Personal tools
คุณอยู่ที่นี่: หน้าหลัก นักเรียนทุนส่วนตัว สรรสาระ บริการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Postal Service)
สารบัญ
Thaischolar Email Log in
แจ้งจุดบกพร่องของเว็บไซต์
 

บริการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Postal Service)

Document Actions
โดย ชินวัตร อิศราดิสัยกุล นักเรียนทุนรัฐบาลไทยรุ่นปี 2547


บริการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Postal Service)

            แม้ว่ายุคนี้การสื่อสารแบบรวดเร็วทันใจ (Instant communication) เช่น การส่งข้อความสนทนาทางอินเทอร์เน็ตแบบทันใจ (Instant messaging) การติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ การรายงานข่าวและพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น จะเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป เนื่องจากโลกในยุคปัจจุบัน เหตุการณ์หนึ่งๆ ที่เกิดขึ้นในซีกโลกหนึ่งมักจะส่งผลถึงอีกซีกโลกหนึ่งในเวลาไม่นานนัก ตามที่มีผู้กล่าวไว้ว่า หากผีเสื้อตัวเดียวขยับปีก ณ ที่ใดที่หนึ่งของโลกก็อาจทำให้ผู้คนอีกฟากหนึ่งของโลกได้รับผลกระทบในไม่ช้า แต่การติดต่อสื่อสารด้วยวิธีเดิมๆ ที่ต้องใช้เวลาในการส่งสารก็ยังเป็นที่จำเป็นในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปรษณีย์ ทั้งนี้เพราะเราไม่สามารถส่งเอกสารบางอย่างโดยไม่ใช้บริการไปรษณีย์ได้ ตัวอย่างเช่น นักเรียน Prep School สามารถส่งแบบฟอร์มขออนุญาตออกนอกโรงเรียน (Prep Permission) ทางอีเมลได้ แต่นักเรียน Prep School ก็ไม่สามารถส่งเอกสารขอเบิกจ่ายค่าเดินทางเพื่อร่วมโครงการช่วงคริสต์มาสที่ Stony Point ทางอีเมลได้ เพราะต้องส่งหางตั๋วหรือใบเสร็จรับเงินค่าเดินทางแนบมาเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาเบิกจ่ายค่าเดินทางด้วย เพื่อนๆ นักเรียนทุนที่ต่ออายุหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถบีบอัดเล่มหนังสือเดินทางและส่งผ่านสายโทรศัพท์ไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตันได้ อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ หน่วยบัญชีและการเงินของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ ก็ไม่สามารถส่งเช็คให้กับเพี่อนๆ นักเรียนทุนหากไม่ใช้บริการไปรษณีย์ เป็นต้น หากขาดบริการไปรษณีย์แล้ว การประกอบธุรกรรมต่างๆ คงเป็นไปด้วยความลำบาก การเบิกจ่ายต่างๆ คงเป็นไปด้วยความยุ่งยาก และเพื่อนๆ นักเรียนทุนส่วนหนึ่งที่รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนเป็นเช็คคงอดอยากปากแห้งไปตามๆ กัน (หนึ่งในนั้นคือผู้เขียนนั่นเอง)

                การบริการไปรษณีย์ในสหรัฐอเมริกาเริ่มขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม 1775 หลังจากที่ Second Continental Congress มีมติจัดตั้ง Post Office Department และแต่งตั้ง Postmaster General เป็นผู้ดูแลกรมไปรษณีย์ อันเป็นหน่วยงานกลางสหรัฐที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับที่สอง เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) เป็น Postmaster General คนแรกของกรมไปรษณีย์ นับแต่นั้นมา Post Office Department ก็ได้รับการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเป็น United States Postal Service ในปัจจุบัน[1]

                ด้วยปริมาณซองจดหมายที่มีมากขึ้นทุกวัน การคัดแยกจดหมายเพื่อจัดส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ จึงเป็นไปด้วยความลำบากมากขึ้น ดังนั้น ในวันที่ 30 เมษายน 1963 กรมไปรษณีย์จึงประกาศใช้ระบบรหัสไปรษณีย์ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 1963 เป็นต้นมา รหัสไปรษณีย์ในประเทศสหรัฐอเมริกามีชื่อเรียกเฉพาะว่า ZIP Code โดยคำว่า ZIP ย่อมาจาก Zoning Improvement Plan รหัสไปรษณีย์นี้มี 5 หลัก แบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

-          หลักแรก มีความสำคัญมากที่สุด เป็นเลข 0-9 โดยขึ้นกับพื้นที่ส่วนต่างๆ ของสหรัฐฯ เลข 0 ใช้สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก ไล่ไปจนถึงเลข 9 ซึ่งใช้สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันตก

-          หลักที่สองและสาม บ่งบอกพื้นที่ที่ละเอียดขึ้น โดยถือเอาศูนย์กลางประชากรและโครงข่ายคมนาคมเป็นหลัก โดยทั่วไปจะเป็นรหัสของศูนย์คัดแยกจดหมายประจำท้องที่นั้นๆ

-          หลักที่สี่และห้า บ่งบอกที่ทำการไปรษณีย์ย่อย หรือพื้นที่ย่อยๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์คัดแยกจดหมายในท้องที่นั้นๆ[2]

ZIP_code_zones

รูปที่ 1 แสดงพื้นที่แบ่งตามรหัสไปรษณีย์สามหลักแรก[3]

ตัวอย่างเช่น รหัสไปรษณีย์ 03894 เลข 0 คือรัฐในแถบ New England 38 คือศูนย์คัดแยกจดหมาย Portsmouth, NH 94 คือที่ทำการไปรษณีย์ย่อยในศูนย์นี้ รวมทั้งหมดคือที่ทำการไปรษณีย์ Wolfeboro, NH 19104 เลข 1 คือรัฐ New York หรือ Pennsylvania 91 คือ Philadelphia Main 04 คือที่ทำการไปรษณีย์ในศูนย์นี้ รวมทั้งหมดคือ Philadelphia Main Post Office เป็นต้น (ดูรูปที่ 1 ประกอบ)[4]

                เมื่อมีการใช้บริการ ก็ย่อมมีค่าธรรมเนียม บริการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางดวงตราไปรษณียากร (Stamps) ในอัตราที่ต่างๆ กัน ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา USPS ไม่ได้ปรับอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ขึ้น กล่าวคือ $0.37 สำหรับจดหมายซองเล็กในประเทศ $0.80 สำหรับจดหมายซองเล็กระหว่างประเทศ ฯลฯ แต่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2005 ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของ USPS มีมติให้ปรับอัตราค่าบริการขึ้นประมาณร้อยละ 5.4 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับหนึ่งที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกในปี 2003 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2006[5] ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา อัตราค่าธรรมเนียมในการใช้บริการไปรษณีย์ประเภทต่างๆ จึงเป็นดังนี้

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบอัตราค่าธรรมเนียมแบบเก่าและแบบใหม่

บริการ

เก่า

ใหม่

First-Class Letter (1 oz.)

37¢

39¢

First-Class Letter (2 oz.)

60¢

63¢

Postcard

23¢

24¢

Priority Mail (1 lb.)

$3.85

$4.05

Express Mail (1/2 lb)

$13.65

$14.40

Express Mail (2 lb)

$17.85

$18.80

โดย First-Class Letter คือจดหมายแบบปกติที่พวกเราใช้ส่งกันบ่อยครั้ง Postcard คือไปรษณียบัตรต่างๆ Priority Mail เป็นพัสดุประเภทเอกสารต่างๆ หรือของขวัญ ส่วน Express Mail คือบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ

                หากจะลงรายละเอียดกันให้มากขึ้น เพื่อนๆ นักเรียนทุนสามารถคำนวณค่าบริการไปรษณีย์กันได้ไม่ยาก โดย First-Class Letter จะเริ่มที่ $0.39 สำหรับออนซ์แรก และเพิ่ม $0.24 สำหรับแต่ละออนซ์และเศษของออนซ์ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น หากจดหมายหนัก 2.9 ออนซ์ ก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมราคา $0.87 ทั้งนี้ มีจดหมายบางประเภทที่ไม่สามารถเข้าเครื่องคัดแยกจดหมายได้ กล่าวคือ หนักน้อยกว่า 1 ออนซ์และขนาดซองใหญ่กว่า 6.125x11.5 นิ้ว หรือมีรูปร่างหรือสิ่งของภายในผิดแปลกไปจากซองจดหมายปกติ จดหมายประเภทนี้ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีก 13 เซนต์ รวมเป็น 52 เซนต์[6]

            นอกจากบริการโดยทั่วไปแล้ว บริการพิเศษอื่นๆ ก็ขึ้นราคาตามไปด้วยกัน ดังนี้

ตารางที่ 2 เปรียบเทียบอัตราค่าบริการพิศษต่างๆ แบบเก่าและแบบใหม่

บริการพิเศษ

เก่า

ใหม่

Certificate of Mailing

 

95¢

Certified Mail

$2.30

$2.40

Delivery Confirmation (Priority)

45¢

50¢

Delivery Confirmation (First Class Parcels)

55¢

60¢

Return Receipt (Original Signature)

$1.75

$1.85

Return Receipt (Electronic)

$1.30

$1.35

Money Orders (up to $500)

90¢

95¢

โดย Certificate of Mailing ให้หลักฐานว่าได้ทำการส่งจดหมายแล้ว Certified Mail ให้หลักฐานการส่งและจ่ายจดหมาย Delivery Confirmation ให้หลักฐานการจ่ายจดหมาย Return Receipt เป็นไปรษณียบัตรแสดงหลักฐานการจ่ายจดหมายและลายเซ็นของผู้รับจดหมาย (บัตรเขียวที่น้องๆ นักเรียนทุนระดับมัธยมศึกษาได้รับกลับมาเมื่อซองใบสมัครมหาวิทยาลัยถึงที่หมายแล้ว) ส่วน Money Order จะเป็นคล้ายๆ กับเช็ค แต่ซื้อได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์

                ตัวอย่าง นักเรียนทุนรัฐบาลระดับมัธยมศึกษา (Prep School) คนหนึ่งเข้าร่วมโครงการช่วงคริสต์มาสและต้องการส่งซองใบสมัครมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจาก Stony Point, NY โดยใช้ซองจดหมายขนาด 9x12 นิ้ว ที่หนัก 1.5 ออนซ์ และบริการ Certified Mail และ Return Receipt แบบ Original Signature ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด $4.88 (จากเดิมที่เคยเป็น $4.65) หากนักเรียนคนนี้ไม่มีเช็คธนาคารสั่งจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครสถานศึกษาและต้องซื้อ Money Order ราคา $60 ก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม $60.95 ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับค่าบริการต่างๆ ภายในประเทศได้ที่ http://www.usps.com/consumers/domestic.htm

ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศก็ปรับราคาขึ้นเช่นเดียวกัน สำหรับค่าธรรมเนียมส่งจดหมายไปยังประเทศไทย ซึ่งจัดเป็นกลุ่มที่ 5 โดยคร่าวๆ มีดังนี้ จดหมายทางอากาศ (Airmail Letter-post) เริ่มต้นที่ $0.84 จากเดิม $0.80 พัสดุทางอากาศ (Airmail Parcel Post) เริ่มต้นที่ $13.25[7] ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับค่าบริการต่างๆ ไปยังประเทศไทยได้ที่ http://pe.usps.com/text/Imm/immicl/immicltz_004.html

หากเพื่อนๆ นักเรียนทุนทราบขนาดของซองจดหมายหรือพัสดุ และน้ำหนัก ก็สามารถคำนวณค่าบริการต่างๆ ได้ โดยใช้บริการ Postage Rate Calculator ซึ่งอยู่ที่ http://postcalc.usps.gov/

ด้วยความจำเป็นต่างๆ ทำให้เราต้องส่งจดหมายทางไปรษณีย์ และด้วยความจำเป็นต่างๆ ทำให้ United States Postal Service ต้องขึ้นราคาค่าบริการต่างๆ แต่อย่างไรก็ดี ค่าบริการที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้ความจำเป็นของพวกเราลดลงไป เรายังคงต้องใช้บริการ USPS กันต่อไป เพื่อให้การประกอบธุรกรรมและการเบิกจ่ายต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบง่าย และที่สำคัญคือ เพื่อให้บริการไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกาคงอยู่ได้ด้วยมือเล็กๆ ของพวกเราผู้ใช้บริการนั่นเอง


ชินวัตร อิศราดิสัยกุล
นักเรียนทุนรัฐบาลไทยรุ่นปี 2547 (TS47)
20 มกราคม 2549



แหล่งข้อมูลอ้างอิง

[1] USPS - The Postal Service Begins: http://www.usps.com/postalhistory/postal_service_begins.htm

[2] History of the United States Postal Service 1775-1993: http://www.usps.com/history/his2_75.htm

[3] แหล่งที่มาของภาพ: http://en.wikipedia.org/wiki/Image:ZIP_code_zones.png

[5] Governors Approve Change in Postage Rates: http://www.usps.com/communications/news/press/2005/pr05_097.htm

[6] USPS - Simplified Domestic Rates and Fees: http://www.usps.com/consumers/domestic.htm

[7] Country Conditions for Mailing - Thailand: http://pe.usps.com/text/Imm/immicl/immicltz_004.html

by OEA last modified 2006-03-15 14:28

สงวนลิขสิทธิ์ Copyright, All rights reserved. © 2000-2009 by Office of Educational Affairs

1906 23rd Street, N.W., Washington D.C. 20008 Tel. (202)667-8010 Fax. (202)265-7239