การไม่สำเร็จการศึกษา การศึกษาเกินกำหนดเวลา และแนวทางแก้ไข
ในแต่ละปี จะมีนักเรียนทุนฯ จำนวนหนึ่ง ต้องเดินทางกลับประเทศไทย ก่อนกำหนดอันควร โดยไม่สำเร็จการศึกษาในระดับสูงสุดตามโครงการที่ได้รับทุน เช่น ได้ทุนเรียนถึงปริญญาเอก แต่เรียนได้แค่ปริญญาตรี ก็ต้องกลับก่อนเพราะผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์เรียนต่อ นอกจากนี้ ทุกปีจะมีนักเรียนทุนฯ อีกจำนวนหนึ่ง ใช้เวลาในการศึกษาตามโครงการเกินกว่าระยะเวลาที่ได้รับทุน เช่น ได้ทุนเรียนปริญญาโท-เอก 6 ปี แต่ใช้เวลาเรียนถึง 9 ปี เป็นต้น
ความล้มเหลวกรณีแรกและความล้าช้ากรณีหลัง บางครั้งเกิดจากเหตุผลความจำเป็นที่ยอมรับได้ เช่น ความเจ็บไข้ได้ป่วย ผลการทดลองที่ไม่เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ ทำให้นักเรียนทุนฯ ต้องเริ่มทดลองใหม่ ฯลฯ แต่หลายครั้ง เกิดจากความไม่ทุ่มเทเอาใจใส่ในการศึกษา นักเรียนทุนฯ มัวแต่ทำงานหารายได้พิเศษ จนผลการเรียนตกต่ำหรือเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าที่ลงทะเบียนเรียนภาคละหลายวิชาเพื่อให้สำเร็จการศึกษาตามกำหนดเวลาที่ควรเป็น
การทำงานหาลำไพ่พิเศษของนักเรียนทุนฯ มีหลายสาเหตุ เราควรทำความเข้าใจถึงต้นตอ เพื่อร่วมกันหาทางป้องกันแก้ไข นักเรียนทุนฯ หลายคนยังหลงเข้าใจว่า ถ้าตัวเองได้ทุนเรียน 5 ปี ก็ตั้งใจใช้สิทธิ์เรียนให้ครบ 5 ปี ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตนเองสามารถสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรภายในเวลา 4 ปี นักเรียนฯ ลืมนึกไปว่า ยิ่งสำเร็จการศึกษาเร็วเท่าไร ยิ่งประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐมากเท่านั้น ปีหนึ่ง ๆ รัฐต้องใช้จ่ายเงินสำหรับนักเรียนทุนฯ ประมาณ 2 ล้านบาทต่อคน ถ้านักเรียนทุนฯ มีรายได้พิเศษปีละ 3-4 แสนบาทต่อปี แล้วรัฐต้องเสียเงินปีละ 2 ล้านบาท คนขาดทุนคือประชาชนชาวไทยผู้เสียภาษีอากร
การหารายได้พิเศษของนักเรียนทุนฯ ส่วนหนึ่งเกิดจากการได้รับเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนไม่พอเพียงกับการยังชีพ ในส่วนนี้ สำนักงาน ก.พ.รับจะปรับปรุงอัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้นักเรียนทุนฯ ทุกคนสามารถดำรงชีพตามควรแก่อัตถภาพ เพราะทุนรัฐบาลเป็นทุนแบบ full fund (ไม่ใช่ partial fund) จึงไม่ควรให้นักเรียนหรือผู้ปกครองมารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน
ในปีที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ.ได้ประกาศใช้อัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนสำหรับนักเรียนทุนรัฐบาลผู้ศึกษาในสหรัฐฯ และแคนาดา ที่ยืดหยุ่นและหลากหลายอัตรา โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 เมษายน 2548 และตั้งแต่ภาคการศึกษาหน้าเป็นต้นไป สนร.ให้นักเรียนทุนฯ ผู้ถูกสถานศึกษาบังคับให้อยู่หอพักและรับประทานอาหารของสถานศึกษา มีสิทธิ์เลือกรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนเฉพาะค่าใช้ส่วนตัว (ค่าใช้จ่ายประจำเดือนมีสามส่วน คือ ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัว) หากนักเรียนทุนฯ เห็นว่า การรับแบบเหมาจ่าย แล้วต้องออกค่าหอพักและค่าอาหารเอง จะทำให้นักเรียนฯ ขาดทุน (เพราะค่าหอพักและค่าอาหารสูงกว่าค่าใช้จ่ายประจำเดือน) หรือมีเงินเหลือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวน้อยกว่าที่จะเลือกรับเฉพาะค่าใช้จ่ายส่วนตัว
การหาเงินตุนเพื่อเป็นเสบียงกรังในอนาคต เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ความเชื่อฝังหัวว่า ข้าราชการ คือ คนจนรุ่นใหม่ รายได้น้อย ไม่เพียงพอกับการดำรงชีพ ประกอบกับการได้รับคำแนะนำผิด ๆ จากรุ่นพี่ ๆ บางคน ที่ให้ถ่วงเวลาและทำงานหาเงินเพื่อตุนไว้ใช้เมื่อกลับไปรับราชการ ก็เป็นมูลเหตุจูงใจให้นักเรียนทุนฯ บางคนทำงานหารายได้พิเศษ
สำหรับประเด็นนี้ รัฐบาลได้พยายามปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการถึง 2 ครั้ง มีการนำรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน (Performance-Based Pay) มาให้เป็นรางวัลแก่ข้าราชการผู้มีผลงานเด่นชัด มีการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการโดยยึดภารกิจ (Agenda-based) มีการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐในรูปแบบใหม่ ที่มีความคล่องตัวในการกำหนดอัตราค่าตอบแทนของตนเอง มีการนำระบบทางก้าวหน้าสายด่วน (Fast Track) สำหรับคนเก่งคนดี มาทดลองใช้กับบางส่วนราชการ คนดีมีผลงานเป็นที่ประจักษ์สามารถได้รับการเลื่อนระดับตำแหน่งเร็วขึ้น ในยุคของพวกเราที่จะกลับไปรับราชการ เราจะเห็นเพื่อนเราเป็นผู้อำนวยการกองในวัย 30 ปีเศษ ไม่ใช่เกือบ 50 ปีอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การเลื่อนตำแหน่งเร็วขึ้น หมายถึง ค่าตอบแทนที่สูงขึ้นตามตำแหน่งด้วย ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องหาเงินตุนไว้ก่อน โปรดระลึกเสมอว่า เงินที่พวกเราหาได้จากการยืดเวลา น้อยกว่าเงินที่รัฐต้องจ่ายแต่ละปี นี่ยังไม่รวมค่าเสียโอกาสของสังคมไทย
พ่อแม่ผู้ปกครองก็มีส่วนทำให้ลูกของตนต้องกลับก่อนหรือเลยกำหนดเวลาอันควร พ่อแม่บางคนเห็นลูกเป็นเครื่องปั้มเงิน ขอให้ลูกส่งเงินกลับมาให้ตนเป็นประจำ ด้วยความกตัญญูกตเวที ลูกก็ส่งเงินให้โดยไม่ได้บอกพ่อแม่ซักนิดว่าตนเองลำบากขนาดไหน ลูกบางคนต้องอดตาหลับขับตานอน ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อส่งเงินให้พ่อแม่ที่เมืองไทย มีอยู่รายหนึ่ง มัวแต่ทำงานจนถึงตีสามเป็นประจำ เพื่อหาเงินส่งให้ที่บ้าน ในที่สุด ก็ถูกสถานศึกษาให้ออก เพราะคะแนนเฉลี่ยผลการศึกษาตกจากสามกว่าเหลือเพียง 1.7 สนร.ระงับการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนเนื่องจากนักเรียนขาดคุณสมบัติการรับทุนและขาดการติดต่อกับ สนร. นักเรียนคิดไม่ตก เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวในห้องพัก ไม่มีเงินติดตัว ค้างค่าเช่าห้องพักสามเดือน เมื่อได้รับแจ้งว่านักเรียนซึมเศร้า อาจทำร้ายตัวเอง ผมและทีมงานรีบเดินทางไปพบ ทำความเข้าใจกับนักเรียน ช่วยพูดคุยเพื่อให้นักเรียนสบายใจ จัดซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อให้เดินทางกลับประเทศไทย และช่วยเจรจากับเจ้าของห้องพักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน ที่น่าเสียใจ คือ เมื่อผมโทรศัพท์ทางไกลพูดคุยกับผู้ปกครองของนักเรียน ตั้งใจจะพูดให้ผู้ปกครองสบายใจว่า ลูกปลอดภัยแล้ว กำลังจะเดินทางกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเท่าไร ผู้ปกครองก็ถามสวนมา ไม่ได้ถามความเป็นอยู่ของลูก ถามว่า “กลับไปแล้ว ลูกจะได้เงินเดือนเท่าไร” ยังไม่รู้ว่าตัวอีกว่า ตนเองทอนอนาคตลูก
กรณีอย่างนี้ ต้องช่วยกันทุกฝ่าย ฝ่ายสำนักงาน ก.พ.ต้องจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของนักเรียนทุนฯ เพิ่มเติมจากการจัดประชุมชี้แจงนักเรียนทุนฯ ซึ่งทำอยู่แล้ว ฝ่ายผู้ปกครองก็ต้องตระหนักว่า ลูกได้ทุนไปเรียนหรือฝึกอบรม ไม่ได้ทุนไปทำงาน อย่ารีบถอนขนห่าน อนาคตของลูกยังอีกไกล อย่างเพิ่งทอนอนาคตลูก ผู้ปกครองท่านใดที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ควรติดต่อกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยผ่อนคลายภาระหนี้สิน เปลี่ยนจากหนี้นอกระบบ เป็นหนี้ในระบบ เพื่อลดภาระการจ่ายหนี้ ส่วนท่านใดที่ฟุ้งเฟ้อ ก็ควรปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต ให้เรียบง่าย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ อย่าหวังพึ่งเงินจากนักเรียนทุนฯ เพราะอย่างที่เรียนไว้แต่แรก รัฐให้ทุนเพียงพอที่จะเรียนและใช้ชีวิตคนเดียวในสหรัฐฯ หรือแคนาดา เงินที่รัฐให้ ไม่มากพอที่จะเลี้ยงครอบครัว ฝ่ายนักเรียนทุนฯ ก็ต้องกล้าพูดตรง ๆ กับผู้ปกครอง พ่อแม่ไม่ถูกเสมอไป อะไรที่ไม่ถูก ต้องกล้าคัดค้าน ชี้แจงทำความเข้าใจด้วยท่าทีที่สุภาพ ถ้าไม่สะดวกจะพูดคุย จะให้ สนร.ช่วยพูดแทนก็ได้
สนร.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าทุกฝ่ายทำความเข้าใจกับปัญหา พยายามช่วยกันแก้ หน่วยงานของรัฐทุกแห่งช่วยกันปรับปรุงระบบราชการให้น่าอยู่ มอบงานท้าทายให้ทำ จะช่วยดึงดูดไม่เพียงนักเรียนทุนฯ ให้รีบกลับมารับราชการ แต่ยังดึงดูดคนเก่งคนดีมีความสามารถซึ่งไม่ใช่นักเรียนทุนฯ เข้ารับราชการด้วย ราชการนอกจากต้องเร่งขยายผลระบบ Fast Track แล้ว ก็ควรเร่งนำระบบอัตราเงินเดือนแรกบรรจุที่ยืดหยุ่นหลายอัตรามาปรับใช้ ไม่ใช่มีอัตราแรกบรรจุอัตราเดียวสำหรับทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะมีคุณสมบัติแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร ฝ่ายสำนักงาน ก.พ.ต้องจัดประชุมชี้แจงทั้งผู้ปกครองและนักเรียน และพิจารณาปรับปรุงอัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนของนักเรียนทุนฯ ให้เหมาะสมเป็นธรรม ปรับอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับการดำรงชีพ นักเรียนทุนฯ ต้องกล้าพูดกล้าชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ผู้ปกครองก็ต้องเข้าใจบทบาทของตน ถ้าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนได้สมบูรณ์ครบถ้วน เราก็จะได้บุคลากรคุณภาพกลับมาช่วยกันพัฒนาประเทศเร็วขึ้น
3 พฤศจิกายน 2548
| ความรู้ดูยิ่งล้ำ | สินทรัพย์ |
| คิดค่าควรเมืองนับ | ยิ่งไซร์ |
| เพราะเหตุจักอยู่กับ | กายอาต มานา |
| โจรจักเบียน บ่ ได้ | เร่งรู้เรียนเอา ฯ |