Personal tools
สารบัญ
Thaischolar Email Log in
แจ้งจุดบกพร่องของเว็บไซต์
 

วันที่ 26-27 กันยายน 2552: พบ นทร. ในงานประชุมสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดาประจำปี 2552

Document Actions

บทสัมภาษณ์ของนายกลยุทธ ปัญญาวุธโธ

ประสบการณ์การเข้าร่วมประชุม ATPAC

(Association of Thai Professionals in America and Canada)

 

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุม ATPAC ครั้งล่าสุดที่ Rutgers University, New Jersey โดยการชักชวนจาก ท่านอาจารย์ศิริวัชร ฉิมพาลี ซึ่งเป็น associate research professor ที่ University of South Carolina ที่ซึ่งผมศึกษาอยู่ การประชุมครั้งนี้แปลกตาจากครั้งแรกที่ผมเข้าร่วมที่ San Francisco มาก เนื่องจากว่ามีนักศึกษาระดับปริญญาโท และเอก ที่ใกล้จบ มาร่วมงานกันมากกว่าครั้งก่อน และที่คึกคักมากขึ้นอีกก็คือมีเจ้าหน้าที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จากเมืองไทย, เจ้าหน้าที่จากสถานทูต และพี่ๆ จาก สนร. มาร่วมประชุมคราวนี้ด้วย

ประสบการณ์คราวนี้นอกจากจะตอกย้ำสำนึกของการรักแผ่นดินเกิดแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อการทำงานเมื่อจบการศึกษาและกลับไปชดใช้ทุนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ผมได้รับทราบข้อมูลเชิงนโยบายจากผู้ใหญ่ของทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และกระทรวงศึกษาธิการ ถึงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ กลยุทธในการพัฒนาและวิจัยเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศทางด้านอุตสาหกรรม, เกษตรกรรม, เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงด้านสาธารณสุขและการแพทย์ นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะได้เห็นมุมมองโดยภาพรวมของการจัดการและวางแผนการพัฒนาประเทศ ข้อมูลการวิจัยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการวิจัยของเมืองไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย และ สิงคโปร์ แล้วน่าตกใจครับ ยิ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป หรือ อเมริกา แล้วหดหู่อย่างบอกไม่ถูก

ผมตระหนักโดยทันทีว่าอนาคตข้างหน้าเมื่อกลับเมืองไทยแล้ว งานหนักแน่นอน ซึ่งความรู้สึกนี้แตกต่างจากเดิมที่ไม่เคยเข้าร่วมประชุมและรับรู้มาก่อน ความท้อแท้ เหนื่อยล้า จากการเรียนและทำวิจัยที่กำลังศึกษาอยู่หายเป็นปลิดทิ้ง พลังแห่งความมุมานะได้กลับมาเติมเต็มในใจผมอีกครั้ง ถึงแม้การประชุมจะใช้เวลาทั้งวัน แต่ผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลย การประชุมช่วงเช้าหมดไปอย่างมีสาระ ผมมองแววตาเพื่อนๆ นักเรียนไทยที่เข้าร่วมประชุม ทุกคนเต็มไปด้วยความหวังและความตั้งใจ โดยเฉพาะน้องสมบรูณ์ จาก Purdue น้องเงาะ จาก Penn State และอีกหลายๆ ท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม (จำชื่อได้ไม่หมดครับ)

ช่วงพักรับประทานอาหารกลางวันผมได้มีโอกาสร่วมโต๊ะกับ พี่สมถวิล และพี่รังสิมา จาก สนร. ที่น่ารักและเคารพครับ ไม่น่าเชื่อพี่สมถวิลยังจำผมได้ตั้งแต่ผมเรียนอยู่ที่ U. of Southern Cal, LA เราคุยกันอย่างเป็นกันเองกับรสชาดอาหารที่ถูกปาก พี่รังสิมาถามผมถึงความรู้สึกที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ผมก็เรียนตามที่ผมได้อธิบายไว้ข้างต้น พี่รังสิมาจึงจุดประกายให้ผมเขียนเป็นบทความแล้วส่งมาให้ทาง สนร. เพื่อที่จะได้ถ่ายทอดให้กับเพื่อนคนอื่นที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วม

ช่วงบ่ายถึงค่ำเป็นฝั่งของสมาชิก ATPAC นำเสนองานวิจัยของตัวเองที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดสู่ประเทศไทย ซึ่งสมาชิก ATPAC แต่ละท่านส่วนใหญ่ก็เป็นผู้เชียวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าถ้าเราได้รับการถ่ายทอดจากท่านเหล่านี้ คงทำให้ประเทศเราก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ได้ทำและกำลังทำอยู่ ในรูปแบบของโครงการร่วมมือ ของ ATPAC กับมหาวิทยาลัย และศูนย์เทคโนโลยีต่างๆ ในเมืองไทย ช่วงค่ำเรามารับประทานอาหารเย็นกันที่ Museum ซึ่งต้องขอบคุณเจ้าภาพเป็นอย่างมาก สำหรับบรรยกาศดีๆ และรสชาดอาหารที่ถูกปากอีกเช่นเคย ในระหว่างรับประทานอาหารได้ร่วมโต๊ะอาหารกับเพื่อนๆ จาก Louisiana, Harvard และ MIT

เช้าวันต่อมามีการเสวนาร่วมระหว่าง ATPAC กับเจ้าหน้าที่จากเมืองไทย ถึงช่องทางการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีท่าน อ. ณัฐ วรยศ รองอธิการฝ่ายวิจัยฯ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยินดีที่จะรับเป็นศูนย์ต้นแบบเพื่อให้ ATPAC ใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่ง อ. เมธี จาก New Jersey Institute of Technology ก็เห็นด้วย นอกจากนี้ท่าน อ. สุกุมาล์ จากมหิดล ก็นำเสนอสิ่งที่มหิดลต้องการจาก ATPAC เพื่อขยายความร่วมมือในการวิจัย สุดท้ายคือการนำเสนอผลงานของพวกเรา ในแบบของ poster ที่บริเวณงาน ผลงานของเพื่อนๆ แต่ละคน ทำให้ผมคิดขึ้นได้ว่าคนไทยเราก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าที่ใดในโลก แต่ทำไมเมื่อพวกเรากลับไปทำงานที่เมืองไทย ถึงไม่ค่อยได้ทำงานอย่างที่พวกเราทำกันที่นี่ ปัญหามันอยู่ตรงไหน และทำไมการพัฒนาและการวิจัยของประเทศเหมือนวนเวียนอยู่ในอ่างในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เรามีนักเรียนที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิค มากมาย ทุกปี

ผมคงไม่สามารถตอบคำถามนี้ และคงไม่ทำให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันได้ ด้วยตัวผมคนเดียว ผมเชื่อในความสามารถของเพื่อนๆ ผมเชื่อในศักยภาพของคนไทยด้วยกัน อย่าท้ออย่าหมดหวังครับ ผมขอยกคำพูดของ อ. ณัฐ ในระหว่างการประชุมว่า “ถึงแม้งบประมาณจะถูกตัด แต่กำลังใจในการพัฒนาและวิจัยไม่ได้ถูกตัดไปด้วย” นี่คงเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่จุดประกายใครบางคนให้ลุกขึ้นสู้ และหวังพาประเทศเราก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนครับ

กลยุทธ ปัญญาวุธโธ

October 1st, 2009

 

ปล. ถ้ามีการประชุมครั้งต่อไป และเพื่อนๆ มีโอกาศจะได้เข้าร่วมประชุม ผมเห็นด้วยและสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งครับ เพื่อนๆที่ไม่ใช่นักเรียนทุนก็ยินดีต้อนรับนะครับ

 


1 2 3 4 5
by Thitima last modified 2009-10-05 16:52

สงวนลิขสิทธิ์ Copyright, All rights reserved. © 2000-2012 by Office of Educational Affairs

1906 23rd Street, N.W., Washington D.C. 20008 Tel. (202)667-8010 Fax. (202)265-7239