ถามตอบเรื่องการประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนทุนรัฐบาลผู้ศึกษาในสหรัฐฯ ปีการศึกษา 2008/2009
การสมัคร ต่ออายุ หรือยกเลิก และอื่น ๆ
4. ถ. ระบบประกันสุขภาพกลางเป็นระบบบังคับหรือระบบทางเลือก
ต. เป็นทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับสถานภาพของนทร. ข้าราชการลาศึกษาและฝึกอบรม กล่าวคือ
o ถ้าเป็น “ นทร. ผู้มาศึกษาในสหรัฐฯ เป็นปีการศึกษาแรก” (รวมนักเรียนทุนอื่นๆ ในความดูแลของ ก.พ. ซึ่งมาศึกษาในสหรัฐฯ ในการปีการศึกษาแรก) สนร.จะทำประกันสุขภาพในระบบกลางให้กับทุกคน ยกเว้น ผู้ที่ไปเข้าศึกษา ณ สถานศึกษาซึ่งบังคับให้นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องทำประกันสุขภาพกับสถานศึกษาเพียงสถานเดียวเท่านั้น จะทำประกันสุขภาพกับที่อื่นไม่ได้เลย และ “ นทร. ระดับมัธยมศึกษา” ซึ่งสนร.จะจัดให้นักเรียนทุกคนทำประกันสุขภาพกับสถานศึกษา
o ถ้าเป็น “ นทร. ซึ่งศึกษาอยู่ในสหรัฐฯ เป็นปีที่สองหรือสูงกว่า” (รวมนักเรียนทุนอื่นๆ ในความดูแลของ ก.พ. ซึ่งศึกษาในสหรัฐฯ เป็นปีที่สองหรือสูงกว่า) ระบบประกันสุขภาพกลางจะเป็นระบบหลัก (by default) กล่าวคือ สนร.จะทำประกันในระบบกลางให้นักเรียนโดยอัตโนมัติ ยกเว้นนักเรียนที่ได้แจ้งไปยัง สนร.ว่า ขอทำประกันสุขภาพกับของสถานศึกษา ก่อนถึงกำหนดวันที่ สนร. แจ้งไว้บนแบบแจ้งยืนยันการเลือกประกันสุขภาพ
o ถ้าเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลฯ หรือทุนอื่นๆ ในความดูแลของ ก.พ. ซึ่งศึกษาด้วยทุนส่วนตัว (ผู้ใช้เวลาศึกษาเกินกว่าระยะเวลาที่ทุนกำหนดไว้), ข้าราชการลาศึกษาและฝึกอบรม ระบบประกันสุขภาพกลาง จะเป็นระบบทางเลือก กล่าวคือ นทร. หรือข้าราชการฯ จะต้องแจ้งความประสงค์ว่า จะทำประกันในระบบสุขภาพกลางโดย ส่งเช็คหรือ Money Order ค่าเบี้ยประกันสั่งจ่าย United Health Care ไปยังสำนักงานฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนถึงวันหมดอายุการประกันสุขภาพเดิม เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างของการไม่มีประกันสุขภาพ อนึ่งบริษัทประกันสุขภาพจะไม่ยอมรับการขอประกันสุขภาพย้อนหลัง
5. ถ. สถานศึกษาที่บังคับให้นักเรียนต่างชาติต้องทำประกันกับบริษัทที่สถานศึกษาจัดหาให้เท่านั้น มีอะไรบ้าง
ต. เท่าที่ สนร.ตรวจสอบได้ในปัจจุบัน มี ดังนี้
o California Institute of Technology
o Columbia University
o Cornell University (Graduate)
o Florida Atlantic University
o Harvard University
o Marymount College, California
o University of California, San Francisco
o University of Cincinnati
o University of Massachusetts at Amherst
o University of Michigan, Ann Arbor
o University of Minnesota
o University of New Haven
o Washington University, St. Louis
o All universities in Canada
นอกจากนี้ในสถานศึกษาบางแห่ง นทร. สามารถยื่นขอยกเว้นการทำประกันสุขภาพกับสถานศึกษาได้เป็นกรณีไป ดังนี้
o John Hopkins University
o Duke University
o University of Virginia
นอกจากสถานศึกษาดังกล่าวข้างต้นแล้ว อาจมีสถานศึกษาอื่นอีกที่บังคับให้นักเรียนต่างชาติทุกคนทำประกันสุขภาพกับบริษัทที่สถานศึกษาจัดหาให้เท่านั้น ถ้า นทร. ทราบว่า มีสถานศึกษาอื่นอีก ขอให้แจ้ง สนร.ทราบ พร้อมส่งหนังสือจากสถานศึกษาที่ระบุว่า สถานศึกษาบังคับให้นักเรียนต่างชาติทุกรายต้องซื้อประกันสุขภาพของสถานศึกษาแต่โดยสถานเดียวเท่านั้น เพื่อ สนร.จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
หมายเหตุ สถานศึกษาทุกแห่งจะบังคับให้นักเรียนต่างชาติทุกรายต้องมีประกันสุขภาพตามระเบียบที่อิมมิเกรชั่นสหรัฐฯ เป็นผู้กำหนด สถานศึกษาส่วนใหญ่จะอนุญาตให้นักเรียนขอยกเว้นการทำประกันสุขภาพของสถานศึกษาได้ หากนักเรียนมีประกันสุขภาพจากนอกสถานศึกษาที่มีกรมธรรม์คลอบคลุมเท่าเทียมกันหรือสูงกว่าของสถานศึกษาไปแสดง
6. ถ. นทร. (นักเรียนใหม่) ซึ่งกำลังจะเดินทางมาศึกษาในปีการศึกษาแรก ต้องทำอย่างไรบ้าง
ต. ขอให้ตรวจดูบัญชีรายชื่อสถานศึกษาในข้อข้างต้นก่อนว่า สถานศึกษาที่ นทร.แต่ละคนจะไปเข้าศึกษานั้น มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของสถานศึกษาที่บังคับให้นักเรียนต่างชาติต้องทำประกันสุขภาพกับของสถานศึกษาเพียงสถานเดียวหรือไม่ หากสถานศึกษาที่ จะไปเข้าศึกษาอยู่ในรายชื่อดังกล่าวก็ไม่ต้องกรอกใบสมัครประกันสุขภาพส่งให้สำนักงาน ก.พ. หรือ สนร. และเมื่อ นทร. เดินทางถึงสถานศึกษาแล้วก็ให้จัดซื้อประกันสุขภาพกับสถานศึกษาโดยตรงต่อไป แล้วแจ้งให้ สนร. ทราบพร้อมส่งรายละเอียดการประกันของสถานศึกษา/หลักฐานการจ่ายเงิน (ถ้ามี) เพื่อ สนร.จะได้ดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพให้แก่ นทร.
แต่หากสถานศึกษาที่ นทร.แต่ละคนไปเข้าศึกษาไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวแล้ว ก็แสดงว่าสถานศึกษาอนุญาตให้ขอยกเว้นการมีประกันสุขภาพของสถานศึกษาได้ ดังนั้น จึงขอให้ดำเนินการดังนี้
1) กรณีที่ นทร. แจ้งวันเดินทางที่แน่นอน สนร. จะดำเนินการเรื่องประกันสุขภาพให้กับนทร.แต่ละคน ทันที ยกเว้นนักเรียนทุนพิเศษฯ อื่นๆ ที่ไม่ใช่ทุนรัฐบาลฯ หรือไม่ได้ถือตามระเบียบนักเรียนทุนรัฐบาลฯ ดังนั้น เมื่อ นทร.เดินทางถึงสหรัฐฯ แล้ว ขอให้ส่งต้นฉบับใบรายงานตัว พร้อมที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ ให้ สนร. โดยเร็วที่สุดที่ทำได้ เพื่อ สนร. จะได้รีบส่งหนังสือรับรองการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage Letter) ให้ นทร. เพื่อไปดำเนินเรื่องขอยกเว้นการมีประกันสุขภาพของสถานศึกษา ( เช่นที่Office of International Students and Scholars หรือ Health Insurance Coordinator แล้วแต่กรณี ) ก่อนครบกำหนดวันที่สถานศึกษาวางไว้ ทั้งนี้ นทร.จะได้รับบัตรประจำตัวผู้มีประกันสุขภาพและคู่มือการประกันจากบริษัทประกันสุขภาพของ สนร. ภายใน 1-2 สัปดาห์
2) กรณีที่ นทร. เดินทางไปยังสหรัฐฯ ก่อนวันเริ่มรับทุน เพื่อศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ หรือวิชาอื่นๆ ก่อนเข้าศึกษาในโปรแกรมที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา หาก นทร.รายใดมีความประสงค์จะซื้อประกันสุขภาพกับของ สนร. ในช่วงเวลานี้ จะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเองเนื่องจากเป็นเวลาที่ยังไม่ได้รับทุน โดยแจ้งให้ สนร.ทราบฯ พร้อมส่งเช็ค หรือ Money Order สั่งจ่าย United Health Care เพื่อสนร. จะได้ดำเนินการจัดทำประกันสุขภาพให้ต่อไป และเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลานี้แล้ว สนร. จะต่อการทำประกันสุขภาพของนทร. กับบริษัทประกันสุขภาพของ สนร. นับตั้งแต่วันที่ นทร.ได้รับทุนไปจนถึงวันสุดท้ายของกรมธรรม์ประกันของปีนั้นๆ (31 สิงหาคม ของปีถัดไป) ทั้งนี้ สนร. จะทำประกันสุขภาพให้ นทร. โดยอัตโนมัติ และจะส่งหนังสือรับรองการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage Letter) ให้ นทร. เพื่อไปดำเนินเรื่องขอยกเว้นการมีประกันสุขภาพของสถานศึกษา ( เช่นที่ Office of International Students and Scholars หรือ Health Insurance Coordinator แล้วแต่กรณี ) ก่อนครบกำหนดวันที่สถานศึกษาวางไว้
3) กรณี นทร. ที่ได้รับทุนในต่างประเทศ หลังจากที่ได้ลงนามในหนังสือสัญญาการรับทุนแล้ว ขอให้แจ้งไปยัง สนร. เพื่อ สนร. จะได้ส่งหนังสือรับรองการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage Letter) ให้ นทร. เพื่อไปดำเนินเรื่องขอยกเว้นการมีประกันสุขภาพของสถานศึกษากับ Office of International Students and Scholars หรือ Health Insurance Coordinator แล้วแต่กรณี ก่อนครบกำหนดวันที่สถานศึกษาวางไว้ นทร. จะได้รับบัตรประจำตัวผู่มีประกันสุขภาพและคู่มือการประกันจากบริษัทประกันสุขภาพของ สนร. ภายใน 1-2 สัปดาห์นับจากวันที่สนร.ได้รับแจ้ง
หมายเหตุ ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับบัตรประกันสุขภาพ หากนทร. เกิดเจ็บป่วยก็สามารถใช้หนังสือรับรองการ มีประกันสุขภาพข้างต้นไปแสดงกับแพทย์หรือสถานพยาบาล เพื่อเข้ารับการรักษาเป็นการชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะได้รับบัตรประจำตัวผู้มีประกันสุขภาพ
7. ถ. นทร. ที่กำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐฯ (นักเรียนเก่า) และในปีการศึกษาที่ผ่านมา ได้ทำประกันสุขภาพกับของสถานศึกษา ปีการศึกษาใหม่นี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง
ต. ขอให้ นทร. ดำเนินการ ดังนี้
1) ตรวจสอบว่าเป็นสถานศึกษาที่บังคับให้ทำประกันกับบริษัทที่สถานศึกษาจัดหาให้เท่านั้นหรือไม่ โดยให้ดูจากบัญชีรายชื่อในข้อข้างต้น พร้อมทั้งตรวจสอบกับสถานศึกษาเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
2) หากสถานศึกษาไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว ขอให้ นทร. กรอกแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพซึ่ง สนร. ส่งไปให้ หรือหากนทร. ไม่ได้รับแบบฟอร์มดังกล่าว ก็สามารถพิมพ์ได้จากเว็ปไซต์ของ สนร. จากนั้นส่งแบบฟอร์มคืนไปยัง สนร. ทั้งนี้ สนร.ใคร่ขอความร่วมมือจาก นทร. ทุกคน ให้กรอกแบบฟอร์มแจ้งการเลือกประกันสุขภาพดังกล่าว แล้วส่งคืนไปยัง สนร. ภายในกำหนดวันที่ได้รับแจ้งจาก สนร. เพื่อ สนร. จะได้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องต่อไป
หาก สนร. ไม่ได้รับแบบฟอร์มแจ้งการเลือกประกันสุขภาพภายในวันที่กำหนดหรือไม่ได้รับแจ้งการทำประกันสุขภาพกับสถานศึกษา จะถือว่า นทร. เลือกทำประกันสุขภาพในระบบกลางกับ สนร. และ สนร.จะทำประกันสุขภาพให้นทร. กับบริษัทประกันที่ สนร. จัดหาให้โดยอัตโนมัติ
อนึ่ง หาก นทร. ละเลย เพิกเฉยไม่ปฎิบัติตามที่ได้รับแจ้ง และสถานศึกษาเรียกเก็บเงินค่าเบี้ยประกันสุขภาพซ้ำซ้อนไปยัง สนร. นทร. จะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเบี้ยประกันในส่วนที่ซ้ำซ้อนเอง สนร.ขอย้ำ ว่า นทร.ต้องไปยื่นเรื่องขอยกเว้นการมีประกันสุขภาพกับของสถานศึกษาทันที ตามที่แจ้งไว้ข้างต้น หากไม่ไปยื่นเรื่องขอยกเว้นการประกันสุขภาพของสถานศึกษาภายในวันที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาจะคิดค่าประกันสุขภาพในใบเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียน และทำให้ นทร.ต้องรับผิดชอบจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันในส่วนของสถานศึกษา
สำหรับ นทร. ที่ส่งแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพไปยัง สนร. และได้เลือกที่จะทำประกันสุขภาพในระบบกลาง (กับบริษัทที่ สนร. จัดหาให้) สนร. จะส่งหนังสือยืนยันการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage Letter) ไปให้ นทร. เพื่อ นทร. จะได้นำไปแสดงกับสถานศึกษา ( เช่น Office of International Student หรือ Health Insurance Coordinator แล้วแต่กรณี ) เพื่อขอยกเว้นการประกันสุขภาพของสถานศึกษา ก่อนครบวันที่สถานศึกษากำหนด
8. ถ. นทร. ที่ได้ทำประกันสุขภาพกับสถานศึกษาโดยไม่ได้ส่งแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพให้ สนร. ทราบ ต่อมาได้ทราบว่า สนร. ได้ทำประกันสุขภาพในระบบกลางให้ด้วย จะต้องดำเนินการอย่างไร
ต. ขอให้รีบทำเรื่องขอยกเว้นการมีประกันสุขภาพกับสถานศึกษา โดยแจ้ง Office of International Students and Scholars หรือ Health Insurance Coordinator แล้วแต่กรณี โดยเร็ว หากสถานศึกษาไม่สามารถยกเลิกการประกันสุขภาพของสถานศึกษาได้ ก็ให้แจ้ง สนร.ทราบโดยด่วนที่สุดที่จะทำได้ เพื่อ สนร. จะได้ขอยกเลิกการประกันสุขภาพของ นทร. ในระบบกลาง ทั้งนี้ หาก สนร. ไม่สามารถยกเลิกการประกันสุขภาพในระบบกลาง หรือยกเลิกได้แต่ได้รับเงินค่าเบี้ยประกันคืนไม่หมด นทร.จะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเบี้ยประกันในส่วนที่ สนร. ไม่สามารถเรียกคืนจากบริษัทประกันสุขภาพกลาง โดย สนร.จะหักจากเงินค่าใช้จ่ายรายเดือนของนทร. หรือเรียกเก็บเงินจากนทร.ในภายหลัง
9. ถ. นทร. ที่ต้องการทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันสุขภาพที่ สนร. จัดหาให้ จะต้องแจ้งยืนยันมาทางสนร. อีกหรือไม่คะ
ต. 1) กรณี นทร. ซึ่งเป็น นทร. และยังได้รับเงินค่าใช้จ่ายจากรัฐบาลอยู่ ไม่ว่าจะเลือกการประกันสุขภาพกับของ สนร. หรือของสถานศึกษาก็ตาม นทร. ต้องส่งแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพให้ สนร. ทราบเพื่อเป็นการยืนยันความประสงค์ว่าจะทำประกันสุขภาพกับใคร และ สนร.จะได้ทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันสุขภาพที่ สนร. จัดหาให้ต่อไป
2) กรณี นทร. ซึ่งเป็น นทร. ที่ได้รับอนุมัติให้ศึกษาต่อด้วยทุนส่วนตัว (เนื่องจากศึกษาเกินระยะเวลาที่ทุนกำหนด) รวมทั้งผู้ซึ่งเป็นข้าราชการลาศึกษา ขอให้ส่งเช็คส่วนตัว หรือ Money Order ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ สั่งจ่าย United health Care ไปยัง สนร. แต่เนิ่นๆ เพื่อ สนร. จะได้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องต่อไป ทั้งนี้บริษัทประกันสุขภาพจะรับใบสมัครและเช็คค่าเบี้ยประกันจาก สนร. โดยตรง (บริษัทฯ จะไม่รับจาก นทร. โดยตรง) เมื่อ สนร. ได้รับค่าประกันแล้ว สนร. ก็จะออกหนังสือ Proof of Coverage ตามระยะเวลาที่ได้รับแจ้งให้ เพื่อ นทร. จะได้นำไปแสดง เพื่อขอยกเว้นการทำประกันสุขภาพกับสถานศึกษาต่อไปได้
10. ถ. หาก นทร. ทำประกันสุขภาพกลางกับบริษัทที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ จัดหาให้ นทร. จะต้องดำเนินการอย่างไรกับทางสถานศึกษาฯ เพื่อทางสถานศึกษาฯ จะได้ไม่ทำประกันซ้ำซ้อนให้อีก
ต. เพื่อมิให้เกิดกรณีทำประกันซ้ำซ้อน นทร. ทุกคนจะต้องไปดำเนินเรื่องขอยกเว้นการทำประกันสุขภาพของสถานศึกษาก่อน โดย
1) กรณีนักเรียนใหม่ที่เพิ่งมาศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่สหรัฐอเมริกาเป็นปีการศึกษาแรก ขอให้ส่งแบบรายงานตัวทางโทรสาร หรืออีเมล์ พร้อมที่อยู่ไปยัง สนร. เพื่อ สนร. จะได้ส่งหนังสือยืนยันการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage) ไปให้นทร. ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้บนแบบรายงานตัว และ นทร. จะต้องนำหนังสือยืนยันการมีประกันสุขภาพไปแสดงกับสถานศึกษา เพื่อขอยกเว้นการประกันสุขภาพของสถานศึกษา หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็ให้สอบถามไปยัง สนร.
2) กรณีนักเรียนเก่าที่กำลังศึกษาในสหรัฐฯ และได้แจ้งความประสงค์ว่าจะทำประกันสุขภาพกลางกับ สนร.ไว้แล้ว ขอให้นำบัตรประกันสุขภาพของบริษัทประกันสุขภาพของ สนร.ไปยื่นขอยกเว้นการประกันสุขภาพกับสถานศึกษา หากยังไม่ได้รับบัตรประกันสุขภาพของบริษัทประกันสุขภาพ ก็แจ้งให้ สนร.ออกหนังสือรับรองการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage) เพื่อจะได้ไปแสดงต่อสถานศึกษาเพื่อขอยกเว้นการมีประกันกับสถานศึกษา
11. ถ. นทร. ที่ด้รับทุน TA/RA จากสถานศึกษาซึ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพของสถานศึกษาให้ผมเพียงบางส่วน หาก นทร. จะเลือกทำประกันสุขภาพกับของสถานศึกษา สามารถเบิกค่าเบี้ยประกันสุขภาพในส่วนที่ TA/RA จ่ายไม่ครบกับ สนร. ได้หรือไม่ อย่างไร
ต. หาก นทร. มีความประสงค์จะทำประกันสุขภาพกับของสถานศึกษา ก็ให้ส่งแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพซึ่งพิมพ์ได้จากเว็ปไซต์ให้ สนร. ทราบ พร้อมบิลเรียกเก็บเงินค่าเบี้ยประกันสุขภาพส่วนที่เหลือไปยัง สนร. เพื่อจะได้พิจารณาดำเนินการเบิกค่าเบี้ยประกันสุขภาพในส่วนที่ยังจ่ายไม่ครบ ให้ตามระเบียบต่อไป
12. ถ. หากประสงค์ที่จะทำประกันฟันเพิ่มเติมในระบบประกันสุขภาพกลาง โดยจะจ่ายเพิ่มในส่วนนี้เอง จะทำได้ไหม มีราคาอย่างไร
ต. ระบบประกันสุขภาพกลางไม่ครอบคลุมการประกันสุขภาพฟัน แต่หาก นทร. ประสงค์จะซื้อประกัน สุขภาพฟันเพิ่มเติม บริษัทประกันสุขภาพของ สนร. มีประกันสุขภาพฟันแบบมีส่วนลด ซึ่ง นทร. สามารถจัดซื้อเพิ่มเติมโดย นทร. ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันในส่วนนี้เอง ทั้งนี้ขอให้ศึกษารายละเอียดประกันสุขภาพฟันแบบมีส่วนลด และเงื่อนไขการประกันในแบบกรมธรรม์ของ สนร. หรือจากเว็ปไซต์ของบริษัทประกันสุขภาพ
13. ถ. นทร. ที่อยากทำประกันให้ภรรยา ซึ่งก็เป็นนักเรียน (แต่ไม่ใช่นร.ทุน) จะทำในราคาเดียวกับของนักเรียน ทุนฯ ได้ไหม (ค่าประกันสุขภาพของภรรยาแพงมาก)
ต. ภรรยาของ นทร.จะทำในราคาเดียวกับนักเรียนทุนไม่ได้ เนื่องจาก สนร.ได้จัดแผนการประกันให้ครอบคลุมผลประโยชน์แก่ผู้ทำประกันสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ ภายในราคาที่สมเหตุผล กรมธรรม์จึงจำกัดไว้สำหรับนักเรียนทุนในความดูแลของ ก.พ. และข้าราชการลาศึกษา หรือฝึกอบรมเท่านั้น อย่างไรก็ดีแผนการประกันสุขภาพที่ สนร. จัดหาให้นั้น นทร. สามารถซื้อประกันเพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมผู้ติดตาม เช่นภรรยา หรือบุตร เพียงแต่ค่าเบี้ยประกันของผู้ติดตามจะสูงกว่าค่าเบี้ยประกันของ นทร. ทั้งนี้ ขอให้ศึกษาจากข้อมูลการประกันบนเว็บไซต์ของ สนร. ที่ www.oeadc.org
14. ถ. ถ้านทร. เปลี่ยนที่อยู่ ควรแจ้งให้ บริษัทประกัขสุขภาพโดยตรง หรือแจ้งให้ สนร. ทราบ
ต. ต้องแจ้งให้ สนร. ทราบ และนทร. ทุกท่านสามารถแก้ไขที่อยู่เองได้จากเวปไซด์ของบริษัทประกันโดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย การแจ้งการเปลี่ยนที่อยู่จะเป็นผลดีกับ นทร. ในหลายเรื่องนอกเหนือจากเรื่องการประกันสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น การจัดส่งเงินเดือน หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ การติดต่อให้ข่าวสารสำคัญๆ ระหว่างเจ้าของทุน ผู้ปกครอง หรือจากสถานศึกษา เป็นต้น
กรณีที่ นทร. เดินทางกลับเยี่ยมบ้านชั่วคราว โดยออกจากที่อยู่ประจำ และจะทราบที่อยู่ใหม่หลังจากที่เดินทางกลับมาศึกษาต่อแล้ว ก็ขอให้แจ้งที่อยู่ชั่วคราวช่วงที่กลับเยี่ยมบ้านให้ สนร.ทราบด้วย เพราะหากมีเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวกับการประกันสุขภาพ หรือการศึกษา หรืออื่นๆ สนร. จะได้ติดต่อ นทร. ๆ ให้ไปดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และเกิดผลเสียหายกับนทร. น้อยที่สุด
15. ถ. อยากทราบว่าจะสามารถทำประกันสุขภาพโดยให้มีผลย้อนหลังได้หรือไม่ เช่น มีผลตั้งแต่วันที่เดินทางออกจากประเทศไทย
ต. 1) เฉพาะกรณีนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเดินทางไปศึกษาในสหรัฐฯ สนร. ได้ทำความตกลงกับบริษัทประกันสุขภาพว่า สนร. จะเริ่มประกันสุขภาพให้นักเรียนใหม่นับจากวันที่เดินทางออกจาก ประเทศไทย หรือนับจากวันที่เริ่มได้รับทุน แล้วแต่กรณี
2) ส่วนนักเรียนเก่าซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐฯ ในระหว่างที่ยังได้รับทุน หรืออยู่ด้วยทุนส่วนตัว บริษัทประกันสุขภาพจะไม่รับทำประกันสุขภาพย้อนหลังไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ดังนั้นหาก นทร.ท่านใดมีความประสงค์จะทำประกันสุขภาพกับ สนร. ก็ขอให้ส่งแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพไปยัง สนร. แต่เนิ่นๆ ในกรณีที่ท่านศึกษาอยู่ด้วยทุนส่วนตัว ขอให้ส่งเช็คหรือ Money Order ค่าเบี้ยประกันไปยัง สนร. เพื่อ สนร. จะได้รับดำเนินการให้ต่อไป
16. ถ. ขณะนี้อยู่ด้วยทุนส่วนตัว หากประกันกับสนร. แต่จะขอผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ สนร. มีระบบให้เลือกจ่ายเงินอย่างไรบ้าง
ต. การจ่ายค่าเบี้ยประกันของ สนร. ต้องจ่ายเป็นงวด งวดละ 6 เดือน (งวดระหว่างเดือน ก.ย. – ก.พ. และ มี.ค. – ส.ค.) ตามข้อตกลงที่ สนร. มีกับบริษัทประกันสุขภาพ
17. ถ. นทร.ที่ อยู่ด้วยทุนส่วนตัว และได้จ่ายค่าประกันไปล่วงหน้า แต่สำเร็จการศึกษาก่อนครบกำหนด คาบเวลาของการประกัน จะขอให้สนร.สำรองจ่ายคืนค่าประกันส่วนที่จ่ายเกิน เพื่อใช้เป็นค่าเดินทางกลับบ้านได้หรือไม่ เพราะหากกลับไปแล้ว คงจะมาติดตามขอเงินคืนไม่สะดวก
ต. สนร. ไม่สามารถสำรองเงินในส่วนนี้คืนให้ได้ค่ะ อย่างไรก็ดีก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับประเทศไทยขอให้ท่านแจ้งที่อยู่ที่ติดต่อได้ในประเทศไทย เพื่อ สนร. จะได้ส่งเช็คค่าเบี้ยประกันที่ได้รับคืนจากบริษัทฯ ไปให้ท่านโดยตรง อนึ่ง บริษัทประกันสุขภาพจะใช้เวลาประมาณ 30-45 วันนับจากวันที่ท่านเดินทางออกจากสหรัฐฯ ในการดำเนินการจัดส่งเช็คเงินค่าเบี้ยประกันคืนให้
18. ถ. นทร.ที่ได้รับทุน TA/RA และประกันสุขภาพจากสถานศึกษา แต่การประกันสุขภาพที่สถานศึกษาให้ครอบคลุมไม่มาก จะขอทำประกันกับ สนร. ได้หรือไม่ อย่างไร และจะต้อง Claim กับบริษัทประกันสุขภาพของสถานศึกษา หรือ กับของ สนร.
ต. ทำได้ โดยกรอกแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพจากเว็ปไซต์ของ สนร. พร้อมส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการประกันสุขภาพที่สถานศึกษาจัดให้ สนร. ทราบ สนร.จะจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ หากยังอยู่ในช่วงที่ นทร.ผู้นั้นยังได้รับทุนฯ และเมื่อเกิดเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ หรือ สถานพยาบาล ขอให้ส่ง Claim ค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทประกันสุขภาพที่สถานศึกษาจัดหาให้ก่อน และหากมีค่าใช้จ่ายที่บริษัทประกันสุขภาพของสถานศึกษาไม่จ่าย หรือครอบคลุมไม่ถึง ก็ให้ส่งแบบชี้แจงการจ่ายค่ารักษาพยาบาล(Explanation of Benefit หรือ EOB) จากบริษัทประกันสุขภาพของสถานศึกษา พร้อมแบบ Claim ไปยังบริษัทประกันสุขภาพของ สนร. ต่อไป
หมายเหตุ ไม่ว่า นทร. จะเลือกทำประกันสุขภาพกับของสถานศึกษา หรือที่ สนร. จัดหาให้ นทร. ทุกคน ควรถ่ายสำเนาบิลค่ารักษาพยาบาล แบบชี้แจงการจ่ายค่ารักษาพยาบาล (EOB) และเก็บข้อมูลการติตด่อกับบริษัทโดยทางอีเมล์ โทรศัพท์ หรือจดหมายทุกครั้ง เพื่อเก็บเป็นข้อมูลอ้างอิง กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องใช้ในการอ้างอิงการติดต่อกับบริษัทประกันสุขภาพ
19. ถ. นทร.ที่ ทำประกันสุขภาพกับของสถานศึกษาเป็นเทอมๆ และเทอมปัจจุบันมีประกันสุขภาพกับสถานศึกษาอยู่ ขอทำประกันสุขภาพกับ สนร. ในเทอมการศึกษาถัดไป ได้หรือไม่ อย่างไร
ต. ทำได้ โดยกรอกแบบแจ้งการเลือกประกันสุขภาพจากเว็ปไซต์ ส่งไปยัง สนร. ล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน ทั้งนี้ขอให้ นทร. ตรวจสอบวันสิ้นสุดการประกันสุขภาพที่มีกับสถานศึกษา และให้ใช้วันถัดไปเป็นวันเริ่มต้นการทำประกันสุขภาพกับ สนร. เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ประโยชน์ของการประกันสุขภาพอย่างต่อเนื่อง อนึ่ง นทร. จะต้องไปยื่นเรื่องขอยกเว้นการทำประกันสุขภาพของสถานศึกษาโดยแสดงหนังสือยืนยันการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage) ที่ขอได้จาก สนร. ให้สถานศึกษาทราบภายในกำหนดเวลาที่สถานศึกษากำหนดไว้ เพื่อป้องกันการเรียกเก็บเงินค่าเบี้ยประกันซ้ำซ้อน หากสถานศึกษาเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันซ้ำซ้อนไปยัง สนร. นทร. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าเบี้ยประกันในส่วนที่ซ้ำซ้อนเอง
20. ถ. ผู้ที่เป็นข้าราชการลาศึกษาระยะสั้น ด้วยทุนส่วนตัว มีความสนใจจะขอทำประกันสุขภาพที่ สนร. จัดให้ จะทำได้หรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
ต. ทำได้ โดยส่งเช็คจ่ายค่าเบี้ยประกันไปยัง สนร. เพื่อ สนร. จะได้ดำเนินการให้ท่านต่อไป อนึ่ง บริษัทประกันสุขภาพจะไม่รับการขอประกันจากท่านโดยตรง
21. ถ. ถ้าทุนที่ได้รับจะครบกำหนดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ของปี นทร.จะมีสิทธิ์ได้รับค่าประกันถึงเมื่อใด
ต 1) กรณี นทร.เลือกทำประกันในระบบประกันสุขภาพกลาง(ของ สนร.) โดยที่ สนร. แบ่งช่วงการชำระเงินค่าเบี้ยประกันตามข้อตกลงกับบริษัทประกันสุขภาพที่ สนร. จัดหาให้ นทร. เป็น 2 งวด คืองวดแรกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 28/29 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป (สำหรับ นทร.ที่ขอให้การประกันเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 กันยายน การจ่ายค่าเบี้ยประกันงวดแรกก็จะเริ่มจากวันที่ขอไปจนถึง 28 กุมภาพันธ์) และ งวดที่สองตั้งแต่ 1 มีนาคม - 31 สิงหาคม ดังนั้น สนร. จะใช้หลักการพิจารณาคือ
หากนักเรียนยังได้รับค่าใช้จ่ายจากรัฐบาล(ทุนยังไม่หมด) ภายในงวดประกันใด สนร. ก็จะจ่ายค่าเบี้ยประกันทั้งงวดนั้นให้ดังนี้
1.1) หากทุนที่ได้รับสิ้นสุดลง ณ วันใดวันหนึ่งในช่วงระหว่างเดือน กันยายน – กุมภาพันธ์ สนร. ก็จะจ่ายค่าเบี้ยประกันให้นักเรียนทั้งงวด (คืองวดเดือนกันยายน– กุมภาพันธ์) ตัวอย่างตามคำถามคือ ทุนหมดและต้องอยู่ด้วยทุนส่วนตัวนับจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และสถานศึกษาเปิดสอนวันแรกในวันที่ 8 มกราคม สนร. จะจ่ายค่าเล่าเรียนของภาคการศึกษานั้น พร้อมค่าเบี้ยประกันสุขภาพไปสิ้นสุดถึงเดือนสิงหาคมให้นักเรียน
1.2) หากทุนที่ได้รับสิ้นสุดลง ณ วันใดวันหนึ่งในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม - สิงหาคม สนร. ก็จะจ่ายค่าเบี้ยประกันให้นักเรียนทั้งงวดเช่นเดียวกัน (คืองวดเดือนมีนาคม – สิงหาคม) ยกตัวอย่างเช่น ทุนหมดในวันที่ 3 กันยายน และสถานศึกษาเปิดสอนวันแรกในวันที่ 7 กันยายน สนร. จะไม่จ่ายค่าเล่าเรียนของภาคนั้น แต่จะจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพไปสิ้นสุดถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปให้ นทร.
2) กรณี นทร. เลือกทำประกันสุขภาพของสถานศึกษา สนร. จะจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพให้สถานศึกษาต่อเมื่อ สนร. จ่ายค่าเล่าเรียนให้ นทร. ในภาคการศึกษานั้นซึ่ง สนร. จะดูจากวันที่ที่สถานศึกษาเปิดสอนวันแรก (Class begins) เป็นหลัก เช่น นทร. สิ้นสุดทุนและต้องอยู่ด้วยทุนส่วนตัวนับจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และสถานศึกษาเปิดสอนวันแรกวันที่ 8 มกราคม สนร. จะจ่ายค่าเล่าเรียน และค่าประกันสุขภาพของภาคนั้นๆ ให้ นทร. เท่านั้น (เฉพาะสิ้นสุดภาค Spring ประมาณเดือนพฤษภาคม เท่านั้น ไม่ถึงเดือนสิงหาคมเหมือนกับกรณีที่ นทร. เลือกทำประกันสุขภาพกลาง
ในทำนองเดียวกัน หาก นทร. สิ้นสุดทุนและต้องอยู่ด้วยทุนส่วนตัวนับจากวันที่ 3 กันยายน และสถานศึกษาเปิดสอนวันแรกวันที่ 7 กันยายน สนร. จะไม่จ่ายค่าเล่าเรียนและไม่จ่ายค่าประกันสุขภาพให้ นทร. ตั้งแต่ภาคการศึกษานั้น
22. ถ. ขณะนี้ นทร. กำลังศึกษาด้วยทุนส่วนตัวและใกล้สำเร็จการศึกษาแล้ว อยากทราบว่าจะขอทำประกันกับบริษัทที่ สนร. จัดหาให้สั้นกว่า 6 เดือนได้หรือไม่ หรือทำประกันสุขภาพกลางแล้ว 1 งวด แต่ นทร. สำเร็จการศึกษาก่อนครบกำหนดงวดประกันจะได้เงินค่าประกันคืนเท่าใด
ต. การทำประกันสุขภาพสั้นกว่า 6 เดือนทำไม่ได้ เนื่องจากข้อตกลงในการประกันสุขภาพที่ สนร. ทำกับบริษัทประกันสุขภาพนั้น ผู้ทำประประกันต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นรายงวด งวดละ 6 เดือน (งวดการจ่ายแบ่งเป็น 2 งวด คือ งวดกันยายน-กุมภาพันธ์ และ งวดมีนาคม-สิงหาคม) อย่างไรก็ดี หาก นทร. ยินยอมที่จะจ่ายค่าเบี้ยประกันเต็มงวด 6 เดือนล่วงหน้า เมื่อใกล้สำเร็จการศึกษาและส่งแบบแจ้งกำหนดการเดินทางกลับหลังสำเร็จการศึกษาไปยัง สนร. สนร. จะแจ้งขอยกเลิกการทำประกันสุขภาพให้ นทร. นับจากวันที่ นทร. เดินทางออกจากประเทศสหรัฐฯ (ตามวันที่ นทร. ได้แจ้งไว้บนแบบแจ้งการเดินทางกลับข้างต้น) ให้บริษัทประกันฯ ทราบ เพื่อขอคืนค่าเบี้ยประกันส่วนที่เหลือ (ตามข้อตกลงที่ สนร. ทำไว้กับบริษัทประกันฯ) ทั้งนี้ บริษัทประกันฯ จะใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน นับจากวันที่เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ในการดำเนินการส่งคืนค่าเบี้ยประกัน เมื่อ สนร. ได้รับแล้ว จะส่งเช็คคืนค่าเบี้ยประกันที่ สนร. ได้รับจากบริษัทประกันไปให้ท่านตามที่อยู่ในประเทศไทยที่ นทร. แจ้งเพิ่มเติมไว้บนแบบฟอร์ม
ส่วนเงินค่าเบี้ยประกัน จะได้คืนเป็นสัดส่วนทุกๆครึ่งเดือนไปจนสิ้นสุดงวดที่ นทร. ได้จ่ายค่าเบี้ยประกันไปแล้ว เช่นหาก นทร. จ่ายค่าประกันแล้วจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม แต่จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 8 พฤษภาคม นทร. จะได้รับคืนค่าเบี้ยประกันนับจากครึ่งเดือนหลังของเดือนพฤษภาคมไปจนสิ้นสุดเดือนสิงหาคม
23. ถ. กรณีเหตุฉุกเฉินคืออะไรบ้าง
ต. กรณีเหตุฉุกเฉินพอจะยกตัวอย่างหลักๆได้ดังนี้ เช่น หมดสติ เลือดไหลมากไม่อยุด สงสัยว่ามีกระดูกหัก มีบาดแผลฉกรรย์ สงสัยว่ามีภาวะหัวใจวาย การหายใจติดขัด หรือ มีอาการภูมิแพ้เฉียบพลันอย่างรุนแรง ทั้งนี้ขอให้ท่านศึกษารายละเอียดของคำนิยามกรณีเหตุฉุกเฉิน (Emergency) จากคู่มือประกันเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองด้วย ไม่ว่าท่านจะเลือกทำประกันสุขภาพกับสถานศึกษา หรือกับของ สนร.
24. ถ. นทร. ที่ขอทำประกันสุขภาพกับบริษัทที่ สนร. จัดหาให้ เมื่อเปิดภาคเรียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับบัตรประกันสุขภาพ ไม่ทราบว่าจะสามารถไปหาหมอได้หรือไม่ อย่างไร และจะต้องติดต่อใคร เพื่อขอให้ส่งบัตรให้ใหม่
ต. หากพ้นจากวันที่ 1 กันยายน และ นทร. ยังไม่ได้รับบัตรประจำตัวผู้มีประกัน และคู่มือการประกันย่อ ทางไปรษณีย์ ขอให้ นทร. ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
1) กรณีเร่งด่วน ขอให้ติดต่อสนร. ออกหนังสือรับรองการมีประกันสุขภาพ (Proof of Coverage) ซึ่งจะสามารถนำไป
1.1 ) ขอยกเว้นการมีประกันสุขภาพกับสถานศึกษา หรือ
1.2) แสดงต่อแพทย์ หรือสถานพยาบาล เป็นการชั่วคราวก่อน กรณีเจ็บป่วย
2) กรณีไม่เร่งด่วน ขอให้ติดต่อบริษัทประกันสุขภาพตามรายละเอียดที่แจ้งไว้บนเว็ปไซต์ของ สนร. http://oeadc.org/scholars/healthinsurance/ หรือ นทร. อาจพิมพ์บัตรประจำตัวผู้มีประกันจากเว็ปไซต์ของบริษัทได้เองทันทีที่ https://www.uhcsr.com/college/ViewBrochures.aspx