Personal tools
คุณอยู่ที่นี่: หน้าหลัก นักเรียนทุนและข้าราชการลาศึกษา โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร.) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาครั้งที่ 5
สารบัญ
Thaischolar Email Log in
แจ้งจุดบกพร่องของเว็บไซต์
 

โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาครั้งที่ 5

Document Actions
Images
WorawatMeevasana WorawatMeevasana
นายวรวัฒน์ มีวาสนา นักเรียนทุน พสวท. ระดับปริญญาเอก

โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ครั้งที่ 5 กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้งนะคะ สำหรับโครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร.) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ครั้งนี้ สนร. ภูมิใจเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้านฟิสิกส์ของคุณวรวัฒน์ มีวาสนา นักเรียนทุน พสวท. กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก ที่ Stanford University      

สำหรับผลงานนวัตกรรมดีเด่นนี้เป็นผลงานบทความเรื่อง Diamondoid เรื่องราวของเพชรในตม ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฟิสิกส์ไทย ปีที่ 24 ฉบับที่ 4 ธันวาคม 2550 – กุมภาพันธ์ 2551 เป็นบทความที่คุณวรวัฒน์ใช้เวลาเขียนร่วมกับนักวิจัยไทยท่านอื่นในช่วงไปฝึกงานที่ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ จ. นครราชสีมา ในช่วงก่อนสำเร็จการศึกษา ก่อนหน้านี้คุณวรวัฒน์ได้เคยร่วมเขียนบทความเกี่ยวกับ Diamondoid เรื่อง Monochromatic Electron Photoemission from Diamondoid Monolayers ซึ่งได้ลงในวารสาร Science โดย American Association for the Advancement of Science (AAAS) ฉบับที่ 316 วันที่ 8 มิถุนายน 2550  หน้า 1460 ขณะศึกษาอยู่ระดับปริญญาเอกที่ Stanford University ( น้องๆ นักเรียนทุนหลายท่านอาจจะคุ้นกับหน้าตาและชื่อของคุณวรวัฒน์ มีวาสนา มาแล้วจากบทสัมภาษณ์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ สนร. ได้ประกาศในเว็บไซต์ของ สนร. นะคะ  สำหรับน้องๆ ท่านใดที่ยังไม่เคยรู้จัก สามารถไปอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณวรวัฒน์ได้ที่นี่นะคะ)

บทสัมภาษณ์ครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวผลงานที่ได้คัดเลือกเข้าโครงการนวัตกรรมฯ ของ สนร. เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้จักเพชรในตมของคุณวรวัฒน์ค่ะ

1.อยากให้ช่วยอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับ Diamondoid  พร้อมเล่ารายละเอียดของบทความ ให้เพื่อนๆ ฟัง หน่อยนะคะ

Diamondoid นั้นเริ่มเป็นที่รู้จักในปี พ.ศ.2546 ถูกค้นพบโดยบริษัทน้ำมัน Chevron จากกากของเหลือจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม Diamondoid นั้นมีความน่าสนใจเนื่องจากมีลักษณะโครงสร้างทางคาร์บอนอะตอมที่คล้ายกับเพชรขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร และคาดว่ามีคุณสมบัติหลายๆอย่างที่คล้ายกับเพชร แต่สามารถสกัดจากกากน้ำมันได้และมีราคาถูกกว่าเพชรมาก ประเด็นสำคัญที่กลุ่มวิจัยของผมศึกษาคือคุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิก นำทีมโดยอาจารย์ที่ปรึกษาของผมเองคือ Prof. Zhi-Xun Shen และมี Dr. Wanli Yang เป็นแกนนำ  ส่วนผมช่วยในด้านเครื่องมือ Photoemission จากการศึกษาในปีที่ผ่านมาพบว่า Diamondoid  มีคุณสมบัติที่สามารถปลดปล่อยอิเล็กตรอนได้เป็นจำนวนมากและมีพลังงานเกือบจะคงที่ค่าเดียว โดยมีประสิทธิภาพดีกว่าเพชรเองหรือสารประกอบอื่นๆที่เคยค้นพบมา จากคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นและราคาที่ถูกกว่าเพชรมากจึงมีความเป็นไปได้ว่าสารตัวนี้จะถูกพัฒนามาใช้ในการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ทางอิเล็กทรอนิกที่เราจะได้เห็นในอนาคตข้างหน้า ผลงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่และตีพิมพ์ในวารสาร Science ปี พ.ศ. 2550 ฉบับที่ 316 หน้า 1460  ต่อมาผมเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจ จึงได้เขียนบทความภาษาไทยเกี่ยวกับ Diamondoid ส่งไปวารสารฟิสิกส์ไทย ซึ่งผมพยายามเขียนให้อ่านง่ายขึ้นโดยกล่าวเพิ่มเติมเรื่องสารคาร์บอนคล้ายเพชร (Diamond-Like Carbon หรือ DLC) ที่มีลักษณะบางอย่างคล้ายกับ Diamondoid ซึ่งมี ผศ. ดร. บุญโชติ เผ่าสวัสดิ์ยรรยง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการวิจัยอยู่ รวมถึง ผศ. ดร. ประยูร ส่งสิริฤทธิกุล จากศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ และ ดร. ขนิษฐา มีวาสนา ที่ช่วยในการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม

2. ช่วยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการวิจัย Diamondoid ในประเทศไทยเพิ่มเติม และคุณวรวัฒน์มองอนาคตของ Diamondoid ว่าเป็นอย่างไรคะ และหากคุณวรวัฒน์กลับไปประเทศไทยแล้ว จะกลับไปทำวิจัยเรื่องนี้เพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร

การวิจัยเรื่อง Diamondoid นั้นยังเปิดกว้างอยู่เนื่องจากที่เป็นเรื่องใหม่ จึงมีความเป็นไปได้สูงในการหาหัวข้อวิจัยที่สามารถศึกษาต่อได้โดยไม่จำเป็นที่ต้องใช้เรื่องมือที่ทันสมัยมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวในช่วง3เดือนที่กลับไปฝึกงานที่เมืองไทย ผมจึงถือโอกาสศึกษาเกี่ยวกับสาร Diamondoid ชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Adamantane ที่ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ ทำให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกของ Adamantane เพิ่มเติมจากข้อมูลเก่า ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการส่งตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ  สำหรับตัวผมเองก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ใช้เครื่องมือต่างๆในประเทศไทย อีกทั้งยังได้ทดลองทำงานวิจัยในเรื่องอื่นที่แตกต่างจากหัวข้อวิทยานิพนธ์ของผม ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านมา ผมคิดว่า Diamondoid ก็เป็นหนึ่งในงานวิจัยที่ที่มีความเป็นไปได้ในการศึกษาเพิ่มเติมเมื่อผมกลับไปทำงานในไทย

3. มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการนำสารที่เปล่าประโยชน์กลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์อีก อย่างไรคะ

เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ สิ่งหนึ่งที่เรารู้จักกันดีอย่างเช่น การ recycle หรือการนำขยะต่างๆมาผ่านขบวนการเพื่อนำมาใช้ใหม่ แต่เราก็อาจสามารถมองให้กว้างขึ้น(ในแง่วิทยาศาสตร์) ว่าในธรรมชาติก็อาจจะมีสิ่งที่เราไม่รู้จักคุณสมบัติของมันอย่างลึกซึ้ง จึงไม่สามารถนำสิ่งนั้นมาใช้ประโยชน์ได้ การวิจัยก็เป็นทางหนึ่งในการเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆมากขึ้นอย่างเช่น การศึกษาคุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิกของ Diamondoid อย่างที่กล่าวมาข้างต้น  หรือการสกัดสารจากพืชเพื่อเป็นยารักษาโรค เป็นต้น หรือแม้แต่ในแง่ของพลังงาน ซึ่งนับว่าเป็นโจทย์วิจัยที่สำคัญสำหรับยุคสมัยนี้ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะดึงพลังงานต่างๆจากพืช แสงอาทิตย์ ลม หรือความร้อนที่สูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์กลับมาใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

 

เป็นอย่างไรบ้างคะบทสัมภาษณ์ของคุณวรวัฒน์ อ่านแล้วอยากติดตามเรื่องของ Diamonddoid เพิ่มเติมกันแล้วใช่ไหมคะ สำหรับ นทร. ที่สนใจสามารถอ่านบทความเรื่อง Diamondoid เรื่องราวของเพชรในตม ของคุณวรวัฒน์ได้ที่ http://www.thps.org/journal.html นะคะ แล้วก็ขอเชิญ นทร. ทุกท่านนำเสนอผลงานดีๆ และเป็นที่ยอมรับไม่ว่าจะเป็นบทความ งานวิจัย หรือกิจกรรมต่างๆ มายัง สนร. เพื่อร่วมประกวดในโครงการครั้งต่อไป ไม่แน่นะคะ ท่านอาจเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการของเราครั้งหน้าก็ได้  สำหรับครั้งนี้คงต้องลาไปก่อน พบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

by Thitima last modified 2008-11-10 17:24

สงวนลิขสิทธิ์ Copyright, All rights reserved. © 2000-2009 by Office of Educational Affairs

1906 23rd Street, N.W., Washington D.C. 20008 Tel. (202)667-8010 Fax. (202)265-7239