขับขี่ค่ะ
อึดเหมือนกันนี่ เล่าให้ฟังหน่อยครับ ขับมาเป็นสัปดาห์แบบนี้ ไม่เหนื่อย ไม่เพลียเลยหรือ
(พีท) เพลียเหมือนกันครับ ก็หยุดแวะไปเรื่อย กิน Red Bull ครับ ถึงที่ไหนค่ำก็นอนพัก หลงก็ไม่มากนัก เพราะเราไม่มีแผนที่ด้วย ที่หลงมากจริงๆ นั่นก็ที่ดี ซี นี่แหละครับ พอเข้าเมืองมาก็งงไปเลย
ฟังแล้วเหนื่อยแทนจริงๆ สรุปแล้วใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะมาอยู่กับเราที่ดี ซี น้องๆ คงสูญเสียทรัพย์สินกันไปมากมายเลย อยากทราบว่าแต่ละคนสูญเสียกันไปขนาดไหนครับ
(ปุ๊ก) ของหนูก็จะเป็นพวกของใช้ส่วนใหญ่คะ คอมพิวเตอร์ หนังสือเรียน และพวกของใช้ในบ้านทุกอย่าง แถมยังเพิ่งจ่ายเงินซื้อของเข้าบ้านอีกตั้งหลายชิ้น ก็คงสูญไปหมดคะ แต่ยังมีอีกที่เหมือนสูญเปล่าแน่นอน ก็คือเพิ่งจ่าย Deposit อพาตเม้นต์ใหม่ ค่าน้ำค่าไฟ โทรศัพท์ ฯลฯ ก็จ่ายไปหมดแล้ว ยังไม่ทันได้เข้าไปอยู่จริงๆ เลยคะ แต่ที่เสียดายมากที่สุดนะคะก็คือ หนังสือเรียนที่แหละ แต่ละเล่มตั้งร้อยกว่าเหรียญ และหนูยังต้องใช้มันเรียนไปอีกนาน คงต้องซื้อใหม่หมด บางเล่มแพงถึง $300 บางทีก็หาซื้อจากอินเตอร์เนตมาได้ถูก แต่ก็หายาก
(กล้วย) ของๆ หนูก็คงมีไม่มากคะ เพราะช่วงนั้นหนูกลับไปเมืองไทย กำลังจะกลับมาซึ่งเป็นวันเกิดเหตุพอดี ก็ต้องเลื่อนตั๋วออกไปเป็นสัปดาห์ ต้องเปลี่ยนตั๋วไปลงนิวยอร์ก ตอนแรกก็กะว่าจะพักกับเพื่อนที่นั่นชั่วคราว แต่ได้ติดต่อกับเพื่อนๆ ที่ดี ซี ก็ทราบว่าสำนักงานผู้ดูแลฯ ให้มาอยู่ได้ ก็เลยต้องเปลี่ยนตั๋วจากนิวยอร์กมา ดี ซี แทน ซึ่งสำนักงานฯ ก็อนุญาตให้เบิกค่าตั๋วได้ สิ่งที่หนูเสียไปนั้น คงเป็นเงินในธนาคาร ซึ่งมีอยู่ประมาณ $6,000 กว่าเหรียญ ซึ่งได้ไปเช็คยอดแล้ว ก็ปรากฏว่ามันเป็นศูนย์ ไปกดเงิน ATM อื่นๆ ก็กดไม่ได้ เหมือนไม่มีเงินในบัญชีเลย แบงค์ที่นั่น จะเป็น Local Bank เล็กๆ ไม่มีสาขาทั่วประเทศเหมือน National Bank อื่นๆ แต่ที่เราต้องเปิดบัญชีกับธนาคารเล็กๆ นั้น เพราะความสะดวก ใกล้โรงเรียน ไม่อย่างนั้น เราต้องเดินทางออกไปไกลเพื่อจะไปฝาก-ถอน หรือทำธุรกิจในแต่ละครั้ง
(ปุ๊ก) ของปุ๊กมีแค่ $500 กว่าเหรียญ แต่ไปเช็คยอดแต่ละครั้ง เงินในบัญชีจะหายลงไปเรื่อยๆ ครั้งละเกือบร้อยเหรียญ ก้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรคะ ไม่ได้ใช้เงินในบัญชีเลยด้วย
(ฝน) ที่น่าสงสารนะคะ คงต้องเป็นของพี่พีท เขามีอุปกรณ์การดำน้ำ กล้องถ่ายภาพใต้น้ำ และพวกไฮเทคต่างๆ ที่ไม่ได้เอาติดตัวออกมา ผลงานของพี่พีทที่ทำไว้เยอะแยะ พี่เขาบอกว่าคงต้องเลิกดำน้ำไปเลย เพราะคงไม่มีปัญญาซื้อใหม่อีกแล้ว
(พีท) สมบัติของผมส่วนใหญ่ก็เป็นอุปกรณ์ใต้น้ำ ที่เรียกกันว่า Housing มีพวก Photo Gear, Dive Gear และอื่นๆ เร็วๆ ก็เพิ่งดำน้ำที่ Mexico มาเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค. ถ่ายสไลด์ใหม่ๆ ไว้เยอะที่ยังไม่ได้ลงหนังสือ และก็ตั้งใจจะขายภาพเหล่านั้นด้วย ก็ไม่รู้ว่ากลับไปของพวกนั้นจะเหลือหรือไม่ ส่วนเงินในบัญชีนั้น ของผมกลับมากขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรครับ ตอนมานี่ก็ใช้บัตรไปเรื่อยๆ ต้องซื้อของ เติมน้ำมัน ทานข้าว พักแรม ฯลฯ
น้องพีทดำน้ำเนี่ย เป็นงานอดิเรก หรือทำผลงานอะไร ช่วยเล่าให้ฟังเพิ่มเติมครับ
(พีท) ผมเขียน Pocket Book ที่เมืองไทยเพิ่งวางตลาดไปเมื่อเร็วนี้ ชื่อหนังสือก็คือ “ท่องทะเลลึกในต่างแดน” วางแผงไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 48 ที่ผ่านมาครับ ที่พิมพ์นั้นคือโรงพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ ในเครือผู้จัดการ
เมื่อได้มาถึง มาอยู่กับเราที่ดี ซี แล้วรู้สึกอย่างไรครับ
พวกเราคิดว่าโชคดีมากเลยคะ สบายจริงๆ พี่ๆ ต้อนรับดีมาก โดยเฉพาะพี่สมถวิล วันที่เรามาถึงนั้น เป็นวันหยุด Labor Day แต่พี่เขามารอรับเรา คอยบอกทางเพราะเราหลงอยู่ในเมือง บอกเราว่าอยู่ตามสบายเลยนะ ไม่มีค่าที่พักอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องห่วง ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย พออยู่มาทราบว่าพี่ๆ ที่ให้อาหารเราทาน ต่างเป็นการออกค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ใช่งบหลวง ทำให้พวกเรายิ่งซาบซึ้ง ต้องขอขอบคุณท่านที่ปรึกษาฯ และพี่ๆ ทุกท่าน พวกเราจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ
แล้วทีนี้การศึกษาของแต่ละคนหละครับ ไปเรียนชั่วคราวที่ไหนกัน สมัครที่ไหน ที่ไหนรับเรามั่ง
(ฝน) หนูจบแล้วค่ะ กำลังหางานทำอยู่ ความจริงก็จะได้งานแล้วค่ะที่ New Orleans นั่นแหละ เป็นบริษัท Financial เขาเพิ่งโทรแจ้งหนูวันศุกร์ ว่าให้ติดต่อกลับวันจันทร์ แต่พายุเข้าวันเสาร์ ก็ต้องหนีกันออกมาหมด ก็เลยตกงานตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงานเลยค่ะ
(กล้วย) ตอนนี้คิดว่าจะไป U. of Cincinnati แต่รอดูปุ๊กอยู่คะ ถ้าปุ๊กได้ UCLA หรือ U. of Washington ก็อยากจะไปเรียนด้วยกัน ของหนูเหลือวิชาบังคับอีก1 ตัว ก็ลงวิชาเลือกได้
(ปุ๊ก) ติดต่อไป 2-3 ที่ค่ะ มีรออาจารย์ยืนยันอีกครั้งที่ UCLA หากอาจารย์ยืนยันมา ก็จะไปที่นั่น อีกที่นึงก็คือ U. of Washington ที่เปิดวิชาที่ปุ๊กสามารถลงเรียนแล้วโอนกลับไปยัง Tulane U. ได้
(พีท) ผมได้เรียนที่ GWU. ที่ดี ซี นี่เอง และก็ทำงานที่ Camris International เป็นบริษัททำทาง International Development เกี่ยวกับพวก Health ผมทำเกี่ยวกับ Information Sharing ของ TB Control ในเอเชียกลาง ทำ Website ให้เขาเกี่ยวกับ Info. Sharing แต่ยังคงต้องคุยกับอาจารย์เรื่องว่าจะโอนหน่วยกิตที่นี่กลับไปได้เท่าไรอีก
ใครเจอแบบพวกเราอาจจะท้อแท้ หมดกำลังใจ แล้วแต่ละคนคิดอย่างไรครับ จะกลับไปเรียน Tulane U. อีกไหม อยากจะย้ายไปเรียนที่อื่นถาวรหรือเปล่า ต้องสูญเสียไปกันอย่างนี้ ทำใจกันอย่างไร ต่างคนต่างเล่าแล้วกัน ใครอยากพูด อยากบอกอะไร ตามสบายเลยครับ
(ปุ๊ก) ตอนแรกพอเจอเหตุการณ์นี้ หนูคิดว่าอยากจะ Transfer ไปเรียนที่อื่นก่อนเลย เพราะกลับไปสภาพเมืองมันคงเปลี่ยนไปเยอะ กว่าจะบูรณะกลับมาเหมือนเก่า เราก็คงไม่อยู่ถึงตอนนั้น คนคงจนลง อาชญากรรมคงเยอะขึ้น น้ำก็ไม่สะอาด โรคระบาดก็คงต้องมี แต่พอคิดอีกทาง หากหาโรงเรียนใหม่ก็คงไม่ง่าย เรียนมาครึ่งทางแล้ว เหลืออีก 1 ปีก็คงจบ ย้ายไปที่อื่นก็ต้องไปเริ่มต้นอะไรใหม่อีกมากมาย ก็เลยคิดว่ายังไงก็คงกลับไปเรียนที่ Tulane U. จนจบคะ
(กล้วย) ของหนูเรียนตอนโทไป 42 เครดิตแล้ว สำหรับเอกก็ต้องเรียนเพิ่มอีกเพียง 18 เครดิต วิชาบังคับเหลืออีกเพียงตัวเดียว ก็คงไปเก็บเครดิตที่อื่นก่อน แล้วค่อยกลับไป Tulane U. เพราะที่เหลือก็เป็นแต่เพียงทำวิทยานิพนธ์ ไม่คิดย้ายหรอกคะ อย่างที่ปุ๊กพูดมาแล้ว คงจะทำให้เราเสียเวลาหากย้ายสถานศึกษา มันติดพันอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ไม่สะดวกในการเรียนคะ
(ฝน) ก็ไม่คิดอะไรมากค่ะ คิดว่าเราฟาดเคราะห์ไป แต่ต้องดีใจและขอบคุณ ถึงแม้หนูจะไม่ใช่นักเรียนทุนรัฐบาลฯ แต่ก็ยังได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากรัฐบาลฯ จากสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนอย่างนี้ ก็นับว่าหนูพ้นเคราะห์ พ้นภัยแล้วค่ะ สำหรับที่ตกงานนั้น ก็คงจะมองหางานอื่นๆ ก่อน เพราะตอนนี้เป็นวีซ่า H1 ก็จะพยายามหางานฝึกทำก่อน หากหาไม่ได้แล้วค่อยกลับบ้านเราคะ
(พีท) ที่ Louisiana นี่มีธุรกิจอยู่เพียง 3 อย่าง คือ โรงเรียน ท่องเที่ยว และ Convention สองสิ่งหลังนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ มันตายไปเรียบร้อยแล้วในตอนนี้ ก็เหลือแต่เพียงโรงเรียน ซึ่งแน่นอนเขาต้องรีบฟื้นฟูกลับให้เร็วที่สุด เพราะโรงเรียนมีมากเช่น Tulane, LA State U., U. of New Orleans, Loyola, Savior, และ College เล็กๆ อีกหลายแห่ง ที่เสียหายมากๆ นั้นก็มีเพียง Tulane, UNO, LASU ที่เหลือก็ไม่มากนัก ความจริงเขาก็ฟื้นฟูได้เร็วกว่าที่คาดด้วย ตอนนี้ทุกๆ อย่างเริ่มดีขึ้น Tulane ก้ประกาศเปิดเทอมหน้าไว้แน่นอนแล้ว ครับ
สำหรับน้องปุ๊กและน้องกล้วย เราขออนุมัติเงินช่วยเหลือฉุกเฉินให้นักเรียนทุนฯ ซึ่งก็ได้รับอนุมัติขั้นต้นมาคนละ $1,200 นั้น พอจะบรรเทาทุกในชั้นต้นได้ขนาดไหนครับ
(ปุ๊ก) ตอนแรกไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำคะว่าจะได้เงินช่วยเหลือนี้ แค่รู้ว่าสำนักงานฯ ให้เรามาอยู่ฟรีไม่มีกำหนดนั้น ก็ดีใจเป็นที่สุดแล้ว เมื่อได้เงินช่วยเหลือนี้ ทำให้เราสามารถทำอะไรได้เยอะ เพราะแม้แต่เงินในบัญชีธนาคารของเรายังกลายเป็นศูนย์ ไม่มีเงินที่จะไปซื้อของใช้หรืออาหารได้เลย นี่นอกจากเงินช่วยเหลือแล้ว เรายังขอเบิกค่าใช้จ่ายๆ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง เช่ารถ ที่พัก ฯลฯ ได้อีกต่างหาก เป็นกรณีพิเศษ ตื้นตันใจจนพูดไม่ออกเลยคะ
(กล้วย) ตอนแรกก็ไม่ทราบเหมือนกันคะว่าเปลี่ยนตั๋วมาดี ซี นี้ จะเบิกได้ ก็คิดอยู่แต่แรกว่าเราต้องรับผิดชอบเองเพราะไม่ได้อยู่ในระเบียบการขอเบิก พอมาถึง ท่านที่ปรึกษาฯ บอกว่าให้เบิกเลย หนูเลยขอคืนตามที่จ่ายไป อีกทั้งยังได้รับค่าใช้จ่ายช่วยเหลืออีก ถึงจะไม่มากนัก แต่ก็ทำให้เราพอมีจับจ่ายใช้สอยได้ชั่วคราว ประทังความเดือดร้อนไปได้มากทีเดียวค่ะ
(พีท) ของผมกับฝนเป็นนักเรียนทุนส่วนตัว ตอนที่ท่านที่ปรึกษาพาเข้าพบท่านเอกอัครราชทูต เราก็ได้รับเงินช่วยเหลือมาคนละ $750 จากรัฐบาลไทย และตอนนี้ได้ทราบจากเพื่อนนักเรียนไทยด้วยกันว่า เขาได้รับเงินช่วยเหลือ $2,000 เรียบร้อยแล้วจาก Federal Emergency Management Agency (FEMA) ผมก็กำลังขออยู่ แต่ติดต่อยากมากเลยครับ สายไม่เคยว่างเลย
แล้วเพื่อนคนอื่นๆ หละครับ ติดต่อกันได้ไหม ทุกคนรอดปลอดภัยกันหมดหรือเปล่า
(ปุ๊ก) เท่าที่รู้ ทุกคนปลอดภัยหมดแล้วคะ ที่เจอแบบนี้แล้วกลับไปเลย ไม่มาอีกแล้ว มีอยู่ 2 คน มีนักเรียนใหม่ที่ต้องมาเรียน 2 คน แต่ยังไม่เจอกัน ไม่รู้จะติดต่ออย่างไร
น้อง 2 คนที่ว่านั้น เราทราบแล้วว่าปลอดภัยครับ นี่ก็แสดงว่าที่ Tulane U. นี้ พวกเราคนไทยก็เป็นปึกแผ่น สามัคคีรักใคร่กันดีมากเลย
(ปุ๊ก) ค่ะ เราจะนัดพบ นัดทานข้าวกันเสมอ บ้านใครว่างก็ไปที่นั่น นั่งไม่พอก็ปูหนังสือพิมพ์ทานกันบนพื้นเลย
จากที่รอดปลอดภัยมานี้ ได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ชีวิตอะไรบ้างครับ
(ปุ๊ก) คนไทยเรารักใคร่ห่วงใยกันเสมอ อย่างพวกเรานักเรียนไทยก็ติดต่อกันตลอด ก็มีที่คิดปลงชีวิตด้วยเหมือนกัน เพราะไม่นึกว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ มันทำให้เราฉุกคิดว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เรายังโชคดีที่ไม่ได้ติดอยู่ในนั้น เรื่องที่ก.พ.ช่วยพวกเราครั้งนี้ ซึ้งใจและขอขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
(กล้วย) ได้ประสบการณ์ตกเครื่องบินค่ะ แต่ไม่ใช่จากครั้งนี้นะคะ ตอนนั้นเป็นพายุเฮอริเคน Dennis ตอนนั้นไฟดับหมด สนามบินต้องปิด คือทางแถบนี้เรื่องพายุเฮอริเคนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เป็น Seasonal อย่างเบาๆ ก็แค่ต้นไม้หัก ไฟดับ จากที่เราไม่คยรู้เรื่องพายุมาก่อน เราได้ความรู้เรื่องนี้เพิ่มเติมจากการเรียนหนังสือเป็นของแถมอีกคะ แต่ครั้งนี้เนี่ย มันหนักมาก เมือง New Orleans นี่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอยู่แล้ว โดนพายุยังไม่พอ เจอเขื่อนพังบวกเข้าไปอีก ทางรัฐไม่ได้เตรียมรับ ไม่มีความพร้อมอะไรเลย จึงทำให้เกิดวิกฤตขนาดนี้ นี่คงเป็นบทเรียนราคาแพง
(ฝน) ปกติแล้ว ทางโรงเรียนก็จะมีการพูดเรื่องนี้เป็นประจำในวันปฐมนิเทศน์ เพื่อให้ความรู้กับนักเรียนที่มาใหม่ ความจริงปีนี้ ปฐมนิเทศน์เปิดเรียนวันแรกก็เป็นวันจันทร์ จะถึงอยู่แล้ว พายุดันมาก่อน 2 วัน นักเรียนใหม่ยังไม่มีโอกาสเข้าปฐมนิเทศน์ ก็ต้องเผชิญกับภัยพายุก่อน แต่พวกเราอยู่มาก่อน ทราบเรื่องนี้ดี เราก็พอมีเวลาไหวตัวกันทัน สงสารน้องๆ ใหม่หนะคะ ที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน
ถ้าจะให้แนะนำน้องๆ จากประสบการณ์ครั้งนี้ คิดว่าจะแนะนำอะไรดีครับ
(ฝน) ถ้าทางการประกาศให้อพยพเมื่อไร ต้องทำตามทันที อย่ากังวลเรื่องจะได้กลับไปโรงเรียนหรือสิ่งอื่นๆ มากกว่าตัวเรา แต่สิ่งที่เราต้องนึกถึงและนำติดตัวไปกับเรา คือเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น ID หนังสือเดินทาง เป็นต้น สมบัติอื่นๆ เป็นของนอกกาย ซึ่งเราหาใหม่ได้ อย่าไปกังวลกับมันจนตัวเองต้องลำบากค่ะ
(พีท) เมืองแบบนี้อย่าง Louisiana, Los Angeles ฯลฯ ที่มีภัยธรรมชาติเกิดเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว Mudslide ฯลฯ เมื่อเขาประกาศเตือนอะไร ต้องเชื่อ ต้องรีบปฏิบัติตาม มีพี่ที่เพิ่งมาใหม่ มาได้แค่ 3-4 เดือน แถมมีครอบครัว-ภรรยาและลูกเล็ก ผมก็โทรเตือนเขาบอกว่า พี่ออกเถอะ อย่ารอ แต่พี่เขาไม่เชื่อ บอกว่าเห็นฟ้ายังใส ไม่น่าจะมีอะไรมาก ซึ่งพี่เขาก็ยังใหม่กับที่นี่ ยังไม่รู้จักเมืองดี เวลาเกิดการเตือนภัยแบบนี้ รถจะติดมาก ไม่มีที่พัก คนต่างก็แย่งกันออก เอาตัวรอด แต่พี่เขาก็มีรถครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาหนีออกมาเบยหรือเปล่า เพราะเราเองก็ต้องออกแล้ว โทรไปหาเขาอีกทีวันอาทิตย์ ก็ไม่มีคนรับสายแล้ว แต่ก็ได้ยินมาว่าตอนหลังเขาปลอดภัย ไปอยู่ที่ชิคาโกครับ สิ่งที่ผมคิดว่าอยากให้เกิดขึ้นอีกอย่างก็คือ รัฐบาลของเราน่าจะมีกลไกอะไรที่ให้ความรู้กับเด็กไทยที่จะมาทราบเรื่องต่างๆ ก่อนจะไปศึกษาต่างแดน อย่างเช่น เวลามาใหม่ๆ มันจะเหงา ว้าเหว่ คิดถึงบ้าน หากได้มีการติดต่อระหว่างนักเรียนไทยด้วยกัน ก็จะดี คุยกับผู้ที่มาอยู่ก่อน ก็จะได้คำแนะนำต่างๆ แล้วมันก็ยังสามารถโยงใยผูกพันไปถึงเรื่องต่างๆ อีกมากมาย ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างถ้ามีใครที่จะกลับบ้านแล้ว จะขายของหรือยกของต่อให้ คนมาใหม่ก็จะได้ประโยชน์ ประหยัด นี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หนะครับ
ขอขอบคุณน้องๆ ทุกคนครับ ใครไม่ได้สัมผัส ไม่ได้เห็น ไม่ได้ประสบกับตัวเอง อาจจะไม่เข้าใจ อาจไม่รู้สึกถึงความลำบากที่ต้องหนีเอาตัวรอด แต่อย่างน้อยฟังจากผู้ที่รอดจากภัยพายุนี้มาแล้ว คงเป็นความรู้ ให้เราพอได้ทราบกันติดตัวไว้ สิ่งที่เราไม่นึกถึงสามารถเกิดได้ทุกที่ เกิดได้กับทุกคน ได้ยินได้ฟังเรื่องจากน้องๆ มาแล้ว อาจจะมีส่วนช่วย อาจจะเป็นประโยชน์กับเราสักวันหนึ่งข้างหน้า ครั้งนี้ เราแทบไม่ได้คุยกันเรื่องการศึกษาของน้องๆ เลย แต่ในวันนี้ ทุกคนปลอดภัย ได้ที่เรียนชั่วคราวกันทุกคนแล้ว โดยน้องปุ๊กและน้องกล้วย ก็ได้ไปเรียน U. of Washington น้องพีท ก็มาอยู่ดี ซี ที่ George Washington U. แถมยังได้ทำงานไปด้วย น้องฝนก็ยังคงหางานทำอยู่ ส่วนน้องๆ อีกหลายรายที่ไม่ได้มาคุยกัน ก็โทรศัพท์แจ้งเราว่ารอดปลอดภัยกันทุกคนแล้ว ก็โล่งอกกันไป ใครยังไม่ได้รับเงินค่าช่วยเหลือก็ขอประกาศให้ติดต่อสถานทูตฯ ด่วนนะครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมาเยือนดี ซี ระหว่าง 18-19 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็ประกาศด้วยตัวเองแล้วว่า จะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกราย นอกจากนักเรียนทุนรัฐบาลฯ ที่จะได้คนละ $1,200 ในขั้นต้น ท่านนายกฯ บอกว่า ครอบครัวคนไทยที่นั่นจะได้รับครอบครัวละ $2,000 และผู้ที่เป็นนักเรียนทุนส่วนตัวนั้นก็ได้รับคนละ $750 ตบท้ายด้วยรัฐบาลอเมริกันก็ยังมีเงินช่วยอีกคนละ $2,000 จาก FEMA (หารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.fema.org) ก็ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันนะครับ ไม่ใช่ประกาศโคมลอยนะครับ น้องๆ ที่มาพักกับเรานี่ก็ได้รับเงินช่วยเหลือกันไปแล้วทุกราย
เราคงได้กลับไปคุยเรื่องการศึกษากับเพื่อนๆ ท่านอื่นอีกในวันข้างหน้านะครับ สวัสดี