สรุปข้อคิดจากการเข้าพบท่านอุปทูตดำรง ใคร่ครวญ วันที่ 20 มีนาคม 2552
โดย นายกษม อิทธิสวัสดิ์พันธุ์ นักเรียนทุน บมจ. ปตท. สผ. ระดับมัธยมศึกษา
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2552 สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนได้นำนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตามสถานศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาเข้าพบท่านอุปทูตไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ตามโครงการ Spring Break ในระหว่างการเข้าพบ ท่านอุปทูตได้พูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการศึกษา แนวคิด และวัฒนธรรมที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศไทย
ท่านอุปทูตได้ให้ข้อคิดว่า เมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นแนวหน้าที่มีโอกาสพัฒนาขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจด้านการอุตสาหกรรมและการค้า เทียบเท่ากับประเทศต่างๆ ในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ แต่เนื่องจากประเทศไทยขาดบุคลากรที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาความรู้ และเทคโนโลยีขึ้นใช้เองในประเทศ ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ทุ่มเงินลงทุนในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาและบุคลากร จนสามารถยกระดับฐานะของประเทศดังกล่าวให้เหนือประเทศไทยได้ในเวลาไม่มาก ดังนั้น นักเรียนทุนรัฐบาลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยประเทศไทยในอนาคตหลังจากจบการศึกษาแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างรอบด้านของประเทศ เช่น การเมืองภายในประเทศ มาเลเซียและสิงคโปร์มีการเมืองที่มั่นคงเป็นเวลานาน รัฐบาลมีเสถียรภาพและความตั้งใจจริงในการบริหารประเทศ ทำให้การทำงานไม่มีการสะดุดและขาดตอน นโยบายของประเทศ การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่น ในขณะที่ประเทศไทยได้ประสบปัญหาด้านการเมืองมาเป็นเวลานาน มีการเปลี่ยนรัฐบาล รวมถึงการรัฐประหารหลายครั้งหลังจากที่ประเทศได้เปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อรัฐบาลไม่มีความมั่นคง การดำเนินนโยบายก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขาดความต่อเนื่อง จนไม่สามารถพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้
หนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบให้การเมืองไทยไม่มั่นคง คือการให้ความสำคัญเรื่องเงินมากจนเกินไป จนก่อให้เกิดการคอรัปชันของนักการเมือง ทำให้ไม่สามารถงบประมาณในการพัฒนาประเทศมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านได้ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ที่ท่านได้ไปทำงานที่ประเทศเยอรมัน ประเทศเยอรมันมีระบบการเก็บภาษีในอัตราที่สูงมาก แม้แต่นักกีฬาที่ได้รับเงินจากการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ จนเหลือรายได้สุทธิไม่มากนัก ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นชนชั้นกลาง ประชาชนในประเทศต่างไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการเป็นเศรษฐีมากนัก การใช้รถยนต์ราคาแพง รูปร่างแปลก กลายเป็นเรื่องที่ไม่น่ายกย่องสำหรับคนส่วนใหญ่ในประเทศ ต่างจากประเทศไทย ที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเงินมากจนเกินไป เนื่องมาความสำเร็จที่มากเกินไปของการรณรงค์กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในสมัยก่อนว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” เพื่อให้คนไทยหันมาขยันทำงานหารายได้ จากนั้น การมองเห็นความสำคัญของการมีเงินอย่างมากเกินไปได้ส่งผลต่อสังคมไทยโดยรวม ดังนั้น ท่านได้ให้ข้อคิดกับนักเรียนทุน ว่าใม่ควรคิดถึงเรื่องเงินมากเกินไป เพราะหลังจากเรียนจบ ทุกคนจะต้องกลับไปทำงานที่ประเทศไทย ซึ่งอาจจะมีรายได้น้อยกว่าตอนที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศ หากมองเรื่องเงินมากเกินไปแล้ว หลายคนอาจจะไม่อยากกลับไปพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่บางประเทศอย่างเวียดนามกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน
ท่านอุปทูตยังได้ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านได้พูดถึงปัญหาที่คนไทยได้ย้ายมาอาศัยที่ประเทศสหรัฐมาเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ไม่สามารถมีกิจการ หรือไม่สามารถรวมกลุ่มแม้แต่กับคนไทยด้วยกันเองได้ ประชาชนจากประเทศอื่นๆ ที่ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่สหรัฐล้วนประสบความสำเร็จในการสร้างฐานะของตนเอง และความความสัมพันธ์ระหว่างคนชาติเดียวกัน ประชาชนบางประเทศได้รับเลือกตั้งขึ้นเป็นผู้ว่าการรัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสมาชิกทั้งในระดับรัฐและระดับประเทศ ในขณะที่การรวมกลุ่มของคนไทยในประเทศไทยเป็นไปอย่างไม่มีระเบียบแบบแผน และมีความขัดแย้งมาก มีการตั้งสมาคมคนไทยและวัดไทยเป็นจำนวนมากในบริเวณเล็กๆ เนื่องจากคนไทยประสบปัญหาในการอยู่ร่วมกัน เมื่อไม่สามารถทำงานด้วยกันได้ ก็แยกออกไปตั้งสมาคมกันเฉพาะกลุ่มของตนเอง ทำให้สมาคมมีขนาดเล็ก และคนไทยไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ ทั้งจากคนไทยด้วยกันเองและจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ท่านได้แนะนำว่า คนไทยควรจะเข้าปรับตัวเข้าหากัน แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องการทำงาน เพื่อรวมกลุ่มกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งข้อแนะนำส่วนนี้สามารถนำไปปรับใช้กับการใช้ชีวิตของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยได้อีกด้วย
ก่อนจบการพูดคุย ท่านได้เปิดโอกาสให้นักเรียนทุนไทยได้สอบถามข้อสงสัยและแนวคิดอื่นๆ นักเรียนได้ถามถึงการที่นักเรียนทุนส่วนใหญ่จะต้องไปทำงานในมหาวิทยาลัย แล้วจะสามารถขยายผลประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เข้าศึกษาได้อย่างไร ท่านได้ย้ำว่ามหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาสังคม และได้ยกตัวอย่างมลรัฐ North Carolina ที่ทางผู้ว่าการรัฐได้ใช้เวลาเพียง 12 ปีในการขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสำคัญ 3 มหาวิทยาลัย คือ Duke University, University of North Carolina และ North Carolina State University ให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเศรษฐกิจและวิทยาการของมลรัฐ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถยกระดับมลรัฐจากการเป็นหนึ่งในมลรัฐที่มีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศให้กลายเป็นมลรัฐแนวหน้าของสหรัฐอเมริกาได้ ดังนั้น ท่านได้ขอให้เชื่อมั่นว่า การกลับไปทำงานในมหาวิทยาลัยสามารถส่งผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับประชาชนทั้งประเทศได้
ท่านอุปทูตได้ทิ้งท้ายก่อนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันว่า หลังจากที่นักเรียนทุนได้มาเรียนรู้ถึงวิทยาการ วิธีการทำงาน และการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศแล้ว เมื่อกลับประเทศไทย ขอให้นำไปปรับใช้กับสภาพการทำงานที่ประเทศไทยอย่างเหมาะสม หากมีเรื่องที่ไม่เห็นด้วยในการทำงาน หากต้องการเปลี่ยนระบบ ขอให้มีศิลปะในการเลือกใช้และแสดงความคิดเห็น ไม่ก้าวร้าวต่อผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่งามของประเทศไทย แต่ให้ยังคงแนวความคิดและความเป็นตัวของตัวเอง อย่าให้ระบบมาเปลี่ยนความคิดจนไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ตั้งใจไว้
ในฐานะหนึ่งในนักเรียนทุนที่เข้าร่วมสนทนา ขอขอบพระคุณท่านอุปทูตไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้ช่วยให้ความรู้ในการใช้ชีวิตในต่างประเทศ และช่วยจุดประกายความคิดที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต