Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
You are here: Home รู้จัก สนร. ประวัติความเป็นมาของทุนเล่าเรียนหลวง และทุนรัฐบาล

ประวัติความเป็นมาของทุนเล่าเรียนหลวง และทุนรัฐบาล

การพัฒนาคนโดยการให้ทุนไปศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีจนถึงปัจจุบัน  จุดหมายเพื่อให้ผู้รับทุนได้เพิ่มพูนความรู้ สั่งสมประสบการณ์ และนำความรู้และประสบการณ์ที่รับ มาปรับใช้พัฒนาประเทศและสังคมไทย   

ระยะแรก ไทยเราส่งคนไปศึกษาฝึกอบรมในต่างประเทศเพียงไม่กี่ด้าน และส่งไปเพียงไม่กี่ประเทศ แต่ปัจจุบันเราส่งคนไปศึกษาฝึกอบรมในทุกด้าน ครอบคลุม 40 กว่าประเทศ

สมัยกรุงสุโขทัย  

ในสมัยกรุงสุโขทัย ราชการส่งคณะสงฆ์ไปศึกษาและฝึกอบรมทางพุทธศาสนาที่ประเทศลังกา และส่งไปเรียนการทำชามสังคโลกที่ประเทศจีน

สมัยกรุงศรีอยุธยา 

ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราชการส่งคนไปประเทศฝรั่งเศสเพื่อศึกษาวิทยาการสมัยใหม่ ได้แก่ วิชาการทำน้ำพุ วิชาก่อสร้าง วิชาช่างเงินและช่างทอง ตลอดจนขนบธรรมเนียมของผู้ดีฝรั่งเศส

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ราชการส่งคนไปศึกษาวิชาการเดินเรือที่ประเทศอังกฤษ โดยส่งสามัญชน ชื่อ "นายฉุน"

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ราชการส่งนักเรียนทุน "นายทด บุนนาค" และ "นายเทศ บุนนาค" ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ โดยส่งไปพร้อมกับคณะทูตไทยเมื่อ พ.ศ. 2400   นอกจากนักเรียนแล้ว ราชการยังส่งข้าราชการไปศึกษาวิชาชีพเฉพาะ เช่น การพิมพ์ และการซ่อมนาฬิกา  ส่งข้าราชการไปดูงานในต่างประเทศทางด้านการปกครองและบำรุงบ้านเมืองที่ประเทศสิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2404 ด้วย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ราชการส่งนักเรียนไทยจำนวน 206 คน ไปศึกษาในประเทศที่เป็นต้นแบบของวิชาการแต่ละด้าน เช่น อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรีย ฮังการี เดนมาร์ก และฝรั่งเศส  โดยเน้นให้ไปศึกษาภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมันคณิตศาสตร์ และวิชาตามที่นักเรียนถนัด เช่น วิชาทหารบก ทหารเรือ การทูต กฎหมาย แพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น   ในสมัยนี้ เริ่มมีการแบ่งนักเรียนทุนเป็น 2 ประเภท คือ นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง และนักเรียนทุนตามความต้องการของกระทรวง  นอกจากนี้ ยังเริ่มมีการสอบแข่งขันเพื่อรับทุนด้วยอย่างเป็นกิจลักษณะด้วย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ราชการส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่างประเทศ จำนวน 304 คน  ต่อมาเนื่องจากปัญหาทางฐานะทางการเงินการคลังของประเทศในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 1  กรรมการองคมนตรีและสภาการคลัง จึงได้ลงมติในปี พ.ศ. 2465 ให้งดส่งนักเรียนทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ยกเว้นทุนเล่าเรียนหลวงที่ยังคงให้มีการจัดส่งต่อไป

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7  ราชการได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือก การดูแลจัดการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลให้เป็นระบบและรัดกุมยิ่งขึ้น โดยมีคณะกรรมการรักษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ก.ร.พ.) เป็นผู้รับผิดชอบคัดเลือก จัดการดูแลการศึกษาของนักเรียนทุนหลวงฝ่ายพลเรือนในต่างประเทศ และต่อมาในปี 2476 ก็เปลี่ยนเป็นคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นผู้รับผิดชอบแทน ในช่วงหลังนี้ ได้มีการพักการให้ทุนเล่าเรียนหลวงไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  ราชการได้จัดให้มีทุนเล่าเรียนหลวงขึ้นมาอีกครั้งในปี 2507 และเพิ่มจำนวนทุนเล่าเรียนหลวงจากปีละ 2 ทุน เป็น 9 ทุน นอกจากนี้ ยังได้ขยายทุนให้หลากหลาย ครอบคลุมกลุ่มคนต่าง ๆ เช่น นักเรียนในต่างจังหวัด นักเรียนผู้ด้อยโอกาสเนื่องจากความผิดปกติทางร่างกาย เป็นต้น

ปัจจุบัน นอกจาก ก.พ. ซึ่งเป็นผู้พิจารณาจัดสรรทุนรัฐบาลให้แก่ส่วนราชการต่างๆ ในภาพรวมแล้ว ส่วนราชการต่างๆ ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้จัดสรรทุนไปศึกษาในต่างประเทศตามความจำเป็นเฉพาะของส่วนราชการด้วย  

ที่มา :-

1. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, วิวัฒนาการของสำนักงาน ก.พ. พ.ศ.2471 - 2540 กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะรรมการข้าราชการพลเรือน, 2540

2. สำนักงานคณะรรมการข้าราชการพลเรือน, วิวัฒนาการของนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงและนักเรียนทุนรัฐบาล กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะรรมการข้าราชการพลเรือน, 2540

หมายเหตุ  เนื้อหาในหน้านี้ ได้รับการปรับแต่งจากที่ปรากฎบนเวปไซต์ ส.ก.พ. www.ocsc.go.th