โครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาครั้งที่ 4
กลับมาพบกันอีกครั้งเป็นครั้งที่ 4 แล้วสำหรับโครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนักเรียนทุนทุกท่านที่ให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก สำหรับโครงการนวัตกรรมข้าราชการไทยพันธุ์ใหม่ (นทร. ) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Thai Scholar Innovation in USA and Canada) ครั้งนี้ สนร. ภูมิใจเสนอผลงานนวัตกรรมดีเด่นด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของคุณธนพล เพ็ญรัตน์ นักเรียนทุนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ระดับปริญญาเอก
ขณะนี้คุณธนพลสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้วจาก Carnegie Melon University ภาควิชา Civil and Environmental Engineering ปัจจุบันกำลังทำ Post Doctoral อยู่ที่สถานศึกษาเดิม ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะได้กลับไปเข้ารับราชการในมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2552
ผลงานบทความด้านนาโนเทคโนโลยีของคุณธนพล 3 เรื่องได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้ค่ะ
1. บทความเรื่อง Aggregation and Sedimentation of Aqueous Nanoscale Zerovalent Iron Dispersions ได้รับรางวัลอันดับที่ 20 ในการประกวด Most cited paper in 2007 of Environmental Science Technology(EST) published in American Chemical Society (ACS)
2. บทความเรื่อง Effect of Nanoparticle Aggregation, Polydispersity, and Concentration on Transport of Surface-Modified NZVI in Saturated Porous Media ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับสามในการประกวดบทความระดับนักศึกษาซึ่งจัดงานประกวดโดย Geosyntech
3. บทความเรื่อง A correlation for Predicting Collision Efficiency of Colloidal Particles Coated with Natural Organic Matter (NOM) in Porous Media: The Role of Absorbed NOM Layer Properties and Electrosteric Stabilization ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งในการประกวดบทความระดับนักศึกษาประจำปี 2008 ซึ่งจัดโดย American Society of Civil Engineering (The 2008 best student paper organized by ASCE )
เป็นอย่างไรบ้างคะ น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมคะ สนร. ก็ไม่รอช้าที่จะนำบทสัมภาษณ์ของคุณธนพลมาให้เพื่อนๆร่วมรับชมและรับฟังกันนะคะ
1. อยากให้คุณธนพลช่วยเล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ให้เพื่อนฟังหน่อย รวมถึงอะไรเป็นสาเหตุให้สนใจเรียนทางด้านวิศวะโยธาและการจัดการสิ่งแวดล้อมคะ
ผมเป็นลูกคนเดียว คุณแม่ชื่อรัตนา กอบอนันต์ ส่วนคุณพ่อชื่อนิมิต เพ็ญรัตน์ ทั้งคู่เป็นพ่อแม่ที่ดีมาก ผมจบตรี (เกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่ง) จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาโยธา ม. เกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2544 บางทีผมอาจจะเริ่มสนใจงานด้านวิศวฯ โยธาตั้งแต่สมัยผมยังตัวเล็กๆ โน่นแน่ะ คือผมมักจะไปวุ่นวายกับการต่อเติมบ้านซึ่งเป็นงานอดิเรกของพ่ออยู่ประจำ พอเป็นผู้ช่วยอยู่พักนึงทีนี้ผมก็รู้เรื่องเครื่องไม้เครื่องมือมาเยอะแยะ แล้วตอนนั้นไอ้ผมก็ดันคิดไปเองว่าไอ้งานวิศวกรรมเนี่ยมันคืองานก่อสร้างแค่นั้น (เด็กมันโง่น่ะนะ -- ฮา) ผมทำงานเป็นวิศวกรโยธา อยู่ประมาณปีครึ่ง ก็ได้ไปร่วมในโครงการตัดถนน สร้างตึก แล้วก็สถานีรถใต้ดิน (รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีอโศก) น่ะครับ แล้วพอมาปี พ.ศ. 2545 ผมก็ตัดสินใจลงเรียนโทสาขาการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย ที่ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (NRC-EHWM) (http://www.nce-ehwm.chula.ac.th/index.html) ทีแรกก็คิดแค่ว่าจะเอาวุฒิไปเพื่อให้ทำงานได้ทั้งกับสองสาขาคือ วิศวฯ โยธา กับวิศวฯ สิ่งแวดล้อม แต่ไปๆ มาๆ หลังทำงานวิจัยร่วมกับ Prof. Taha F Marhaba (New Jersey Institute of Technology) กับ ผศ. มนัสกร ราชากรกิจ (NRC-EHWM) ได้ซักระยะ ผมกลับชอบบรรยากาศ การทำงานวิจัยที่มีอะไรแปลกใหม่อยู่ ตลอดเวลามากกว่างานก่อสร้างที่ออกไปทางงานประจำ คิดได้แล้วก็เบนเข็มทันทีหลังจบโท มาเป็นนักวิจัยควบตำแหน่ง Lab Manager ที่ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาฯ (http://www.env.eng.chula.ac.th/env/) ภายใต้การดูแลของ รศ. สุธา ขาวเธียร กับ ผ.ศ. มนัสกร ราชากรกิจ แล้วพอผมได้ทำหลายหัวข้อที่มันมีผลต่อภาคอุตสาหกรรมกับสังคมจริงๆ อย่างเรื่อง utilization of wastes for cement production (ร่วมงานกับ Siam City Cement) กับ the assessment of heavy metal leaching from the sediment dispersion due the construction of a proposed Mega project ผมเริ่มมองว่า เออ! ไอ้งานวิจัยๆนี่มันก็ทำประโยชน์ให้กับ บ้านเมืองได้ไม่น้อยเหมือนกันนะ แล้วช่วงนั้นนาโนเทคโนโลยีก็กำลังดังมาก พอดีกับที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาประกาศ ทุนการศึกษาต่อด้านนาโนเทคโนโลยี ผมก็ลองวัดดวงไปสมัครกับเขา เพื่อว่าจะเรียนต่อในสาขานาโนเทคฯ ที่เอาไปประยุกต์กับ เรื่องการควบคุมมลภาวะได้ พอผมชิงทุนได้ก็เข้าเรียนที่ Carnegie Mellon University (CMU) ที่นั่นผมได้ร่วมทีมวิจัยกับ Prof. Greg Lowry ตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2548 งานหลักๆ เลยก็คือ การปรับแต่ง nanoscale zerovalent iron (NZVI) ด้วยสารพวก polyelectrolyte เพื่อจะนำมันไปใช้บำบัด ของเสียในชั้นแหล่งน้ำบาดาล มาถึงปี พ.ศ. 2551 นี้ผมก็จบปริญญาเอกเรียบร้อยและก็กำลังทำงานวิจัย post-doc อยู่ที่ CMU นี่แหละ ฟังจากที่เล่าๆ มา ก็คงพอเห็นภาพว่าความสนใจด้านวิชาการ และวิชาชีพของผม มันเกิดจากการไหลไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีแผนการอะไรมากมาย แต่ผมเชื่อว่านี่คงเป็น thermodynamics ของชีวิตคนน่ะครับ นั่นคือถ้าเราพยายามหาโอกาสให้ตัวเองอย่างเต็มที่ โอกาสก็จะพยายามของมันอย่าง เต็มที่เพื่อหาเราให้เจอเช่นเดียวกัน
2. ทราบว่าผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสามรางวัลนั้นเป็นงานส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ที่ทำส่งระดับปริญญาเอก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่าทำไมถึงตัดสินใจทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ และมีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหนคะ กว่าจะฝ่าฟันทำวิทยานิพนธ์จนสำเร็จลุล่วงได้อย่างดีคะ
หัวข้อวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ของผมคือ Effect of Polymeric Surface Modification on Nano-sized Zerovalent Iron (NZVI) Aggregation, Transport of Concentrated NZVI Dispersions in Porous Media, and Reactivity with Trichloroethylene เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยต่อเนื่อง (ยาวนานกว่า 5 ปี) ของกลุ่มวิจัย NZVI ที่ CMU โดยการกำกับดูแลของ Prof. Greg Lowry เพื่อที่จะนำ NZVI ไปบำบัดน้ำบาดาลที่ปนเปื้อนสารอินทรีย์ที่มีคลอรีนเป็นธาตุองค์ประกอบ (chlorinated organics such as TCE, PCE, VC) (เกือบทั้งหมดเป็นสารก่อมะเร็ง) อันที่จริงก็ยังมีหัวข้ออื่นอีกเยอะแยะที่เกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นนาโนเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับมลภาวะ การใช้วัสดุนาโนปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ความเป็นพิษของวัสดุนาโน การกรองน้ำด้วยไส้กรองนาโน แล้วก็ การประยุกต์ใช้นาโนเทคโนโลยี กับเทคโนโลยีสะอาด หรือที่เรียกกันว่า green nanotechnology แต่เหตุที่ผมเจาะจงเลือกหัวข้อนี้ก็คือ ข้อแรก มันมีโอกาสจะใช้งานได้จริงมากที่สุดภาย ในอนาคตอันใกล้ การใช้ NZVI บำบัดน้ำบาดาลที่ปนเปื้อน นี่แหละที่อาจเป็นนาโนเทคโนโลยีเชิงสิ่งแวดล้อมเพียงตัวเดียวในเวลานี้ ที่มีการนำมาใช้จริงในภาคสนามและมีการลงทุนกันจริงจังในแวดวงธุรกิจ ในแต่ละปี หลายๆ บริษัทก็ผลิต NZVI ปริมาณมากเพื่อใช้ในการบำบัดน้ำบาดาลที่ปนเปื้อนโดยเฉพาะ ตอนนี้แหล่งน้ำบาดาลที่ปนเปื้อนกว่า 50 แหล่งภายในสหรัฐอเมริกาเองถูกบำบัดโดยใช้ NZVI ถึงอย่างนั้นก็ตามมันก็ยังมีช่องทางที่จะปรับปรุงอีกเยอะกว่าที่เราจะใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และกลุ่มของเราที่ CMU ก็ทำงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับจากกลุ่มวิจัยอื่น และบริษัทต่างๆ ในวงการสิ่งแวดล้อม เหตุผลข้อที่สองคือ ผมเชื่อว่าโครงงานนี้จะช่วยเสริมพื้นฐานวิชาเรื่องกายภาพ (physics) และเคมีของอนุภาคนาโนได้มาก ซึ่งนี่เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการต่อยอดในสายวิชานาโนเทคโนโลยี หากพื้นฐานผมแน่นแล้ว ต่อไปถ้าผมต้องการจะเรียนรู้เรื่องนาโนเทคฯ แขนงอื่นๆ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น และดูเหมือนว่าผมจะเก็งไว้ได้แม่นทีเดียว ตั้งแต่เข้ากลุ่มวิจัย ผมก็ได้เรียนรู้เรื่องมากมายที่แตกออกมาจากหัวข้อของอนุภาคนาโน ทั้งวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม อุทกศาสตร์ (hydrology) วิศวกรรมเคมี เคมี และชีววิทยา นั่นเพราะการวิจัยในหัวข้อนี้ต้องการความรู้ความชำนาญจากหลายสาขาจริงๆ ในตอนนี้ก็มีศาสตราจารย์ห้าท่าน นักศึกษาปริญญาเอก หกคน นักวิจัย post-doc อีกสามคนจากห้าภาควิชาของสองมหาวิทยาลัยเข้าร่วมในงานวิจัยชิ้นนี้ รวมถึงศาสตราจารย์ที่ดังๆ อย่าง Prof. Tilton (Chemical and Biomedical Engineering, CMU) Prof. Illangasekare (Colorado School of Mines) หรือ Prof. Matyjaszewski (Chemistry, CMU) ผมเคยได้ยินมาจากหลายที่ว่า Prof. Matyjaszewski (ซึ่งเป็นนักเคมีอันดับ 4 ของโลก จากการจัดอันดับของ ISI web of knowledge) อาจมีโอกาสได้รับ รางวัลโนเบลด้วยนะครับ
เหตุผลข้อสุดท้ายที่ผมเลือกหัวข้อวิจัยนี้คือ ผมอยากจะศึกษาเรื่องการประเมินความเสี่ยง(environmental and health risk assessment) จากโครงการนี้ด้วย คือถึงมันจะเป็นเรื่องของการใช้งานอนุภาคนาโนเชิงสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีพื้นองค์ความรู้อยู่หลายอย่างที่ได้ (เช่น การกระจายตัว (fate and transport) ของอนุภาคนาโนในสิ่งแวดล้อม หรือการเคลื่อนที่ของอนุภาคภายในตัวกลางที่เป็นรูพรุน (porous media, ตัวอย่างเช่น สภาพแวดล้อมใต้ชั้นดินของเรา) และผลของชั้นพอลิเมอร์ที่มีต่อสภาพ การเกิดปฏิกิริยาของ NZVI) ที่สามารถเอามาใช้ประเมินความเสี่ยงของอนุภาคนาโนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม โชคดีด้วยที่ผมได้โอกาสขยายผลงานวิจัยไปทำงานกับ US Environmental Protection Agency (US EPA )ในส่วนของการประเมินความเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาความเป็นพิษของวัสดุนาโน
สิ่งที่ผมได้มาจากการทำวิจัย มีทั้งเรื่องการใช้งานในปัจจุบันและความเป็นไปได้ในอนาคตของนาโนเทคโนโลยี ซึ่งผมเชื่อว่าทั้งสองเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ บ้านเราเองก็มีพื้นที่ปนเปื้อนอยู่มาก(ที่กำลังรอผลการตรวจสอบและยืนยัน) และยังต้องการความเข้าใจเรื่องปัจจัยเสี่ยงที่มาจากการใช้อนุภาคนาโนก่อนที่จะเราใช้งานมันได้อย่างมั่นใจครับ
3. ผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสามรางวัลนี้เป็นผลงานเดียวกันหรือไม่คะ (หากไม่ใช่ ผลงานแต่ละชิ้นมีความเหมือนและความต่างกันอย่างไร และแต่ละงานมีจุดเด่นตรงไหนถึงได้รับเลือกให้รับรางวัล)
สามงานที่ได้รางวัลนั่น เป็นคนละชิ้นกันครับ งานชิ้นแรกเป็นบทความชิ้นแรกที่ผมเขียนช่วงเรียน ป.เอก ชื่อว่า “Aggregation and Sedimentation of Aqueous Nanoscale Zerovalent Iron Dispersions” ซึ่งเป็นบทความที่ถูกนำใช้ไปอ้างอิงมากที่สุดในช่วงปี 2550 ของวารสาร Environmental Science and Technology (EST) โดยการจัดพิมพ์ของ American Chemical Society (ACS) บทความนี้พูดถึงสมบัติต่างๆ ของ NZVI ซึ่งนับเป็นเรื่องพื้นฐานมาก ในตอนนั้นพวกนักวิจัยเขาก็รู้กันมาก่อนแล้วว่า อนุภาคเปลือยของ NZVI (bare NZVI) จะจับตัวกันเองอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนที่ไปไกลๆ ไม่ไหว ซึ่งทำให้การใช้งานอนุภาคเหล่านี้ในงานบำบัดน้ำเสียจริงๆ เป็นเรื่องยาก เพียงแต่ยังไม่มีใครรู้ว่าปรากฏการณ์ที่ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไรแน่ งานชิ้นนี้มีความโดดเด่นตรงที่มันชี้ว่า สมบัติทางแม่เหล็กในตัวอนุภาค NZVI นี่เอง ที่เป็นสาเหตุของการจับตัวกัน และปัญหาการกระจายตัวในแหล่งน้ำธรรมชาติ (ซึ่งโดยปกติแล้วสมบัติข้อนี้ จะถูกมองข้ามไป)
งานชิ้นที่สองที่ได้รางวัลลำดับสามจากการประกวดบทความระดับนักศึกษา โดยมีบริษัท Geosyntech ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน the 6th International Conference on Remediation of Chlorinated and Recalcitrant Compounds จัดขึ้นในช่วง พค. 2551 ที่เมือง Monterey, California ครับ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการพบปะกัน ระหว่างที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทเกี่ยวกับวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และบุคคลากรทางวิชาการโดยตรง เพราะฉะนั้นบทความที่ได้รางวัลจึงน่าจะเป็นบทความที่มีผลต่อการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง ซึ่งงานชิ้นนี้ก็ดูจะตรงใจคณะกรรมการและก็ได้รางวัลไป ชื่อเรื่องคือ Effect of Nanoparticle Aggregation, Polydispersity, and Concentration on Transport of Surface-Modified NZVI in Saturated Porous Media ซึ่งเป็นงานที่ทำต่อจากบทความชิ้นแรกซึ่งเสนอแนะว่า เราควรจะปรับแต่ง พื้นผิวภายนอกของ NZVI ด้วยพอลิเมอร์ เพื่อจะใช้แรงจากพอลิเมอร์ต่อต้านแรงแม่เหล็กที่ทำให้อนุภาคจับตัวกัน ซึ่งนั่นหมายความถึงประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อนำไปใช้งานในการบำบัดแหล่งน้ำบาดาลของจริงด้วย งานวิจัยชิ้นนี้ยังชี้ว่าสมบัติบางประการของ NZVI ที่ผ่านการปรับแต่งด้วย polyelectrolyte แล้ว เช่นการกระจายตัวของขนาดอนุภาค และสมบัติเชิงแม่เหล็ก ซึ่งมักถูกมองข้าม เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความคล่องตัวของอนุภาค NZVI ใน การเคลื่อนที่ ในตัวกลางที่เป็นรูพรุนเมื่ออนุภาคมีความเข้มข้นสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะไม่ถูกนำมาพิจารณาเลยในแบบจำลองการกรองอนุภาคแบบดั้งเดิม ผลการวิจัยนี้ยังเสนอเพิ่มเติมอีกว่าเราต้องปรับปรุงแบบจำลองอันเก่า โดยนำปัจจัยพวกนี้มาคิดในกรณีของการใช้งาน NZVI ด้วย
สำหรับรางวัลชิ้นสุดท้าย อันนี้ได้ตอนปี พ.ศ. 2551 เป็นบทความวิจัยที่โดดเด่น ในระดับนักศึกษา โดยสถาบัน Geo-institute American Society of Civil Engineers (ASCE) ซึ่งตัวงานมันออกไปทาง side project ของงานวิจัยระดับ ป. เอก ของผมเอง ผมนำเสนอเรื่อง A correlation for Predicting Collision Efficiency of Colloidal Particles Coated with Natural Organic Matter (NOM) in Porous Media: The Role of Absorbed NOM Layer Properties and Electrosteric Stabilization คือการทำ semi-empirical correlation เพื่อใช้ทำนายความสามารถในการเคลื่อนที่ (mobility) ของอนุภาคนาโนที่เคลือบด้วยสารประกอบอินทรีย์ตามธรรมชาติ (Natural Organic Matter – NOM) ซึ่งก็มีคนเคยเสนอสมการความสัมพันธ์คล้ายๆ แบบนี้มาแล้วในช่วงทศวรรษก่อน แต่อันนั้นเป็นเรื่องของอนุภาคเปลือยที่ไม่เคลือบด้วยอะไรเลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตอนที่เราปล่อยอนุภาคนาโนสู่สิ่งแวดล้อม มันจะต้องมี NOM ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ มาเกาะและเคลือบบนพื้นผิว ดังนั้นสมการความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิมจึงทำนายความสามารถในการเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มี NOM เคลือบอยู่ไม่ได้ ผมก็เลยลองเสนอสมการความสัมพันธ์ใหม่ที่มันเข้าที่เข้าทางกว่าเดิม งานที่ผมทำ...พูดกันง่ายๆ เลยคือการขโมยและคุ้ยผลการทดลองที่เขาตีพิมพ์กันไปเรียบร้อยแล้วดีๆ นี่เอง ผมเอางานเขียนของชาวบ้านหลายๆ งานมาตีความใหม่ซะ จนได้ semi-empirical correlation ชุดใหม่นี้ออกมา ซึ่งงานนี้ก็ไปเกี่ยวกับเรื่องการประเมินความเสี่ยงของอนุภาคนาโนในสิ่งแวดล้อม ตรงที่เราต้องคิดถึงการแยกแยะคุณสมบัติของอนุภาคที่เคลือบด้วย NOM เพื่อที่จะทำนายความสามารถในการเคลื่อนที่ของมันในแหล่งน้ำ และเพื่อประเมินโอกาสที่อนุภาคเหล่านั้นจะไปถึงมนุษย์ หรือผู้รับอื่นๆ ในระบบนิเวศน์ด้วยครับ
4. ฟังดูแล้วรางวัลทั้งสามนี้ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยนะคะ แล้วในระหว่างรางวัลทั้งสามนี้ รางวัลใดที่คุณธนพลมีความภาคภูมิใจที่สุดที่ได้รับคะ เพราะอะไร
ชิ้นที่ภูมิใจที่สุดเหรอ? อืม... ก็คงจะเป็นเรื่องที่ได้เป็นบทความที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดติดอันดับ 20 ละนะครับ เพราะ EST ก็เป็นวารสารที่ดีที่สุดในสาขาเคมีสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ผมทำอยู่โดยตรงเลย คือเขาตีพิมพ์บทความต่อปีมากกว่า 1,200 ชิ้น ซึ่งบทความจากวารสารฉบับนี้ก็มีคนนำไปใช้อ้างอิงเป็นจำนวนมาก และยังได้รับการยอมรับอย่างมากในแวดวงวิชาการอีกต่างหาก พอรู้ว่ามีคนอยู่เยอะแยะในสายอาชีพเดียวกันที่ชอบบทความของผม ก็รู้สึกเป็นปลื้มน่ะครับ จนถึงตอนนี้ก็มีการนำไปอ้างอิงแล้ว 20 ครั้ง ซึ่งนับว่าเยอะทีเดียวสำหรับเวลาเพียงแค่ 1 ปี ส่วนสำคัญของบทความนี้ก็อยู่ที่มันช่วยให้นักวิจัยและคนที่ใช้งานเทคโนโลยีตัวนี้อยู่ เข้าใจว่าทำไม NZVI ถึงได้จับตัวกันเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนั้น แถมยังเคลื่อนที่ในแหล่งน้ำได้ย่ำแย่เอามากๆ ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้พวกเขาก็จะหาวิธีรับมือกับมันได้อย่างตรงประเด็นครับ
5. จากการคุยกับคุณธนพลทำให้พี่ได้รับความรู้ทางด้านนาโนเทคโนโลยีพอสมควรเลยค่ะ ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นขอแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับสินค้านาโนเทคโนโลยีหน่อยนะคะ เนื่องจากเรื่องนาโนเทคโนโลยีเป็นเรื่องค่อนข้างโด่งดังในประเทศไทยมาก คุณธนพลมีข้อคิดหรือข้อควรระวังในการเลือกใช้สินค้านาโนอย่างไรบ้างคะ ในแง่ของการช่วยป้องกันรักษาสภาพแวดล้อม
ผมชอบคำถามนี้นะ! เจ้านาโนเทคโนโลยีนี่มันก็เหมือนกับพวกของใหม่ที่พวกเราเคยเจอกันมาแล้วนั่นแหละครับ นวัตกรรมพวกนี้มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียอยู่ในตัว เราใช้มันให้เกิดประโยชน์ได้พอๆ กับที่จะใช้มันให้เป็นปัญหาได้เช่นกัน ซึ่งผู้บริโภคก็อาจมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขลักษณะของชุมชนได้ด้วยการใช้งานผลิตภัณฑ์นาโนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเด็นก็คือ พวกเราเองก็ยังไม่ค่อยรู้หรอกว่าอะไรบ้างในผลิตภัณฑ์นาโนที่ทำให้มันเป็น “พิษ” หรือเป็น “มิตร”... ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. 2544 ถึง 2546 ที่ผ่านมา ทาง US EPA ได้ร่วมกับกับองค์กรนักวิจัยหลายแห่ง อัดฉีดเงินมหาศาลเพื่อสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้งานจริงของนาโนเทคโนโลยี แต่ว่าตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมานโยบายตรงนี้ก็เปลี่ยนแบบทันควันเลย คือทุนวิจัยส่วนใหญ่ (และใหญ่กว่าของเดิมด้วย) จะไหลไปที่การศึกษาความเป็นพิษ, การกระจายตัวของอนุภาคในสิ่งแวดล้อม กับเรื่องการเคลื่อนที่ของวัสดุนาโนในสิ่งแวดล้อมซะมากกว่า ทั้งนี้ก็เพื่อเอาให้แน่ใจก่อนว่าเรารู้จักพิษสงของวัสดุพวกนี้เป็นอย่างดี และเพื่อที่จะใช้งานมันได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว ซึ่งการวางประเด็นนี้ให้มาก่อนเรื่องของการใช้งานจริงก็เหมาะสมดีแล้ว ผมอยากจะเห็นการสนับสนุนและความใส่ใจอย่างนั้น ในกระบวนการพัฒนานาโนเทคโนโลยีของบ้านเรา เพื่อที่คนทั่วไปจะได้รับการคุ้มครองเมื่อใช้งาน และรับเอาเทคโนโลยีไปแต่ส่วนดีๆ ของมันครับ
6. มีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลงานนวัตกรรมข้าราชการรุ่นใหม่ ของ สนร. และได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ นักเรียนทุนรัฐบาล
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากครับที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ เป็นโอกาสดีเลย ที่จะได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของผมทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิตและการทำงานวิจัยที่ CMU ให้กับนักเรียนทุนคนอื่นๆ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทาง สนร. จะช่วยแจ้งข่าวสารใหม่ๆ เกี่ยวกับชีวิต งาน แล้วก็ความสำเร็จของเพื่อนๆ นักเรียนทุนไทยผ่านทางโครงการผลงานนวัตกรรมข้าราชการรุ่นใหม่นี้ด้วยครับ ผมยังอยากจะขอบคุณโครงการทุนเล่าเรียนหลวงที่ส่งเสริมการเรียน ป.เอก ของผมมาโดยตลอด และหวังว่าจะมีการสนับสนุนนักวิจัย-นักวิทยาศาสตร์ไทยรุ่นต่อๆ ไปเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาการของบ้านเมืองเราครับ แล้วก็...ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านบทสัมภาษณ์ของผมด้วยครับ
7. ทราบว่าคุณธนพล เรียนจบและอยู่ในระหว่างฝึกงาน และจะเดินทางกลับประเทศไทยในปีหน้า รู้สึกอย่างไรกับการกลับไปรับราชการคะ และคิดว่าจะนำความรู้ที่ได้จากการมาศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกากลับไปประยุกต์ใช้กับงานอย่างไรบ้างคะ
ผมตื่นเต้นมากเลยนะ ที่จะได้กลับไปทำงานเป็นอาจารย์ที่ประเทศไทย ผมเชื่อจริงใจเลยว่าประเทศไทยมีเด็กเก่งอยู่เยอะมาก และเก่งพอจะเป็นนักวิจัยหรือวิศวกรที่ดีได้เลย เพราะฉะนั้นผมก็จะทำงานอย่างเต็มที่ทั้งในฐานะของอาจารย์และนักวิจัยเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และการวิจัยที่ดี ผมคิดว่าผมได้เรียนรู้หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับอนุภาคนาโน ฟิสิกส์ เคมี และอุทกศาสตร์ ซึ่งก็น่าจะทำให้ผมมีความยืดหยุ่นอิสระพอควรที่จะทำวิจัยหัวข้อใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของประเทศเรา เป้าหมายในวิชาชีพของผมก็คือ ผมอยากจะผลักดันให้เกิดการร่วมมือวิจัยกัน ระหว่างวิชาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์หลายๆ สาขาเพื่อจะสร้างชุมนุมทางวิชาการ ที่เน้นจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเชิงในปฏิบัติการให้ได้ผลยิ่งขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้จะตีกรอบอยู่เพียงแค่นาโนเทคโนโลยีด้วย ผมอยากจะทำงานวิจัยที่มีเป้าหมายอยู่ที่การใช้งานจริงและต้องมีผลให้เกิดการตื่นตัวทางสังคมอย่างจริงจัง อย่างที่ผมเคยสัมผัสมาแล้วในรั้วของ CMU และ ม. จุฬาฯ และผมหวังว่าผมจะได้ช่วยบ่มเพาะเหล่าคนรุ่นใหม่ของชาติให้มีทัศนคติที่ดีต่อการวิจัยด้วยเช่นกันครับ
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างนักเรียนทุนของเรานะคะ ฟังแล้วน่าชื่นใจมากๆ ที่เรากำลังจะได้อาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถสูงมากคนหนึ่งทางด้านนาโนเทคโนโลยีมาเป็นกำลังสำคัญของชาติ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานของคุณธนพลเพิ่มเติมได้ที่ http://pubs.acs.org/journals/esthag/promo/most/most_cited/2007.html นะคะ แล้วก็ขอเชิญ นทร. ทุกท่านนำเสนอผลงานดีๆ และเป็นที่ยอมรับไม่ว่าจะเป็นบทความ งานวิจัย หรือกิจกรรมต่างๆ มายัง สนร. เพื่อร่วมประกวดในโครงการครั้งต่อไป ไม่แน่นะคะ ท่านอาจเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการของเราครั้งหน้าก็ได้ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ