สถานทูตสหรัฐฯ ในไทยปรับเปลี่ยนขั้นตอนการขอวีซ่า
สถานทูตสหรัฐฯ ในประเทศไทย ปรับปรุงขั้นตอนการขอวีซ่า่
ผู้ยื่นขอวีซ่า สามารถชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้อง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ฯ ตามรายชื่อที่ทำการฯ ใน http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/NIVChecklist.pdf (เริ่มตั้งแต่ 8 ธ.ค. 2548)
หลังจากนั้น ผู้ยื่นขอวีซ่าจะต้องซื้อรหัสประจำตัว หรือ PIN เพื่อมาใช้ในการสอบถามข้อมูลและจองวันสัมภาษณ์ โดยซื้อทางเว็บไซต์ หรือ call center การซื้อจะใช้บัตรเครดิต หรือเงินสด ซื้อ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ก็ได้ (จะเริ่มตั้งแต่ 19 ม.ค. 2549)
PIN มี 2 แบบ คือ PIN สำหรับใช้บริการทางเว็บไซต์ เสียค่าธรรมเนียม 400 บาท และ PIN สำหรับใช้ทางโทรศัพท์ เสียค่าธรรมเนียม 720 บาท PIN หนึ่่งชุด สามารถใช้ขอวีซ่าทั้งของผู้ยื่นและคนในครอบครัวเดียวกันได้ไม่เกิน 5 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง)
กรณีที่ใช้ PIN ผ่านเว็บไซต์ ผู้ใช้สามารถเข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซต์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยเข้าไปที่ http://thailand.us-visaservices.com และใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ภายในเวลา 90 วัน หลังจากที่ซื้อ PIN หรือ 10 วัน หลังวันนัดสัมภาษณ์ ผู้ใช้สามารถยกเลิกและขอนัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ 2 ครั้ง ข้อมูลในเว็บไซต์จะมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากผู้ซื้อไม่ได้จองวันสัมภาษณ์ภายใน 90 วัน หลังจากวันซื้อ รหัส PIN จะหมดอายุ และไม่สามารแลกคืนเป็นเงินได้
ส่วนการใช้ PIN ผ่าน call center ผู้ใช้ต้องโทร 001-800-13-202-2457 ในระหว่างเวลา 8.00-17.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการไทย เพื่อติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่้โดยตรง โดยสามารถโทร.ได้เพียง 2 ครั้ง และสามารถยกเลิกและขอนัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ผู้รับสายจะตอบคำถามได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
เมื่อได้นัดหมายวันเวลาสัมภาษณ์แล้ว ผู้ขอวีซ่าจะต้องนำเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนดติดตัวไปในวันสัมภาษณ์ด้วย
เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับหนังสือเดินทางของผู้ยื่นขอวีซ่า สถานทูตจะส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณีย์ด่วน (EMS) ผู้ขอวีซ่าจะต้องซื้อซอง EMS ในราคา 50 บาท โดยผู้ขอวีซ่าที่กรุงเทพฯ ซื้อได้จากสถานทูต ส่วน จ.เชียงใหม่ สามารถซื้อได้จากที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิงเท่านั้น
สำหรับขั้นตอนการการขอวีซ่า ให้ดูเพิ่มเติมที่ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm และ http://bangkok.usembassy.gov/consulcm
หมายเหตุ สรุปจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3758 (2958)