Personal tools
คุณอยู่ที่นี่: หน้าหลัก นักเรียนทุนและข้าราชการลาศึกษา สัมภาษณ์พิเศษ กุลวดี วิวัฒสวัสดินนท์
สารบัญ
Thaischolar Email Log in
แจ้งจุดบกพร่องของเว็บไซต์
 

กุลวดี วิวัฒสวัสดินนท์

Document Actions
Images
Kulwadee Kulwadee
ข้าราชการสังกัดสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ทุนสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก ที่ Clemson University สาขา Policy Studies

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะหลังจากหายหน้าหายตากันไปพักใหญ่ มาคราวนี้เรามีเรื่องราวประสบการณ์การฝึกงานที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ของคุณกุลวดี วิวัฒสวัสดินนท์ นักเรียนทุนสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ก่อนอื่นขอแนะนำคุณกุลวดี วิวัฒสวัสดินนท์ หรือพี่อี๊ด ให้น้องๆ ทุกคนรู้จักกันคร่าวๆ ก่อนนะคะ พี่อี๊ดเป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)  และได้รับทุนสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ให้มาศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ที่ Clemson University สาขา Policy Studies โดยระหว่างที่ศึกษาพี่อี๊ดได้มีโอกาสมาฝึกงานที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2552  และยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์การฝึกงานครั้งนี้ให้น้องๆ นทร. ทราบค่ะ

สวัสดีค่ะพี่อี๊ด ก่อนอื่นอยากให้พี่อี๊ดช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ พี่เรียนจบปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์เคมี ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากจบปริญญาโทด้าน Public/International Affairs ที่ University of Pittsburgh พี่ได้เข้ารับราชการที่สำนักงาน กพ. ก่อนที่จะมาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรฯ โดยดูแลในส่วนของนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งในตอนนั้นการเจรจาการค้า FTA กำลังเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจมาก ต่อมาในปี 2549 สวก. ได้เปิดรับสมัครผู้สนใจเพื่อสอบแข่งขันชิงทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์  พี่เห็นว่าเป็นทุนที่น่าสนใจและมีความสำคัญกับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าพี่จะไม่ได้เรียนจบด้านการเกษตรโดยตรง แต่ทุนนี้ก็เปิดกว้างให้ผู้ที่ได้รับทุนสามารถเลือกศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตรได้ โดยทุนนี้เปิดรับทั้งบุคคลภายนอก และข้าราชการ เมื่อพี่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้รับทุน พี่อี๊ดจึงเลือกไปศึกษาต่อที่ Clemson University สาขา Policy Studies โดยเน้นนโยบายและการวางแผนด้านการเกษตรค่ะ

การฝึกงานที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ

หลักสูตรที่พี่เรียนที่ Clemson U. นั้นกำหนดให้นักเรียนปริญญาเอกทุกคนต้องฝึกงาน โดยนักเรียนสามารถเริ่มฝึกงานได้เมื่อนักเรียนเรียนปีที่สองขึ้นไป ในตอนแรกพี่ลังเลระหว่างการไปฝึกงานที่ USDA กับที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา และพี่เองก็มีประสบการณ์การทำงานอยู่แล้ว ทำให้พี่ตัดสินใจเลือกไปฝึกงานที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร และพี่เองก็เคยทำงานกับ ท่านอัครราชทูต (ฝ่ายการเกษตร) ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ตั้งแต่ตอนที่พี่ทำงานอยู่ที่ มกอช. พี่ก็เลยติดต่อไปที่สำนักงานที่ปรึกษาฯ เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการที่จะมาฝึกงานที่นั้น ซึ่งท่าน อท. ระพีภัทร์ ก็ยินดีและเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการลาศึกษา หรือนักศึกษาไทยท่านอื่นๆ ที่มีความสนใจ และต้องการหาประสบการณ์การทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่ต้องประสานงาน ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านการเกษตร สามารถติดต่อมาที่สำนักงานที่ปรึกษาฯ ได้ พี่จึงได้ไปฝึกงานที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ เพราะการมาฝึกงานที่นี่ทำให้พี่ได้รับประสบการณ์มากมาย อีกทั้งงานตรงนี้ก็ทำให้พี่ได้มีโอกาสติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ USDA ด้วย เนื่องจากขณะนี้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรกำลังเร่งรัด ผลักดันการเปิดตลาดนำเข้าผลไม้สดไทยไปยังสหรัฐอเมริกา เพิ่มเติมอีก 4 ชนิด คือ ฝรั่ง แก้วมังกร มันสำปะหลัง และฟักทอง ซึ่งจะต้องมีการศึกษาความเสี่ยงศัตรูพืชและการกำหนดมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องตามระเบียบการนำเข้าที่ USDA กำหนดไว้ 

ฟังดูแล้วน่าสนใจมากเลยค่ะ แล้วงานที่ได้รับมอบหมายในระหว่างฝึกงานมีอะไรบ้างคะ

ก่อนที่จะฝึกงานนั้นพี่ได้ปรึกษากับท่าน อท. ระพีภัทร์ เกี่ยวกับ scope ของการฝึกงานครั้งนี้ ซึ่งท่าน อท. ระพีภัทร์เห็นว่าพี่มีประสบการณ์การทำงานด้านนี้มาแล้ว อีกทั้งอยากจะให้นำความรู้ที่ได้ศึกษามาด้านนโยบายและการวางแผนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงได้มอบหมายให้พี่วิเคราะห์ และทบทวนบทบาท และพันธกิจของสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ เพื่อเสนอแนะแผนดำเนินงานเชิงกลยุทธ (actionable strategies) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์นโยบายของสำนักงานตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงนโยบายการเกษตรต่างประเทศของรัฐบาลด้วย เนื่องจากปัจจุบันบทบาทของสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรที่เพิ่มมากขึ้น และสอดคล้องเชื่อมโยงกับงานในหลายๆ ด้าน และหลายหน่วยงาน ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันนี้สหรัฐอเมริกาอนุญาตให้นำเข้าผลไม้สด 6 ชนิด (ลิ้นจี่ ลำไย มังคุด มะม่วง เงาะ และสับปะรด) จากไทยได้ แต่ต้องผ่านการฉายรังสีเท่านั้น สำนักงานฯ จึงมีบทบาทต้องประสาน และอำนวยความสะดวกในส่วนที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ดังกล่าว ตลอดจนแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากมาตรการด้านความปลอดภัย และมาตรการอื่นๆ ที่ประเทศสหรัฐฯ จะนำมาใช้  นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ ยังได้พิจารณาเปิดสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรแห่งใหม่ที่นครลอสแอนเจลิส ซึ่งจะเป็นสำนักงานเขตพื้นที่ (area office) ภายใต้การดูและของสำนักงานที่ปรึกษาฯ ที่ ดี.ซี. ทำให้บทบาทของสำนักงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพี่ก็ได้ศึกษาบทบาทของสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน โดยนำ SWOT Analysis มาใช้ ซึ่งการวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นการศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการปรับ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของสำนักงานฯ อันจะเป็นแนวทางในการกำหนดบทบาทและการวางแผนเชิงกลยุทธ ให้สอดคล้องและเข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน เพื่อบรรลุเป้าหมายของการส่งเสริม รักษา และขยายการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังต่างประเทศ และการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย โดยพี่จะต้องส่งรายงานนี้ให้กับอาจารย์ด้วยค่ะ นอกจากนี้ พี่ก็ยังได้รับมอบหมายงานอื่นๆ เช่น การติดต่อ ประสานงาน และให้คำปรึกษากับผู้ติดต่อขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก-นำเข้า และมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้อง และการเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานด้านการเกษตรของสหรัฐอเมริกาด้วย

ในเรื่องนี้พี่อยากจะแนะนำให้น้องๆ ที่สนใจจะไปฝึกงานไม่ว่าจะกับหน่วยงานใด ขอให้มีวัตถุประสงค์ (objective) ของการไปฝึกงานที่ชัดเจน เช่น สิ่งที่ต้องการเรียนรู้และคาดหวังจะได้รับจากการฝึกงาน เพื่อแจ้งให้หน่วยงานทราบก่อนที่จะไปเริ่มฝึกงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานในการพิจารณามอบหมายงาน ตลอดจนผู้ดูแลรับผิดชอบให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการฝึกงานดังกล่าว ทั้งนี้ ประโยชน์อีกประการที่น้องๆ ทุกคนจะได้ ก็คือประสบการณ์ที่ดี ที่จะสามารถนำไปเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการทำงาน เพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไปค่ะ

มีคำแนะนำสำหรับน้องๆ ที่ไม่เคยรับราชการ และแต่ทำวิทยานิพนธ์ซึ่งต้องหาข้อมูลการเกษตรจากประเทศไทย หรือต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการ อย่างไรบ้างคะ

พี่แนะนำให้น้องติดต่อขอข้อมูลได้โดยตรงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในเบื้องต้นอาจจะติดต่อขอทราบข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการก่อน คือ โทรศัพท์ไปสอบถาม เพื่อขอทราบชื่อหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบ หรือคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการขอข้อมูลจากหน่วยงานราชการ จากนั้น ก็ทำหนังสืออย่างเป็นทางการ อาจจะเป็นจดหมายจาก Advisor หรือตัวน้องเอง เนื่องจากหน่วยงานราชการแต่ละแห่งจะมีระเบียบ และขั้นตอนการดำเนินงานที่ต่างกัน อีกทั้งข้อมูลบางอย่างอาจจะต้องได้รับการอนุญาตก่อน จึงจะสามารถเผยแพร่ได้ อันนี้พี่พูดเผื่อไว้เท่านั้น แต่โดยส่วนตัว พี่คิดว่าหน่วยงานราชการทุกแห่งยินดี และเต็มใจที่จะช่วยเหลืออยู่แล้วค่ะ เพราะเป็นการพัฒนาบุคลากรของประเทศ ไม่ว่าน้องจะได้รับทุนรัฐบาลและต้องกลับมารับราชการหรือไม่ก็ตาม

มีคำแนะนำสำหรับน้องๆ นักเรียนทุนที่สนใจจะไปฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ไหมคะ

น้องๆ คนใดที่สนใจอยากไปฝึกงานที่สถานทูตฯ  สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.thaiembdc.org/thaicommu/interns/default.aspx   หรือจะติดต่อไปที่สำนักงานต่างๆ ที่น้องๆ สนใจโดยตรงเหมือนกับพี่ก็ได้ แต่พี่แนะนำว่าควรจะติดต่อทั้งสองทางแม้ว่าน้องจะทราบว่าอยากไปฝึกงานที่สำนักงานไหนแล้ว  เพื่อให้ทางสถถานทูตฯ ทราบเรื่องของน้องด้วยค่ะ

สำหรับเวลาในการฝึกงานนั้นก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่สถานทูตฯ คือ 9.00 น. 17.00 น.   สำหรับน้องคนใดที่มีเงื่อนไขในการฝึกงาน ก็ควรแจ้งให้ทางสถานทูตทราบก่อนเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

รู้สึกอย่างไรบ้างคะที่ได้ไปฝึกงานที่สถานทูตฯ

ดีใจมากค่ะ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะมาฝึกงานที่สถานทูตฯ ซึ่งก็ต้องปรับตัวพอสมควร ถึงแม้ว่าพี่จะเคยทำงานราชการมาก่อน เพราะธรรมเนียมของสถานที่ทำงานแต่ละที่ย่อมไม่เหมือนกัน แต่โดยส่วนตัวพี่แล้วรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตฯ โดยเฉพาะท่าน อท. ระพีภัทร์ฯ และน้องๆ ที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรน่ารักทุกคน และเป็นมิตรมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ อื่นๆ ที่ให้ความเป็นกันเองและมีน้ำใจมากค่ะ และแม้ว่าจะนับเป็นหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง และมีงานในความรับผิดชอบสูง แต่พี่กลับมีความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่มีความคล่องตัวสูง และยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานมาก ทำงานด้วยแล้วมีความสุขค่ะ ที่สำคัญพี่มีความรู้สึกภูมิใจว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานที่มีบทบาทในการสร้างเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ถึงแม้เป็นเพียงการฝึกงาน หรือการติดต่อประสานงานเบื้องต้น ก็เป็นการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยค่ะ

วันนี้ต้องขอขอบคุณพี่อี๊ดมากเลยค่ะ ที่สละเวลามาแบ่งปันประสบการณ์ให้พวกเราฟัง น้องๆ คนใดสนใจอย่าลืมทำตามคำแนะนำของพี่อี๊ดนะคะ ไม่แน่นะคะ การมาฝึกงานที่สถานทูตฯ อาจจะให้อะไรกับน้องๆ มากกว่าประสบการณ์ เหมือนอย่างพี่อี๊ดก็ได้ค่ะ หากน้องๆ คนใดสนใจอยากฝึกงานที่สถานทูตฯ ไทย สามารถติดต่อผ่าน สนร. เพื่อเป็นตัวกลางประสานงานกับสำนักงานที่น้องๆ สนใจอยากไปฝึกงานได้ค่ะ ไว้พบกันใหม่คราวหน้านะคะ สวัสดีค่ะ


by Thitima last modified 2009-11-23 15:17

สงวนลิขสิทธิ์ Copyright, All rights reserved. © 2000-2012 by Office of Educational Affairs

1906 23rd Street, N.W., Washington D.C. 20008 Tel. (202)667-8010 Fax. (202)265-7239