Personal tools
คุณอยู่ที่นี่: หน้าหลัก สมาชิก News ทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมภาครัฐ ประจำปี 2551
สารบัญ
Thaischolar Email Log in
แจ้งจุดบกพร่องของเว็บไซต์
 
Document Actions

ทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมภาครัฐ ประจำปี 2551

by Thitima last modified 2008-07-22 15:06

ประกาศสำนักงาน ก.พ.

เรื่อง รับสมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนรัฐบาลตามความต้องการของกระทรวง กรมฝ่ายพลเรือนประจำปีงบประมาณ 2551 (ทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมภาครัฐ)

-------------------

ด้วยสำนักงาน ก.พ. จะดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่ือรับทุนรัฐบาลตามความต้องการของ 2551 (ทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมภาครัฐ) ซึ่งจัดสรรให้แก่ผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก ในสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิให้บรรจุเข้ารับราชการได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ือให้ส่วนราชการสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพสูงได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว มีการนำองค์ความรู้ วิธีการ กระบวนการหรือเครื่องมือใหม่ ๆ มาปรับใช้อย่างเหมาะสมกับส่วนราชการอย่างทันเหตุการณ์และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในการบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่ือปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานราชการ และพัฒนาระบบฐานความรู้ของข้อเสนอนวัตกรรมภาครัฐ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 (9) มาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยทุนของรัฐบาล พ.ศ. 2535และที่แก้ไขเพิ่ิมเติม จึงประกาศรับสมัครคัดเลือก และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเพื่อรับทุนดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. ทุนที่รับสมัครคัดเลือก จำนวน 10 ทุน

     1.1 ทุนตามโครงการนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ จำนวน 6 ทุน

     1.2 ทุนตามโครงการนวัตกรรมด้านสังคมศาสตร์ จำนวน 4 ทุน

(รายละเอียดของทุนแต่ละหน่วยตามเอกสารแนบ 1)

2. ข้อผูกพันในการรับทุน

     2.1 ผู้ได้รับทุนจะต้องเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานของทางราชการในส่วนราชการ/หน่วยงานที่ ก.พ. กำหนด เป็นระยะเวลา ดังนี้

       2.1.1 ระดับปริญญาโท จะต้องเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานของทางราชการ 2 ปี 3 ปี หรือ 4 ปี แล้วแต่กรณี ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า 2 ปี ส่วนที่เกิน 2 ปี ขึ้นอยู่กับความตกลงร่วมกันระหว่างสำนักงาน ก.พ. และผู้ได้รับทุน

       2.1.2 ระดับปริญญาเอก จะต้องเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานของทางราชการ 3 ปี 4 ปี 5 ปี หรือ 6 ปี แล้วแต่กรณี ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า 3 ปี ส่วนที่เกิน 3 ปี ขึ้นอยู่กับความตกลงร่วมกันระหว่างสำนักงาน ก.พ. และผู้ได้รับทุน

     2.3 ผู้ได้รับทุนต้องปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานของทางราชการในส่วนราชการ/หน่วยงานที่ ก.พ. กำหนดโดยไม่มีสิทธิเปลี่ยนส่วนราชการ/หน่วยงาน

3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครคัดเลือก

     3.1 ผู้มีสิทธิสมัครคัดเลือกจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

       3.1.1 เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พ.ศ. 2551

       3.1.2 เป็นผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก ในสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิให้บรรจุเข้ารับราชการได้ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันปิดรับสมัคร (14 สิงหาคม 2552) และจะต้องสำเร็จการศึกษาไม่ก่อนวันที่ 18 ธันวาคม 2551

       3.1.3 เป็นผู้ไม่มีภาระผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนใด ๆ ทั้งสิ้น

       3.1.4 มีผลการศึกษาและความประพฤติดีสม่ำเสมอ และมีโครงการนวัตกรรมที่จะเสนอเพื่ือพิจารณา

       3.1.5 ต้องเสนอโครงการนวัตกรรม 1 โครงการ

       3.1.6 ไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานราชการ หรือลูกจ้างของทางราชการ หรือพนักงานมหาวิทยาลัย หรือพนักงานของรัฐ หรือพนักงานในลักษณะเดียวกันท่ ีเรียกช่ ืออย่างอื่น

          สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครเพื่อรับทุนรัฐบาล ทั้งนี้ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538

4. การรับสมัคร

     4.1 กำหนดวันรับสมัครคัดเลือกตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2551โดยผู้ประสงค์จะสมัครคัดเลือกให้ download ใบสมัครและแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. ที่ http://www.ocsc.go.th หรือ ดาวน์โหลดใบสมัครที่นี่ 

     4.2 การยื่นใบสมัคร

       4.2.1 ยื่นใบสมัคร เอกสารและหลักฐานการสมัครทาง e-mail ไปที่ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. ที่ inno_scholarship@ocsc.go.th  โดยระบุในหัวข้อ (Subject) ว่า “สมัครทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมภาครัฐ” ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร ดังนี้

         (1) ใบสมัครซึ่งมีรูปถ่ายหน้าตรง 1 x 1.5 นิ้ว ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ1 ปี ลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน

         (2) ประวัติส่วนตัวผู้สมัคร (Resume′) จำนวน 1 ชุด

         (3) หนังสือรับรองสถานภาพการศึกษาตามแบบฟอร์มที่ ก.พ. กำหนด1 ปี(14 สิงหาคม 2552) จำนวน 1 ชุด

         (4) หนังสือรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา (Recommendation) จำนวน2 ท่าน รวม 2 ฉบับ ซึ่งปิดผนึกและส่งถึงสำนักงาน ก.พ. โดยตรง (ตามแบบฟอร์มที่ ก.พ. กำหนด)

         (5) สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records)

              - ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท ผู้สมัครจะต้องยื่นสำเนาปริญญาบัตรและสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ตลอดหลักสูตรระดับปริญญาตรี จำนวน 1 ชุด และผลการเรียนในระดับที่กำลังศึกษาอยู่ที่ผ่านมา จำนวน 1 ชุด

              - ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก ผู้สมัครจะต้องยื่นสำเนาปริญญาบัตรและสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ตลอดหลักสูตรระดับปริญญาตรีและโท จำนวนอย่างละ 1 ชุด และผลการเรียนในระดับที่กำลังศึกษาอยู่ที่ผ่านมา จำนวน 1 ชุด

                ในกรณีที่ศึกษาโดยการทำวิจัย (by research) ระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกหรือกำลังทำวิทยานิพนธ์ให้ยื่นหลักฐานการลงทะเบียนเรียนภาคการศึกษาปัจจุบัน รวมทั้งหัวข้อวิทยานิพนธ์ หรือหัวข้อวิจัย หรือบทคัดย่อ (Abstract) หรือโครงร่างวิทยานิพนธ์ และหนังสือรายงานความก้าวหน้าในการทำวิจัย หรือวิทยานิพนธ์จากอาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 1 ชุด

         (6) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด

         (7) ผลงานทางวิชาการ หรือกิจกรรมทางการศึกษา จำนวน 1 ชุด

         (8) บทคัดย่อวิทยานิพนธ์ (Abstract) ไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 จำนวน 1 ชุด

         (9) ข้อเสนอโครงการนวัตกรรมที่นำเสนอเพื่อพิจารณา จำนวน 1 ชุด (ตามแบบฟอร์มที่ ก.พ. กำหนด)

         (10) สำเนาเอกสารอื่น ๆ เช่น สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล(หากมี)

เอกสารที่ส่งทาง e-mail ได้แก่ เอกสารหมายเลข (1) (2) (3) (8) และ (9) และ e-mail ที่ได้รับภายหลังเวลา 24.00 น. ตามเวลาในประเทศไทยของวันที่ 15 สิงหาคม2551 จะไม่รับพิจารณา สำนักงาน ก.พ. จะตอบรับการสมัครทาง e-mail ภายใน 2 วันทำการหลังจากวันสมัคร 0 2547 1116 หรือ 0 2547 1908 ให้ส่งเอกสารต้นฉบับ/สำเนาในข้อ 4.2.1 อย่างละ 1 ชุด ไปที่ ศูนย์สรรหา.พ. ถนนติวานนท์ ซอย 4 อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 เอกสารและหลักฐานดังกล่าวต้องสำเนาเอกสารทุกฉบับให้เขียนรับรอง “สำเนาถูกต้อง” ลงชือ วันที่กำกับไว้มุมด้านขวา

     4.3 ในการสมัครคัดเลือก ผู้สมัครต้องตรวจสอบและรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติตรงตาม

5. การดำเนินการคัดเลือก

     5.1 ก.พ. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก

     5.2 คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเอกสารการสมัคร(Shortlist) และคณะกรรมการสัมภาษณ์

     5.3 คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก กำหนดวัน เวลา สถานที่ประเมินความเหมาะสม/หรือสัมภาษณ์ วางระเบียบและวิธีการคัดเลือก ตัดสินปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครและปัญหาอื่น ๆ

     5.4 คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก ประกาศรายชื่อผู้สมัครคัดเลือก ประกาศรายชื่อ(Shortlist) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมและ/หรือ

เข้าสอบสัมภาษณ์เพื่อรับทุน และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนให้ผู้สมัครทราบ

6. การคัดเลือกและเกณฑ์การตัดสิน

     6.1 การคัดเลือกจะใช้วิธีการประเมินความเหมาะสมในการรับทุน ดังนี้

       6.1.1 การกลั่นกรองเอกสารผู้สมัครและโครงการนวัตกรรม(Shortlist) จะกลั่นกรองผู้สมัคร3 เท่า ของจำนวนทุนแต่ละหน่วย โดยพิจารณาจากข้อมูลต่อไปนี้

         (1) ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ประวัติการศึกษา ผลงานทางวิชาการ

         (2) ข้อเสนอโครงการนวัตกรรม เช่น ทิศทางความต้องการกำลังคนของ/หน่วยงานท่ ี ก.พ. กำหนด ความสามารถในการดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นนัยสำคัญภายใน/หน่วยงานท่ ี ก.พ. กำหนด ระดับของความเป็นไปได้ในการนำไปใช้กับราชการ/หน่วยงานที่ ก.พ. กำหนด ระดับของความเป็นนวัตกรรม ผลกระทบของนวัตกรรม ความยั่งยืนและความคุ้มค่าของนวัตกรรม เป็นต้น

       6.1.2 การประเมินโครงการโดยส่วนราชการ/หน่วยงานที่ ก.พ. กำหนด

         (1) ส่วนราชการและ/หรือสถาบันการศึกษาท่ ีเป็นส่วนราชการหรือมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะประเมินโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกลั่นกรองเอกสารการสมัคร (Shortlist)

        (2)ผู้ที่ผ่านการประเมินโครงการตาม (1) จะต้องเข้าพบส่วนราชการ หรือสถาบันการศึกษาที่เป็นส่วนราชการหรือมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อประเมินความเหมาะสม และ/หรือสัมภาษณ์โดยคณะกรรมการ

         การประเมินความเหมาะสมและ/หรือสัมภาษณ์ ตามข้อ 6.1.2 (2) จะดำเนินการในประเทศไทย โดยจะสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความสามารถและพื้นฐานความรู้ที่จะปฏิบัติงาน ความตั้งใจจริงและทัศนคติต่อการรับทุนเพื่อปฏิบัติงาน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัยอารมณ์ การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม เชาวน์ปัญญา บุคลิกภาพ และประโยชน์ที่ส่วนราชการหรือสถาบันการศึกษาที่เป็นส่วนราชการหรือมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะได้รับจากโครงการนวัตกรรม เป็นต้น

     ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมและ/หรือสัมภาษณ์เพือรับทุน จะได้รับเงินค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง และค่าพาหนะเดินทางในประเทศเหมาจ่าย จำนวน 1,000 บาท

     6.2 ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมและ/หรือสัมภาษณ์เพ่ ือรับทุนแต่ละหน่วยต้องผ่านการกลั่นกรองเอกสารการสมัครจากคณะกรรมการกลั่นกรองเอกสารการสมัคร และการประเมินโครงการโดยส่วนราชการตามข้อ 6.1.2 ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดลงมาตามลำดับไม่เกิน 3 เท่าของจำนวนทุน

     6.3 ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมและ/หรือสัมภาษณ์เพื่อรับทุน ต้องไปตรวจสุขภาพและอนามัยกับคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. ตามวันเวลา และสถานที่ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดโดยจะต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมการตรวจสุขภาพและอนามัย จำนวน 2,000 บาท (ไม่สามารถเบิกจ่ายได้)ผลการตรวจสุขภาพและอนามัยของคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. ให้ถือเป็นที่สุด ผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพและอนามัยจะไม่มีสิทธิขอให้ทบทวนแต่ประการใด

     6.4 ผู้ได้รับคัดเลือกต้องได้คะแนนการประเมินความเหมาะสมและ/หรือสัมภาษณ์เพื่อรับทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 และได้คะแนนการประเมินความเหมาะสมและ/หรือสัมภาษณ์สูงสุดลงมาตามลำดับเท่าจำนวนทุนที่กำหนด

     6.5 สำนักงาน ก.พ. จะประกาศรายชื่อเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับทุนเท่านั้น

     6.6 ถ้าผู้มีสิทธิได้รับทุนสละสิทธิการรับทุน ถูกเพิกถอนการให้ทุน หรือขาดคุณสมบัติที่จะรับทุน จะพิจารณาให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไปของทุนหน่วยนั้นเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนแทน

     6.7 ทุนหน่วยใดไม่มีผู้สมัคร หรือไม่มีผู้ได้รับทุน หรือมีผู้ได้รับทุนไม่ครบตามจำนวนคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือก อาจพิจารณาให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในบัญชีทุนหน่วยอืนเป็นผู้ได้รับทุนแทนหรือจัดสรรทุนที่เหลือให้แก่หน่วยทุนอื่นที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกในบัญชีตามเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด

7. การรายงานตัว

     ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องไปรายงานตัวตาม วัน เวลาและสถานทีตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด

8. การทำสัญญา

     ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องทำสัญญาตามแบบสัญญาท่ ีสำนักงาน ก.พ. กำหนด ภายในระยะเวลาและสถานที่ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง

9. การรับเงินทุน

     ผู้ได้รับทุนจะได้รับเงินทุน เมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยจะได้รับเงินตามวิธีการจ่ายเงินทุน (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 2)

10. การเพิกถอนการให้ทุน

     ก.พ. จะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้ได้รับทุน หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้

     10.1 ไม่ผ่านการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ.ไม่สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่ ก.พ. กำหนด

     10.2 ไม่สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่ ก.พ. กำหนด

     10.3 หลีกเลี่ยง ละเลยการรายงานตัว

     10.4 ไม่ทำสัญญาในระยะเวลาตามที่ สำนักงาน ก.พ. กำหนด

     10.5 ไม่ประพฤติตนตามแนวทางที่ ก.พ. กำหนด

     10.6 เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย

     10.7 ขาดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเพื่อรับทุน

     10.8 ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา

                                                                                             (ลงชื่อ)

                                                                        ประกาศ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

                                                                                         ศรีพนม บุนนาค

                                                                                      (นางศรีพนม บุนนาค)

                                                                                        รองเลขาธิการ ก.พ.

                                                                             ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ ก.พ.


สงวนลิขสิทธิ์ Copyright, All rights reserved. © 2000-2009 by Office of Educational Affairs

1906 23rd Street, N.W., Washington D.C. 20008 Tel. (202)667-8010 Fax. (202)265-7239