พระปิยมหาราชกับการศึกษาไทย
King Rama V and Thai Education
“ปิย” แปลว่า ที่รัก มหาราช แปลว่า พระเจ้าแผ่นดินผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคำซึ่งมหาชนถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน ปิยมหาราช จึงแปลว่า พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นที่รักยิ่งของมหาชน
วันปิยมหาราช หมายถึง วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่ง เนื่องจากพระองค์ทรงมีคุโณปาการแก่สังคมไทย ทรงพัฒนาการศึกษา การทหาร การสื่อสาร การรถไฟ และทรงโปรดให้มีการเลิกทาส โดยมิได้มีการเสียเลือดเนื้อ ดังนั้น เพื่อแสดงความระลึกถึงบุญคุณของพระองค์ รัฐบาลจึงประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต เป็นวัน “ปิยมหาราช”
ในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษา พระองค์ตระหนักดีว่า ประเทศจะเจริญได้ก็ต่อเมื่อ คนในชาติมี “ความรู้” และเป็น “คนดี” จึงโปรดให้ปฎิรูปการศึกษา เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างและเตรียมงานให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง โดยมีเป้าหมายหลักสามประการ คือ เพื่อฝึกคนทำราชการ เพื่อคุณประโยชน์ของประชาชน และเพื่อบำรุงรักษาพระศาสนา
พระองค์ทรงขยายการศึกษาสู่คนทุกหมู่เหล่า ให้ลูกหลานของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ ตลอดจนคนทั่วไปได้โอกาสศึกษาเล่าเรียน โดย
o พ.ศ. 2415 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียน “พระตำหนักสวนกุหลาบ” ซึ่งเป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกสำหรับลูกหลานของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง
o พ.ศ. 2417 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนสตรีวังหลัง
o พ.ศ. 2427 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรตามวัดต่าง ๆ โรงเรียนหลวงสำหรับลูกหลานชาวบ้านแห่งแรก คือ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม
o พ.ศ. 2430 โปรดเกล้าฯ ตั้งกรมศึกษาธิการ ต่อมาเมื่อการศึกษาขยายตัวตามลำดับ ประชาชนต้องการเรียนรู้มากขึ้น พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกเป็นกระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน) ในปี พ.ศ.2435 โดยมีหน้าที่จัดการการศึกษาและการศาสนา และทรงพระราชทานตำราสอน เพื่อเป็นตำราในการเรียนการสอนด้วย
o พ.ศ. 2430 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนนายร้อยขึ้น โดยในระยะแรกเรียกว่า “คะเด็ตสกูล” ต่อมาทรงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนทหารสราญรมย์” และเป็นที่มาของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในปัจจุบัน
o พ.ศ.2435 ทรงส่งนักเรียนไปศึกษาวิชาทหารในยุโรป รุ่นแรก
o พ.ศ. 2439 โปรดเกล้าฯ ตั้งโรงเรียนฝึกหัดวิชาแพทย์ และผดุงครรภ์
o พ.ศ. 2440 โปรดเกล้าฯ ให้เริ่มมีการสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงไปเรียนในยุโรป ปีละ 2 ทุน เพื่อเปิดโอกาสให้ชนทุกชั้นซึ่งมีความรู้ความสามารถได้ไปศึกษาในต่างประเทศ
o พ.ศ. 2444 โปรดเกล้าฯ ตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่นครราชสีมา และในปีเดียวกันนี้ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนหลวงสตรี ชื่อ โรงเรียนบำรุงสตีรวิทยา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีโอกาสพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง
o พ.ศ. 2448 โปรดเกล้าฯ ให้รวมหอสมุดเดิม 3 หอ คือ หอสมุดวชิรญาณ หอพระมณเทียรธรรม หอพุทธสาสนสังคหะขึ้นเป็น "หอพระสมุดวชิรญาณ" สำหรับพระนคร(ปัจจุบันเป็น "หอสมุดแห่งชาติ") เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมหาชนในการค้นคว้าหาความรู้
o พ.ศ. 2449 ทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาของพระองค์ เป็นการพัฒนาคนและเป็นการปฏิรูปสังคมที่สำคัญยิ่งทางหนึ่งอย่างแท้จริง
ในโอกาสคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ที่จะมาถึง สนร.จึงขอเชิญชวนนักเรียนทุกคนตั้งปณิธานว่า จะเป็นทั้งคนเก่ง คนดี และจะนำความรู้กลับไปพัฒนาสังคมไทยหลังจากสำเร็จการศึกษา และขออัญเชิญบางตอนของพระราชนิพนธ์ของพระองค์มาเป็นเครื่องเตือนสติของพวกเราทุกคน
| มีเพียรประดุจได้ | ขุมทรัพย์ |
| มากประมาณโกฏินับ | ไป่ถ้วน |
| เป็นพื้นภาคภูมิรับ | การร่ำ เรียนนา |
| ความสุขสมบัติล้วน | เสร็จได้โดยเพียร |
ความรู้ คู่เปรียบด้วย กำลัง กายเฮย
สุจริต คือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง
ปัญญา ประดุจดัง อาวุธ
คุมสติ ต่างโล่ป้อง อาจแกล้ว กลางสนาม
วิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์
19 ตุลาคม 2548
แหล่งข้อมูล
www.banfun.com/thai/thai-king05.html