หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
Fee and Expense Reimbursement
เพื่อให้การเบิกจ่ายค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามหลักการ “ประหยัดและจำเป็น” สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหรัฐอเมริกา จึงขอกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าว ดังนี้
แนวปฏิบัติทั่วไป
- เพื่อความสะดวกและความรวดเร็วในการรับหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐ ให้นักเรียนทุนรัฐบาลที่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านที่ประเทศไทย ยื่นคำขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ กองหนังสือเดินทาง กระทรวงต่างประเทศ หรือ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวในประเทศไทย
- การยื่นคำขอหนังสือเดินทางที่สถานกงสุลไทยในสหรัฐฯ หรือแคนาดา ให้ทำในกรณีที่มีความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น โดยให้ยื่นคำขอหนังสือเดินทางฯ ได้ ณ สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลตาม บัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้แนบท้าย เท่านั้น
- หนังสือเดินทางฉบับปัจจุบันของผู้ยื่นคำขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีอายุเหลือไม่ถึง 1 ปี
ค่าธรรมเนียมการขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
- ให้เบิกได้ตามที่จ่ายจริง ไม่ว่านักเรียนฯ จะยื่นคำขอหนังสือเดินทางฯ ณ ที่ใด ทั้งนี้
นักเรียนฯ ต้องแนบใบเสร็จรับเงินประกอบคำขอเบิกเงินด้วย
ค่าที่พัก
- สำหรับนักเรียนฯ ที่ต้องไปยื่นคำขอหนังสือฯ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี จะมีสิทธิ์เบิกค่าที่พัก ได้เฉพาะกรณีที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหรัฐฯ ไม่สามารถจัดหาที่พักในหอพักของสำนักงานให้ เท่านั้น ทั้งนี้ ให้นักเรียนฯ ติดต่อ สนร. เพื่อจองหอพักล่วงหน้า ดูรายละเอียด หอพัก สนร. โปรดคลิกที่นี่
- ส่วนนักเรียนฯ ที่ต้องไปยื่นคำขอหนังสือฯ ที่อื่น จะมีสิทธิ์เบิกค่าที่พักได้ ต่อเมื่อสถานศึกษาที่นักเรียนฯ กำลังศึกษา ตั้งอยู่ห่างจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไม่น้อยกว่า 150 ไมล์
- นักเรียนฯ มีสิทธิ์เบิกได้เฉพาะค่าพัก (ไม่รวมค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ) ในห้องชั้นประหยัดตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน $150 และมีสิทธิ์เบิกค่าที่พักได้เพียง 1 คืน โดยนักเรียนฯ จะต้องแนบใบเสร็จรับเงินซึ่งลงวันที่เดียวกับหรือวันติดกับวันที่ยื่นคำขอหนังสือฯ และใบเสร็จรับเงินต้องมีชื่อสกุลผู้เข้าพักตรงกับชื่อผู้ขอเบิก
ค่าเดินทาง
กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน
- นักเรียนฯ จะมีสิทธิ์เบิกค่าโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัดตามที่จ่ายจริงได้เต็มจำนวน ต่อเมื่อนักเรียนฯ ซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน
- หากผู้ใดซื้อตั๋วล่วงหน้าน้อยกว่า 14 วัน หรือเกินกว่า 60 วัน ผู้นั้นจะมีสิทธิ์เบิกค่าโดยสารเครื่องบินฯ ชั้นประหยัดได้เพียงร้อยละ 70 ของจำนวนเงินที่จ่ายจริง ยกเว้นกรณีที่ นักเรียนฯ แสดงหลักฐานว่า การซื้อตั๋วโดยสารดังกล่าวสามารถซื้อได้ราคาที่ถูกกว่าการซื้อภายในช่วงเวลาที่กำหนด หรือนักเรียนฯ มีเหตุผลความจำเป็นอันหลีกเลี่ยงมิได้ที่ต้องซื้อนอกระยะเวลาที่กำหนด
- ตั๋วโดยสารเครื่องบินจะต้องเป็นการเดินทางจากเมืองที่สถานศึกษาตั้งอยู่หรือเมืองใกล้เคียงไปเมืองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลตั้งอยู่ ทั้งนี้ นักเรียนต้องแนบใบเสร็จรับเงินค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน กำหนดการเดินทาง (Itinerary) และหางตั๋ว (Boarding Pass Stub) มาประกอบการขอเบิกด้วย
กรณีเดินทางโดยรถไฟหรือรถประจำทางสาธารณะ (ไม่รวมแท๊กซี่ส่วนบุคคล)
- นักเรียนฯ มีสิทธิ์เบิกค่าโดยสารในชั้นประหยัดตามที่จ่ายจริง ทั้งนี้ นักเรียนฯ ต้องแนบใบเสร็จรับเงินค่าโดยสารรถไฟ หรือรถประจำทางสาธารณะ ประกอบการขอเบิกด้วย
- อนึ่ง กรณีที่นักเรียนฯ ต้องเดินทางโดยเครื่องบินฯ หรือรถไฟ แล้วต่อด้วยรถประจำทางสาธารณะ ก็ให้มีสิทธิ์เบิกค่าใช้จ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น
กรณีเดินทางโดยรถยนต์เช่าส่วนบุคคล (Rental Car) (เพิ่ม 11 เม.ย.49)
- นักเรียนฯ ไม่มีสิทธิ์เบิกค่าเช่า ค่าน้ำมัน หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆได้
การมีผลใช้บังคับ
- นักเรียนฯ ที่ยื่นคำขอหนังสือเดินทางระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2548 จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 จะมีสิทธิ์เบิกค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเดินทาง ตามที่จ่ายจริง ส่วนนักเรียนฯ ที่ยื่นคำขอหนังสือเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549 เป็นต้นไป จะมีสิทธิ์เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ข้างต้น
ผู้มีสิทธิ์ขอเบิกค่าธรรมเนียมฯ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง(เพิ่ม 22 ก.พ.49)
- ต้องมีสถานภาพเป็นนักเรียนทุนที่กำลังศึกษาด้วยทุนรัฐบาล ณ วันที่ยื่นคำขอหนังสือเดินทาง (นักเรียนทุนฯ ผู้กำลังศึกษาด้วยทุนส่วนตัวไม่มีสิทธิ์ขอเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าว)
สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ
7 กุมภาพันธ์ 2549
by
visootp
—
last modified
2006-04-11 15:03