กรณ์ เทพวรชัย
เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เราก็นำน้องๆ Prep 48 มาคุยกัน เช่นปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีภาพมาฝากให้ชมกันมาก ครั้งนี้ ก็ขอนำเอารุ่นพี่ที่กลับไปช่วยดูแลน้องๆ สักรายมาคุยให้เพื่อนๆ ฟัง ปีนี้มีรุ่นพี่จากสถานศึกษาต่างๆ กลับมาถึง 7 คน รุ่นพี่ๆ ที่ยังไม่เคยกลับไปดูแลน้องๆ อาจจะสนใจกลับไปพบ ไปคุย ไปให้คำแนะนำน้องๆ ที่เดินตามมาในถนนนักเรียนทุนด้วยกัน
สวัสดีครับน้องกรณ์ เริ่มด้วยการศึกษาของน้องก่อนแล้วกัน เล่าให้เพื่อนๆ ฟังหน่อย
ผมได้ทุน ตรี-โท-เอก จากธนาคารแห่งประเทศไทย มาเรียน Computer Science/Engineering ตอนที่มาครั้งแรกนั้น ยังไม่มีโปรแกรมซัมเมอร์แบบที่ Brewster นี้ เราก็ไปเรียน ELS กันที่ U. of Delaware รุ่นนั้นมีกันแค่ 16 คน ไม่มากแบบในปัจจุบันที่มีถึง 50 กว่าคน ตอนนั้นมีเรียนแค่ 2 คาบในช่วงเช้า 8-12 น. และบ่ายก็ว่าง มีอาจารย์เพียง 2 คน
แล้วก็ไปศึกษาที่ The Peddie School, New Jersey แล้วก็เข้า CWRU. ตั้งแต่ป.ตรีมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ผมมานั้น คุณจำนงฯ เป็นอัครราชทูตที่ปรึกษา แล้วก็เปลี่ยนคุณพิมลวรรณฯ ก่อนจะเป็นคุณวิสูตรฯ
เล่าเกี่ยวกับ CWRU. คร่าวๆ พอให้เราเห็นภาพสักหน่อยครับ
ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ใน Cleveland, Ohio มีชื่อเสียงทางด้าน BioMed, Medical มีนักเรียน Undergrad. ประมาณ 4,000 คน Grad. ประมาณ 5,000 คน ของที่นี่แพง ค่า Dorm แพงมาก ประมาณ $1,000 – 1,100 ต่อเดือน ผมอยู่ Dorm 4 ปีแรกตลอด หลังจากนั้น พอออกไปอยู่อพาทเมนต์ข้างนอก ค่าเช่าก็ลดลงอย่างมาก นักเรียนไทยที่นี่มีพอสมควรครับ เป็นนักเรียนทุน Undergrad. 1 ราย นักเรียนทุน Grad. มี 10 ราย แล้วก็มีนักเรียนเด็กไทยเกิดที่นี่ 2 คน มีมาศึกษาด้วยทุนตัวเอง 1 คน เท่าที่ทราบก็มีอย่างนี้ แต่อาจจะมีอีกที่ยังไม่รู้จักครับ
มาเป็น TA ให้น้องๆ Prep 48 ครั้งแรกหรือเปล่า เล่าให้ฟังหน่อยว่า มาได้อย่างไร ติดต่อใครอย่างไร ทำอะไรบ้าง ได้ค่าจ้างหรือเปล่า จะกลับมาแบบนี้ทุกปีไหม จะไปช่วย Christmas Program อีกไหม
ผมทราบจากคุณ John Roake เมื่อครั้ง Winter Program ที่ Stoney Point ก็ติดต่อมาทางคุณ John นี่แหละครับ ว่าอยากมาอาสาช่วยรุ่นน้อง เขาก็รับแบบใครจองก่อนก็ให้ก่อน มาเป็นแบบอาสาสมัครมากกว่า เขาไม่ได้ให้อะไรมาก แต่ออกค่าเดินทางให้ มีที่ให้พัก มีอาหารให้ทาน แล้วก็ให้ $60 ต่อสัปดาห์ หากมีเวลาก็อยากมาอีกครับ ช่วงคริสต์มาสต้องดูอีกที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะว่างหรือเปล่า มาอยู่นี่ก็ได้มีโอกาสช่วยเหลือน้องๆ ให้คำแนะนำต่างๆ เห็นรุ่นน้องๆ แล้วก็รู้ได้ว่ายุคนี้ไม่เหมือนยุคของเรา น้องๆ สมัยนี้เก่งขึ้นมาก เตรียมตัวมาพร้อม บางคนเหมือนมาเที่ยวด้วยซ้ำ คงไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ช่วงโปรแกรมที่นี่ค่อนข้างนาน ช่วงเดือนแรกและเดือนสุดท้ายของโปรแกรมจะแตกต่างกันมาก เราคงมีโอกาสได้ช่วยน้องๆ มากขึ้นในช่วงหลัง ซึ่งจะเป็นการดูพวก Applications เพื่อสมัครสถานศึกษา
น้องกรณ์ก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้เรียน High school ทั้งจากบ้านเรา และที่นี่อเมริกา ลองเปรียบเทียบความแตกต่างของมัธยมบ้านเรากับของที่นี่ให้ฟังหน่อยครับ
ก็มีบ้างครับ ผมคิดว่านักเรียนมัธยมบ้านเรา แข็งกว่าเยอะในเรื่องวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ Algebra Calculus และเด็กนักเรียนบ้านเรายังไปเรียนเพิ่มเติมกันอีก วิชาเหล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กไทยเมื่อมาเรียนมัธยมที่นี่ แต่ของมัธยมอเมริกันซึ่งเรามาเตรียมตัวเรียนซ้ำกันอีก 1 ปี เราจะต้องเรียนหนักในด้าน ภาษาอังกฤษ History และ Art ซึ่งพวกเราอ่อนกว่าในด้านนี้
ตอนนี้ศึกษาใกล้สำเร็จหรือยัง และจะต้องกลับไปทำงานที่ไหน
เหลืออีกประมาณ 2 ปีครับ ทุนของผมที่ได้รับมาเรียกง่ายๆ ว่าทุนดร.ป๋วย ไม่ได้เจาะจงหรือบังคับว่าต้องไปทำที่ใด เพียงแต่ให้กลับไปทำงานในเมืองไทย เหมือนกับทุนคิงแหละครับ ไปทำงานที่ไหนก็ได้จะรัฐหรือเอกชนตามใจเรา อยากไปทำงานศูนย์วิจัยของ NECTEC สำหรับบริษัทเอกชนไทย ผมคิดว่าไม่น่าสนใจ คงจะมองหางานพวกมหาวิทยาลัยหรือรัฐวิสาหกิจครับ ตอนนี้ผมอยู่ด้วยทุนส่วนตัว จริงๆ แล้วเป็นทุนของสถานศึกษา แต่ต้องรายงานตัวไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยทุกๆ 6 เดือน
ทุนที่สถานศึกษาให้ที่ว่านี่ เขาให้อะไรบ้าง ต้องทดแทนหรือเปล่า
ผมก็เป็น TA/RA ครับ เขาจ่ายค่าเล่าเรียน ค่าประกันสุขภาพ และก็ให้เงินเดือน
มาอยู่ศึกษานานแล้ว ได้ไปรัฐอื่นๆ มามากไหม
ก็มีบ้างแต่ไม่มากครับ คิดว่าไปมาสักประมาณ 10 รัฐเท่านั้นเอง คงต้องหาเวลาไปชมเมืองอื่นๆ อีกมากครับ
ปัจจุบันนี้ มีเครือข่ายติดต่อรุ่นพี่รุ่นน้องกันบ้างหรือเปล่า
เรามี List อยู่ทั้งหมดครับ ก็มีนัดพบนัดทานข้าวกัน เจอกันก็ปีละประมาณ 3 ครั้ง ตอนรุ่นที่ผมมานั้น ยังไม่มีการทำเวปไซด์กัน ก็เลยไม่มี TS42 ให้เข้าชมได้ เพราะยุคนั้นไม่มีคนทำ และก็หาเวปฟรีไม่ได้ ไม่เหมือนปัจจุบัน เห็นน้องๆ มีเวปกันมาหลายรุ่นแล้ว
ดีครับ ติดต่อกันไว้ คนไทยคอยติดต่อ คอยช่วยเหลือกันแบบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่า ขอคำแนะนำอะไรสั้นๆ ให้รุ่นน้องๆ หน่อย ก่อนจะจากกันครั้งนี้ครับ
อะไรที่เราคิดว่าทำไม่ได้ ยาก หรือแทบไม่มีโอกาสสำเร็จ อย่าท้อครับ ขอให้ลอง อย่างเช่น การพูดกับฝรั่ง หากเราคิดว่า ไม่กล้า กลัวพูดผิด กลัวเขาไม่เข้าใจ แล้วเมื่อไรเราจะทำถูก พูดถูก เราต้องลองครับ เรื่องอื่นๆ รอบตัวเราก็เช่นกัน ให้ตั้งมั่นไว้ว่าเราจะไม่กลัว เราจะกล้า เราจะลอง และเราก็จะต้องทำได้ครับ
และนี่ก็คือน้องกรณ์ หนึ่งในนักเรียนทุนรุ่นพี่ที่ไม่ลืมกลับมาช่วยเหลือรุ่นน้อง เดินผ่านทางที่มีอุปสรรคต่างๆ มาก่อน ก็กลับมาคอยชี้แนะให้รุ่นน้องๆ เดินสะดวกยิ่งขึ้น มีรุ่นพี่แบบนี้มากๆ รุ่นน้องๆ ก็คงจะแอบขอบคุณและชื่นชมอยู่ในใจ ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ท่านอื่นๆ เอาแบบอย่างนะครับ วันนี้ต้องจากกันไปก่อน แล้วพบกันใหม่ครับ