หลักการและวิธีการจัดนักเรียนทุนรัฐบาลเข้าศึกษาในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาปีการศึกษา 2552/53
1. วัตถุประสงค์
1.1 เพื่อเตรียม “ความพร้อม” ของนักเรียนทุนฯ ก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
1.2 เพื่อเพิ่ม “โอกาสของการเข้าศึกษาต่อ” ในสถานศึกษาชั้นนำของประเทศสหรัฐฯ โดยการส่งนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนที่เหมาะกับนักเรียน
2. หลักการ
2.1 จัดหาสถานศึกษาที่ “เหมาะสม” กับคุณลักษณะของนักเรียนทุนฯ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้ข้อจำกัดและข้อกำหนดของแต่ละโรงเรียน สนร.ขอเน้นว่าโรงเรียนที่ สนร.จัดหาให้เป็นโรงเรียนที่ดี และมีมาตรฐานในระดับเดียวกัน ส่วนการจัดโรงเรียนให้เหมาะสมกับนักเรียนนั้น ความเหมาะสมครอบคลุมตั้งแต่ระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษ เพศ สาขาวิชา/ด้านที่ได้รับทุน อายุ และเงื่อนไขอื่น ๆ ตัวอย่าง เช่น บางโรงเรียนมีการสอนภาษาอังกฤษเสริมสำหรับนักเรียนต่างชาติ (ESL Classes) บางโรงเรียนไม่มี สนร.จะส่งเฉพาะผู้มีทักษะทางภาษาอังกฤษ (พูด อ่าน เขียน) ดีมากในระดับที่ทัดเทียมนักเรียนอเมริกัน ไปเรียนในโรงเรียนที่ไม่มีหลักสูตร ESL หรือ บางโรงเรียนมีประวัติการเอาใจใส่ดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียนไทยดีมาก สนร.ก็จะส่งนักเรียนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษไปเข้าเรียน เป็นต้น ทั้งนี้ การจัดส่งนักเรียนฯ จะเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ครบถ้วนของข้อมูลและเงื่อนเวลาที่ สนร.ได้รับข้อมูล ตลอดจนข้อจำกัดต่าง ๆ ดังจะได้กล่าวต่อไป
2.2 ดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม การพิจารณาว่านักเรียนทุนฯ ผู้ใด จะไปเรียน ณ โรงเรียนใด จะทำตามขั้นตอนที่กำหนด โดยคำนึงถึงเงื่อนไขของโรงเรียนและคุณลักษณะของนักเรียน การพิจารณาจะทำในรูปองค์คณะ มีหัวหน้าสำนักงาน และเจ้าหน้าที่การศึกษาทุกท่านร่วมพิจารณา
2.3 ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเลือกโรงเรียน โดย สนร.จะทำบัญชีรายชื่อโรงเรียนที่มีข้อตกลงรับนักเรียนทุนฯ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน เงื่อนไขของโรงเรียน คุณสมบัติหรือคุณลักษณะของนักเรียนที่โรงเรียนต้องการ มุมมองของนักเรียนทุนฯ รุ่นก่อนต่อโรงเรียน ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเลือกโรงเรียน
นักเรียนแต่ละคนมีสิทธิเลือกโรงเรียน 5 แห่ง ตามลำดับ พร้อมเหตุผลประกอบการเลือก (โดย สนร.จะพยายามจัดให้นักเรียนทุนฯ ได้เรียนในโรงเรียนที่เลือกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม นักเรียนอาจไม่ได้เรียนในโรงเรียนที่เลือกเลยก็ได้)
3. นโยบาย
3.1 รักษาสัมพันธ์ภาพที่ต่อเนื่องและดีงามระหว่าง สนร.กับโรงเรียน โดยพยายามส่งนักเรียนไปโรงเรียนที่มีหลักสูตรการสอนที่ดี และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ สนร.
3.2 กระจายการส่งนักเรียนทุนฯ ไปโรงเรียนต่าง ๆ โดยจะพยายามส่งนักเรียนไปแห่งละ 1 คน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกเว้น โรงเรียนที่มีข้อตกลงพิเศษ หรือในกรณีที่จำนวนนักเรียนทุนฯ ในปีใดปีหนึ่งมีมากกว่าปกติ
4. ข้อจำกัด
ปีการศึกษาของสหรัฐฯ ไม่ตรงกับปีการศึกษาของไทย โรงเรียนในสหรัฐฯ ปิดรับสมัครนักเรียนก่อนที่สำนักงาน ก.พ.จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับทุน โดยทั่วไป โรงเรียนในสหรัฐฯ จะเริ่มปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมศึกษารอบแรกตั้งแต่ “กลางเดือนมกราคม จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์” ของทุกปี และประกาศผลการพิจารณาใบสมัครปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่ สนร.จะเริ่มได้รับแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิรับทุนรัฐบาล ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ และกว่าจะทราบชื่อนักเรียนทุนฯ ทั้งหมด ก็ประมาณปลายเดือนเมษายน
สาเหตุส่วนหนึ่งที่การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับทุนล่าช้า เนื่องจากความแตกต่างของปีการศึกษา โดยทั่วไป โรงเรียนในสหรัฐฯ เปิดภาคการศึกษาปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายน และปิดภาคการศึกษาประมาณเดือนพฤษภาคม ส่วนโรงเรียนของไทย เปิดประมาณเดือนมิถุนายนและปิดประมาณเดือนมีนาคม
ความแตกต่างในเรื่องเวลาข้างต้น ทำให้ สนร.ต้องขอให้โรงเรียนที่มีความสัมพันธ์พิเศษ ยอมกันที่นั่งเรียนให้กับนักเรียนทุนฯ ก่อนที่ สนร. จะได้รับใบสมัครและข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน โดยโรงเรียนเหล่านี้วางใจว่า สนร.จะส่งนักเรียนซึ่งมีคุณลักษณะเบื้องต้นตามที่โรงเรียนกำหนด (อย่างไรก็ตาม หลังจากโรงเรียนได้รับเอกสารและข้อมูลของนักเรียนในภายหลังแล้ว โรงเรียนมีสิทธิยกเลิกการกันที่นั่งเรียน หากพบว่า คุณลักษณะของนักเรียนไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ หรือได้รับใบสมัครหรือเอกสารประกอบใบสมัครล่าช้าเกินเวลาที่ขอผ่อนปรน)
5. กระบวนการจัดหาโรงเรียนให้นักเรียนทุนฯ
กระบวนจัดหาโรงเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียนทุนฯ มีขั้นตอนหลัก 4 ขั้น คือ
· ติดต่อโรงเรียนที่มีความสัมพันธ์กับ สนร. เพื่อจองที่นั่งเรียน
· จัดอันดับโรงเรียนพร้อมเงื่อนไขและข้อกำหนด
· จัดอันดับนักเรียนทุนฯ
· จัดหาโรงเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียนทุน
5.1 การติดต่อโรงเรียน เพื่อจองที่นั่งเรียน
(1) มกราคม : จองที่เรียนรอบแรก สนร.เริ่มจองที่นั่งเรียนประมาณต้นเดือนมกราคม โดยขณะที่จอง จะยังไม่ทราบจำนวนนักเรียนทุนฯ ที่แน่นอน ไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบเพศ ไม่ทราบผลการสอบ TOEFL ฯลฯ
ในการจองรอบแรก สนร.จะจองที่นั่งเรียนเพียง 1 ที่ ยกเว้นโรงเรียนไม่กี่แห่ง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถส่งนักเรียนทุนฯ ไปโรงเรียนที่มีความสัมพันธ์อย่างทั่วถึง และเพื่อฝึกให้นักเรียนใช้ชีวิตเพียงคนเดียว ไม่มีนักเรียนไทยอื่นคอยช่วยเหลือ นอกจากนี้ โรงเรียนชั้นนำส่วนใหญ่มีนโยบายที่จะรับนักเรียนต่างชาติที่หลากหลาย ไม่ต้องการให้มีการกระจุกตัวของนักเรียนชาติใดชาติหนึ่งเป็นการเฉพาะ พร้อมกับการจองนี้ สนร.จะสอบถามโรงเรียนว่า ยินดีรับนักเรียนทุนฯ เพิ่มหรือไม่ และถ้ายินดี จะรับเพศใด
เนื่องจากการจองที่เรียน ต้องจองห้องพักในหอพักซึ่งแยกหญิงชาย โรงเรียนจึงต้องการทราบว่าผู้เข้าเรียนเป็นเพศใด เพื่อประโยชน์ในการบริหารห้องพักให้เกิดประโยชน์สูงสุด การจองจึงต้องระบุเพศ (มีสถานศึกษาน้อยแห่ง ที่ยืดหยุ่นให้ปรับเปลี่ยนเพศที่จองในภายหลังได้) เพศจึงเป็นข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง ในการจัดสรรนักเรียนเข้าศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ
(2) ปลายเดือนกุมภาพันธ์ : แจ้งยืนยันการส่งนักเรียนทุน เมื่อทราบจำนวนนักเรียนทุนฯ ที่ชัดเจนขึ้น สนร.จะติดต่อกับสถานศึกษาเพื่อแจ้งยืนยันการส่งนักเรียนทุนฯ และขอจองที่นั่งเรียนเพิ่มหรือลดลง แล้วแต่กรณี (ในช่วงนี้ ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ เพราะนักเรียนทุนฯ บางท่านอาจสละสิทธิ์ บางท่านเปลี่ยนใจไปศึกษาต่อที่ประเทศอื่น บางท่านไม่ผ่านการตรวจสุขภาพ บางทุนยังไม่ประกาศชื่อผู้มีสิทธิรับทุน ฯลฯ)
(3) กลางเดือนมีนาคม : เริ่มจับคู่นักเรียนกับสถานศึกษา โดยมีกระบวนการและขั้นตอนตามที่จะกล่าวต่อไป
(4) เดือนเมษายน : ทยอยส่งใบสมัคร บางโรงเรียนขอให้ สนร.แจ้งชื่อนักเรียนที่จะส่งไป พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนเท่าที่มีตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ก่อนที่ สนร.จะเริ่มส่งใบสมัครด้วยซ้ำ
5.2 การจัดลำดับสถานศึกษาในเครือข่าย และการบันทึกเงื่อนไขและข้อกำหนดของสถานศึกษา
(1) จัดอันดับสถานศึกษาตามเกณฑ์ ดังนี้
ปัจจัยการจัดลำดับ | น้ำหนัก (คะแนน) |
ระดับคะแนนเฉลี่ยของคะแนน SAT ของแต่ละโรงเรียน | 40 |
โอกาสเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ | 30 |
อัตราร้อยละของอาจารย์ผู้มีวุฒิบัตร/ประกาศนียบัตรระดับสูง | 10 |
จำนวนหลักสูตร AP Classes | 15 |
จำนวนกิจกรรมเสริมหลักสูตร | 5 |
(2) บันทึกเงื่อนไขและข้อกำหนดของสถานศึกษาแต่ละแห่ง ดังนี้
· คะแนน TOEFL ขั้นต่ำ
· จำนวนที่นั่งเรียนที่รับจอง
· เพศที่รับ
· การมี/ไม่มี ESL Classes
· สาขาวิชาที่มีชื่อเสียง
5.3 การจัดอันดับนักเรียนทุนฯ พร้อมบันทึกคุณลักษณะของนักเรียนทุนฯ
(1) จัดอันดับนักเรียนทุนฯ ตามเกณฑ์ ดังนี้
ปัจจัยการจัดลำดับ | น้ำหนัก (คะแนน) |
คะแนน TOEFL | 50 |
ประเภททุน (ทุนเล่าเรียนหลวง กับ ทุนอื่น) | 30 |
คะแนน GPA | 20 |
(2) บันทึกคุณลักษณะของนักเรียนแต่ละราย
· โรงเรียนที่เลือกตามลำดับ
· เพศ
· อายุ
· ความจำเป็นที่ต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมหลักสูตร ESL
· สถานศึกษาที่เลือก
· สาขาวิชา/ด้านที่ได้รับทุน
· ลักษณะพิเศษอื่น เช่น แพ้ฝุ่น แพ้ความหนาว และความไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย
5.4 การจัดหาโรงเรียนที่เหมาะสม มีขั้นตอน ดังนี้
(1) นำบัญชีรายชื่อโรงเรียนที่จัดอันดับแล้ว มาพิจารณาจับคู่กับบัญชีรายชื่อนักเรียนที่จัดลำดับแล้ว และรายชื่อโรงเรียนที่นักเรียนเลือก
(2) เริ่มจากโรงเรียนในอันดับแรก สนร.จะส่งนักเรียนให้ครบตามจำนวนที่จองไว้ โดยคัดเลือกจากนักเรียนอันดับที่ 1 ก่อนไล่ไปตามลำดับ ดังนี้
· หากคุณลักษณะของนักเรียนอันดับที่ 1 ตรงกับเงื่อนไขและคุณสมบัติของโรงเรียนอันดับที่ 1 ก็จะส่งนักเรียนไปโรงเรียนลำดับ ที่ 1
· แต่ถ้าคุณลักษณะไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขและคุณสมบัติของโรงเรียน ก็จะนำนักเรียนอันดับที่ 2 มาพิจารณาแทน (เช่น โรงเรียนมีที่นั่งเรียนสำหรับนักเรียนชาย แต่นักเรียนอันดับที่ 1 เป็นเพศหญิง เป็นต้น) และหากนักเรียนในอันดับที่ 2 มีคุณลักษณะไม่สอดคล้องกับโรงเรียนอีก ก็จะเลื่อนนักเรียนอันดับที่ 3 มาพิจารณาแทน หากยังมีคุณลัษณะไม่สอดคล้องอีก ก็จะเลื่อนนักเรียนอันดับถัดไปมาพิจารณาแทน เรื่อยไปตามลำดับจนกว่าจะมีนักเรียนที่มีคุณลักษณะตรงตามที่โรงเรียนต้องการ หรือจนกว่าส่งนักเรียนไปครบตามจำนวนที่นั่งเรียนที่จองไว้
(3) โรงเรียนในอันดับที่ 2 หรือโรงเรียนอันดับถัดไป ก็จะดำเนินการในทำนองเดียวกัน โดยจับคู่นักเรียนที่เหลือกับโรงเรียนในอันดับที่ 2-3-4 ไล่ไปตามลำดับ โดยจัดส่งนักเรียนอันดับแรก ๆ ที่ยังไม่ได้จัดส่งไปโรงเรียนใดก่อน จนกระทั่งสามารถจัดสรรนักเรียนทุกคนไปครบทุกโรงเรียน
ในหลักการ นักเรียนที่อยู่ในอันดับต้น ๆ จะได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนในโรงเรียนอันดับต้น ๆ แต่ในทางปฏิบัติ เนื่องจาก สนร.ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะของนักเรียน เช่น คะแนน TOEFL ไม่พร้อมกัน บางกรณีได้รับข้อมูลของนักเรียนเมื่อเลยกำหนดเวลาแจ้งชื่อนักเรียนให้โรงเรียนทราบ ดังนั้น เพื่อมิให้เสียที่เรียน สนร.จำเป็นต้องจับคู่นักเรียนกับโรงเรียนโดยการคาดคะเนคะแนน TOEFL หากคะแนนที่ทราบภายหลัง แตกต่างจากคะแนนที่คาดเดาไว้ ก็อาจเป็นผลให้นักเรียนได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในอันดับต่ำหรือสูงกว่าที่ควรเป็น
หรือกรณีที่มีนักเรียนทุนฯ รายหนึ่งรายใดสละสิทธิ์การรับทุน หลังจากที่ สนร.ได้แจ้งชื่อนักเรียนกับโรงเรียนแล้ว สนร.ก็จำเป็นต้อง ส่งนักเรียนผู้อยู่ในบัญชีสำรองไปเรียนในโรงเรียนที่จะส่งผู้สละสิทธิ์ไป (สนร.ไม่สามารถรื้อบัญชีการจัดส่งนักเรียนใหม่ทั้งหมด เพราะจะกระทบกับทุกโรงเรียนที่แจ้งชื่อนักเรียนไปแล้ว สนร.จะแจ้งเหตุผลความจำเป็นเพื่อขอเปลี่ยนชื่อนักเรียนกับโรงเรียนที่นักเรียนฯ สละสิทธิ์เท่านั้น บางครั้งอาจต้องติดต่อกับสองหรือสามโรงเรียน ในกรณีที่ผู้สละสิทธิ์ กับผู้อยู่ในบัญชีสำรองมีเพศต่างกันและโรงเรียนยืนยันว่าต้องส่งนักเรียนเพศเดียวกันไปแทน)
ทั้งนี้ สนร.ขอเรียนยืนยันว่า การเข้าศึกษาในโรงเรียนที่ “เหมาะ” กับนักเรียน มีความสำคัญกว่า การเข้าศึกษาในโรงเรียน “ชั้นนำ” มาก บ่อยครั้งที่คณาจารย์ของโรงเรียนชั้นนำไม่มีเวลาให้นักเรียนต่างชาติ ซึ่งต่างจากคณาจารย์ของโรงเรียนชั้นดีในอันดับรองลงมา ซึ่งมักจะดูแลเอาใจใส่นักเรียนต่างชาติเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนักเรียนไทย เป็นผลให้นักเรียนของโรงเรียนชั้นดีเหล่านี้ มีความพร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ (การได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำก็ไม่ได้เป็นหลักประกันความสำเร็จในหน้าที่การงานในอนาคตเช่นกัน คุณธรรม ความมุ่งมั่น และวุฒิภาวะของนักเรียนเป็นปัจจัยสำคัญสุดของความสำเร็จทั้งในชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัว)
สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหรัฐอเมริกา
27 กุมภาพันธ์ 2551