ทำไมไม่กำหนดวันหยุดราชการไทยให้ตรงกับวันหยุดท้องถิ่นเท่านั้น
วันหยุดราชการ เป็น “การแสดงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีของชาติ” แต่ละประเทศจึงมีวันหยุดราชการของตนเอง ที่มักกำหนดไว้ไม่ตรงกับประเทศอื่น เนื่องจากมีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีไม่เหมือนกัน ตัวอย่าง เช่น
วันเฉลิมฉลองความเป็นชาติหรือวันชาติ สหรัฐฯ ถือวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประกาศอิสรภาพจากประเทศอังกฤษ เป็นวันชาติ แต่ประเทศไทยถือวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนม์พรรษาเป็นวันชาติ ตามธรรมเนียมปฏิบัติส่วนใหญ่ของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข[i]เช่น เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบอร์ก ญี่ปุ่น เนปาล โมนาโก โอมาน เป็นต้น[ii]
ประเทศที่ชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริส์ต จะกำหนดวันสำคัญทางศาสนาคริส์ต เช่น วันขอบคุณพระเจ้า วันคริส์ตมาส เป็นวันหยุดราชการ ส่วนประเทศที่มีพุทธศาสนาเป็นศานาประจำชาติ จะกำหนดวันสำคัญทางพุทธศาสนา ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา ฯลฯ เป็นวันหยุดราชการ เป็นต้น
วัฒนธรรมของคนในชาติก็มีผลต่อการกำหนดวันหยุดราชการด้วย เช่น สังคมอเมริกันให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต การพักผ่อนกับครอบครัว การเดินทางไปพบบิดามารดาและญาติสนิทในช่วงวันหยุดยาว เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เนื่องจากเป็นสังคมเดี่ยว บุตรหรือธิดาซึ่งเติบใหญ่มักจะแยกครอบครัวไปอยู่ต่างหาก และอาจอยู่ต่างรัฐ การเดินทางไปเยี่ยมบิดามารดาหรือคนในครอบครัวจึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ประกอบกับสหรัฐฯ เป็นประเทศที่พื้นที่ใหญ่ถึง 18.7 เท่าของประเทศไทย (สหรัฐ : ไทย เท่ากับ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร ต่อ 5.1 แสนตารางกิโลเมตร) การเดินทางจึงต้องใช้เวลา ดังนั้น วันหยุดราชการของสหรัฐฯ จึงมักถูกกำหนดให้ตรงกับวันจันทร์ เพื่อให้คนได้มีโอกาสหยุดยาวไปทำภารกิจทางสังคมดังกล่าว วันหยุดราชการจึงมักไม่ตรงกับวันสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม เช่น วันรำลึกถึงพระคุณของคุณมาร์ติน ลูเธอร์คิง ผู้รณรงค์ต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของคนผิวสี ทางราชการกำหนดให้วันจันทร์ที่สามของเดือนมกราคม เป็นวันหยุดราชการ[iii] ทั้ง ๆ ที่คุณมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เกิดวันที่ 15 มกราคม 2472[iv] หรือวันค้นพบทวีปอเมริกา (Columbus Day) ราชการกำหนดวันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคม เป็นวันหยุดราชการ ในขณะที่วันที่โคลัมบัสเดินทางมาถึงทวีปอเมริกา คือ 12 ตุลาคม 2035[v] สำหรับไทยเราไม่มีวัฒนธรรมดังกล่าว จึงนิยมกำหนดวันหยุดราชการให้ตรงกับวันคล้ายวันจริง แต่ถ้าวันหยุดดังกล่าวตรงกับวันเสาร์หรืออาทิตย์ก็นิยมกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันหยุดชดเชย
ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ร้อยละ 95 ของประชากรนับถือศาสนาพุทธ มีวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดมาช้านาน ต่างจากหลายประเทศ เราจึงต้องกำหนดวันหยุดราชการให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและประเพณีของเราเอง สมกับการเป็นประเทศเอกราช มีอำนาจอธิปไตยของตนเอง
สำหรับส่วนราชการไทยในต่างประเทศ การกำหนดวันหยุดราชการ ต้องผสมผสานระหว่าง “การให้เกียรติประเทศเจ้าบ้าน” กับ ”ความเป็นประเทศเอกราช” โดยสถานเอกอัครราชทูตจะเป็นผู้พิจารณานำวันหยุดราชการตามประเพณีท้องถิ่นมาเป็นเกณฑ์ บวกด้วยวันหยุดราชการไทย แต่เมื่อรวมแล้ว ต้องไม่เกิน 20 วัน[vi]
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ก็กำหนดโดยยึดหลักการข้างต้น โดยกำหนด วันหยุดราชการปี 2549 ไว้ 19 วัน (วันหยุดราชการที่ข้าราชการในประเทศไทยได้รับ มี 16 วัน) ดังรายละเอียดใน http://www.oeadc.org/oea/holidays_2006
การกำหนดวันหยุดราชการของหน่วยงานในต่างประเทศ นอกจากต้องให้เกียรติประเทศเจ้าบ้านแล้ว ต้องให้เกียรติประเทศแม่ด้วย จะหยุดวันชาติเขา โดยไม่หยุดวันชาติเราได้อย่างไร
วิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์
15 กุมภาพันธ์ 2549
[i] เดิม วันที่ 18 กรกฎาคม 2481 รัฐบาล พันเอก พระยาพหลพลหยุหเสนา กำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นคล้ายวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นวันชาติ ของไทย แต่ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2503 รัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีประกาศยกเลิกวันดังกล่าว แล้วกำหนดให้วันเฉลิมพระชนม์พรรษา เป็น วันชาติ (www.thaimain.org/thai/thailand/n_day.html และ http://th.wikipedia.org/wiki)
[v] http://www1.minn.net/~keithp/v1.htm
[vi] หนังสือที่ กต 0202/ว.794 ลงวันที่ 9 เมษายน 2539 เรื่อง แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูต/คณะทูตถาวรฯ และสถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศ